ไต้หวันกดปุ่มเดินหน้าปฏิสัมพันธ์กับชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก ดร.ถงเจิ้นหยวน ปธ.OCAC เผย ชาวจีนโพ้นทะเลคือไข่มุกไต้หวันที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก

  • 24 November, 2020
  • อัญชัน ทรงพุทธิ์
ดร.ถงเจิ้นหยวน ปธ.OCAC เผย ชาวจีนโพ้นทะเลคือไข่มุกไต้หวันที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก

     ดร.ถงเจิ้นหยวน (童振源) ประธานคณะกรรมการกิจการชาวจีนโพ้นทะเล (Overseas Community Affairs Council , OCAC) อดีตเคยดำรงตำแหน่งผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทยให้สัมภาษณ์แก่รายการ Good  morning Taiwan ของสถานีวิทยุเรดิโอ ไต้หวัน อินเตอร์เนชันแนล (Rti) เมื่อวันที่ 23 พ.ย.นี้ว่า หากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือจากบรรดาชาวจีนโพ้นทะเล ภารกิจมากมายที่ผมผลักดันระหว่างที่ประจำอยู่ในประเทศไทยคงไม่อาจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี  พร้อมย้ำว่า ชาวจีนโพ้นทะเลคือไข่มุกไต้หวันที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก

    ประธาน OCAC ได้กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการกิจการชาวจีนโพ้นทะเลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า การประชุมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "ผนึกดวงใจชาวจีนโพ้นทะเล ร่วมกันสร้างไต้หวันให้แข็งแกร่ง" ซึ่งนอกจากประธานาธิบดีไช่อิงเหวินและรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ได้เข้าร่วมการประชุมและกล่าวปราศรัยในพิธีเปิดการประชุมแล้ว หน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐการ กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงแรงงาน ต่างก็ถือโอกาสนี้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นระหว่างกัน

    ดร.ถงเจิ้นหยวนได้สรุปผลการประชุมในครั้งนี้ว่า มีผลสัมฤทธิ์อย่างน้อย  4 ประการดังนี้  ประการที่ 1 ใช้เทคโนโลยีใหม่มาดำเนินภารกิจที่เกี่ยวกับกิจการชาวจีนโพ้นทะเล ประการที่ 2 ผนึกกำลังและข้อเสนอแนะของชาวจีนโพ้นทะเล ตลอดจนเชื่อมโยงไต้หวันเข้ากับชาวจีนโพ้นทะเลให้มากขึ้น โดยผ่านการชี้แจงด้านการศึกษา อุตสาหกรรม ประกันสุขภาพและการลงทุนของนักธุรกิจไต้หวัน ประการที่ 3 ติดต่อแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานอื่นๆอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้สามารถบรรลุความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาประเทศ ประการที่ 4 เผยแพร่ความสำเร็จด้านการป้องกันโควิด-19

   นอกจากนี้ภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของ OCAC คือ ช่วยเหลือชาวจีนโพ้นทะเลและนักธุรกิจไต้หวันสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ซึ่งขณะนี้ OCAC ได้มีการจัดตั้งแพลตฟอร์มบริการด้านเทคโนโลยีสำหรับชาวจีนโพ้นทะเลและนักธุรกิจไต้หวัน โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวประกอบด้วยคลังสมองด้านการคิดค้นวิจัยที่สำคัญของไต้หวัน 9 แห่ง อาทิ สถาบันอุตสาหกรรมสารสนเทศ ( III) สถาบันวิจัย NARLabs (National Applied Research Laboratories) สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมไต้หวัน (ITRI) ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ (Medical and Pharmaceutical Industry Technology and Development Center) เป็นต้น

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดmore