ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563

  • 22 May, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
นายจ้างนิมนต์พระจีนทำพิธีเรียกดวงวิญญาณแรงงานไทยที่เสียชีวิตใกล้จุดเกิดเหตุ

1. แรงงานต่างชาติประสบอันตรายจากการทำงานในอัตราสูง เฉลี่ยทุก 2 วัน มี 1.6 รายพิการ สภาตรวจสอบไต้หวันติงกระทรวงแรงงาน เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหา

        แรงงานต่างชาติกลายเป็นแหล่งกำลังแรงงานสำคัญของไต้หวันไปแล้ว แต่จากรายงานการตรวจสอบของนางหวางโย่วหลิงและหวางเหม่ยอวี้ สองสมาชิกสภาตรวจสอบของไต้หวันพบว่า อัตราการประสบอุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานต่างชาติจะสูงกว่าแรงงานท้องถิ่นอย่างเห็นได้ชัด จากสถิติพบว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันเฉลี่ยทุก 2 ชั่วโมง จะประสบอันตรายจากการทำงาน 1 ครั้ง และเฉลี่ยทุกวันจะมีแรงงานต่างชาติ 1.6 รายพิการหรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน และช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม ปี 62 ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติเอาชีวิตมาทิ้งในต่างแดนถึง 12 ราย ดังนั้นสภาตรวจสอบจึงผ่านมติให้กระทรวงแรงงาน เร่งหามาตรการที่ได้ผลในการลดและควบคุมอุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานต่างชาติ

3 แรงงานไทยตกทะเลเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่นอกชายฝั่งทะเลที่ท่าเรือไทเป เมื่อ 1 ธ.ค. 2562

        รายงานของสภาตรวจสอบฉบับนี้ระบุว่า ปัจจุบัน ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติจำนวน 720,000 คน มากว่าชนเผ่าพื้นเมืองที่มีจำนวน 600,000 คนแล้ว ในจำนวนแรงงานต่างชาติเหล่านี้ ทำงานอยู่ในภาคการผลิต 430,000 คน แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีมานี้ อัตราการประสบอันตรายทุกกรณีต่อลูกจ้าง 1,000 รายในภาคการผลิต จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการประสบอันตรายต่อลูกจ้าง 1,000 รายในแรงงานต่างชาติภาคการผลิต ยังคงสูงเกือบ 2 เท่าของลูกจ้างท้องถิ่น ประกอบกับอัตราการตรวจสอบความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ ครอบคลุมไม่ถึงร้อยละ 30 สาเหตุสำคัญมาจากไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เพียงพอ และช่วงระหว่างตรวจสอบ มีอุบัติเหตุในการทำงานเกิดขึ้นกับแรงงานต่างชาติหลายคดี อาทิ ถูกน้ำกรดเข้มข้นหกรด ถูกเครื่องจักรปั่นเข้าเครื่อง ถูกรกยกที่พลิกคว่ำทับเสียชีวิต ถูกเหล็กทังสเตนแทงทะลุฝ่ามือ หรือแขนถูกหนีบจนขาด เป็นต้น อันตรายจากการทำงานเหล่านี้เกิดขึ้นแทบจะทุกเดือน แต่กระทรวงแรงงานบกพร่องในหน้าที่ ที่ไม่สามารถหามาตรการลดอันตรายจากการทำงาน เพื่อคุ้มครองแรงงานต่างชาติให้มีสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยจากอันตรายเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น

แรงงานเวียดนามพิการจากการทำงานร่วมงานแถลงข่าวที่สภานิติบัญญัติ

        รายงานยังได้กล่าวถึงกรณีของแรงงานหญิงฟิลิปปินส์รายหนึ่งทำงานในโรงงานอิเลคทรอนิคส์ในเมืองเหมียวลี่ ขณะทำงานถูกกรดไฮโดรฟลูออริกเข้มข้นหกรดใส่ขา ในที่ทำงานแม้จะมียาต้านพิษได้แก่แคลเซียมกลูโคเนตและเฮกซะฟลูออไรด์ ซึ่งสมารถนำมาทาเพื่อเจือจางลดอาการเจ็บปวดได้ แต่มีเพียงแรงงานท้องถิ่นที่รู้และใช้เป็น ทำให้แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้เสียชีวิตด้วยความเจ็บปวดหลังนำส่งโรงพยาบาลรับการรักษา 12 ชั่วโมง

Deserie Castro Tagubasi แรงงานหญิงชาวฟิลิปปินส์ที่เสียชีวิตจากน้ำกรดเข้มข้นหกราดใส่ขา

        สำหรับการรายงานเกิดเหตุอันตรายจากการทำงานต่อหน่วยงานตรวจสอบด้านแรงงาน ตามกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยกำหนดให้สถานประกอบการที่ลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงานข้อใดข้อหนึ่งดังนี้ ได้แก่ เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 รายหรือส่งรักษาที่โรงพยาบาล 1 ราย จะต้องรายงานภายใน 8 ชั่วโมง แต่จากการตรวจสอบพบว่า แรงงานต่างชาติที่ประสบอันตรายจากการทำงานร้อยละ 56 เกิดขึ้นในสถานประกอบการขนาดเล็กที่มีจำนวนแรงงานไม่ถึง 50 คน ซึ่งไม่อยู่ในขอบข่ายบังคับใช้ของข้อกำหนดดังกล่าว อีกทั้งยังพบว่า มีนายจ้างบางรายใช้รถส่วนตัวพาแรงงานส่งรักษาโรงพยาบาลโดยรายงานว่าเกิดจากอุบัติเหตุการจราจร หรือไม่ให้แรงงานต่างชาตินอนรักษาที่โรพยาบาล เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบที่จะต้องรายงานต่อหน่วยงานตรวจสอบด้านแรงงาน

แรงงานอินโดนีเซียถูกเคื่องปั่นมือขวาเกือบขาด หลังแพทย์ทำการผ่าตัดหลายครั้งสามารถรักษามือเอาไว้ได้

        ระหว่างตรวจสอบยังพบว่า ในบางโรงงาน บนเครื่องจักร ข้างขวดหรือถังน้ำยา สารเคมี ไม่มีภาษาแม่ที่แรงงานต่างชาติอ่านออกเข้าใจกำกับวิธีใช้และข้อควรระวัง การอบรมก่อนเข้าทำงานก็ไม่ได้กระทำอย่างจริงจัง โดยมากจะใช้วิธีให้แรงงานเก่าสอนแรงงานใหม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้การประสบอันตรายจากการทำงานในกลุ่มแรงงานต่างชาติยังอยู่ในอัตราสูง สภาตรวจสอบจึงมีมติให้กระทรวงแรงงาน เร่งหามาตรการที่ได้ผลในการแก้ไขปัญหา ลดและควบคุมอันตรายจากการทำงานของแรงงานต่างชาติให้น้อยลง

แรงงานฟิลิปปินส์เกิดอุบัติเหตุร่างท่อนบนถูกปั่นเข้าไปในเครื่องนวดแป้ง

2. จับ 3 แรงงานไทยเมายกพวกตีกันหน้าสถานีรถไฟจงลี่ดำเนินคดี ความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ในที่สาธารณะ โทษหนักสุดจำคุก 1 ปี พ้นโทษถูกส่งกลับประเทศ

      เมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่คนงานไทยต่อยตีกันเอง บนท้องถนนหน้าร้านหมูกะทะ สถานีรถไฟจงลี่ ชาวไต้หวันที่พบเห็นเหตุการณ์โทรศัพท์แจ้งความ สถานีตำรวจจงลี่จัดส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วรุดไปที่เกิดเหตุ แม้ว่าแรงงานที่ก่อเหตุจะแยกย้ายกันกลับไปแล้ว แต่ตำรวจได้ตรวจดูจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้น ตามจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ 4 คน ในจำนวนนี้เป็นคนงานไทย 3 คน ซึ่งเป็นแรงงานถูกกฎหมาย หนึ่งในจำนวนนี้ ทำงานอยู่ในโรงงานแปรรูปโลหะที่เขตหยางเหมย ถูกคนงานโรงงานอื่นซึ่งไม่รู้จักกัน 2 คนรุมต่อยจนล้มแล้วเตะซ้ำหลายครั้ง ต้องนอนพักถึง 2 วันกว่าจะเข้าทำงานได้ ยังดีที่บาดเจ็บแต่ภายนอก ไม่ถึงขั้นต้องนอนหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากชกต่อยกันในที่สาธารณะตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป คนงานไทยทั้ง 3 ถูกตั้งข้อหายกพวกตีกันในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นคดีอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีและปรับไม่เกิน 100,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังสอบปากคำแล้ว ตำรวจให้ล่ามบจง. รับกลับไปที่โรงงาน เพื่อรอขึ้นศาล หากอัยการสั่งฟ้อง ไม่ต้องรอให้ศาลตัดสิน กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน หลังพ้นโทษแล้วถูกส่งกลับประเทศทันที ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้อีก

แรงงานไทยเมายกพวกตีกันหน้าสถานีรถไฟจงลี่

      นอกจากแรงงานไทย 3 รายดังกล่าวแล้ว ยังจับกุมแรงงานเวียดนาม 1 คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกพวกตีกันของคนงานไทย แต่เป็นเพราะขณะเกิดเหตุคนงานไทยตีกัน แรงงานเวียดนามรายเมาสุรานอนอยู่ใกล้บริเวณเกิดเหตุ โดยพบว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมายและสวมบัตร ARC ของผู้อื่น ถูกจับข้อหาหลบหนีนายจ้างและปลอมแปลงเอกสาร

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายอายุ 24 ปี เมาสุรานอนอยู่ใกล้บริเวณเกิดเหตุ สวมบัตร ARC ของผู้อื่น ถูกจับข้อหาหลบหนีนายจ้างและปลอมแปลงเอกสาร

      สถานีตำรวจเถาหยวนกล่าวเตือนว่า จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อพฤติกรรมใดๆ ก็ตามที่ท้าทายกฎหมาย แรงงานไทยดังกล่าวชกต่อยกันในที่สาธารณะตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป มีความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ในที่สาธารณะตามกฎหมายอาญามาตรา 150 ไม่ว่าจะเป็นผู้ลงมือชกต่อยหรือคอยเชียร์อยู่ข้างๆ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับเงิน 100,000 เหรียญไต้หวัน และหากว่ามีการใช้อาวุธต่อสู้หรือเป็นอันตรายต่อการสัญจรไปมาของยานพาหนะ เพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่ง และเนื่องจากเป็นคดีอาญา เมื่อรับโทษตามกฎหมายแล้ว ยังจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานถูกส่งกลับประเทศด้วย

แรงงานไทยถูกจับยกพวกตีกันในที่สาธารณะ 3 คนขึ้นไป โทษหนักสุดจำคุก 1 ปี พ้นโทษถูกส่งกลับประเทศ

      ที่หน้าสถานีรถไฟจงลี่ เนื่องจากมีร้านอาหารไทยตั้งเรียงรายหลายร้าน เป็นแหล่งชุมนุม กินอาหารดื่มเหล้าของแรงงานไทยในวันหยุด ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์คนงานไทยยกพวกตีกันมาแล้วหลายครั้ง จนชาวบ้านในละแวกนั้นร้องเรียนบ่อยๆ เหตุการณ์ครั้งนี้มีคนไต้หวันถ่ายคลิปไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก สื่อต่างๆ ในไต้หวันมีการรายงานพาดหัวว่า คนงานไทยยกพวกตีกันอีกแล้ว และมีชาวไต้หวันไปแสดงความเห็นกันมากมาย สร้างความเสียหาต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของแรงงานไทยส่วนรวม

หน้าสถานีรถไฟจงลี่ มีร้านอาหารไทยตั้งเรียงรายหลายร้าน เป็นแหล่งชุมนุม กินอาหารดื่มเหล้าของแรงงานไทยในวันหยุด และมักจะเกิดเหตุชกต่อยกันบ่อยๆ ชาวบ้านร้องเรียนเป็นประจำ

3.สยอง! แรงงานหญิงไทยคิดสั้นฆ่าตัวตาย นอนให้รถไฟทับร่างเสียชีวิตใกล้สถานีรถไฟหยางเหมย นครเถาหยวน

      เมื่อคืนวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา มีแรงงานหญิงไทยรายหนึ่งสันนิษฐานกลุ้มใจปัญหาชีวิตคิดไม่ตก มุดรั้วกั้นทางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟหยางเหมยและผู่ซินในนครเถาหยวน เข้าไปนอนบนรางให้รถไฟทับร่าง มีขบวนรถไฟวิ่งจากซินจู๋ไปจีหลงแล่นผ่านมาพอดี ทับร่างของแรงงานไทยรายนี้จนแขนขาทั้ง 4 ขาดออกจากร่างและกะโหลกศีรษะแตกเสียชีวิตอย่างสยดสยอง และเป็นเหตุให้การรถไฟต้องหยุดให้บริการชั่วคราว

นายจ้างนิมนต์พระจีนทำพิธีเรียกดวงวิญญาณแรงงานไทยที่เสียชีวิตใกล้จุดเกิดเหตุ

      ตำรวจรถไฟแถลงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.07 น. ของคืนวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตได้แก่นางสาวยุพิน (นามสมมุติ) เป็นแรงงานไทยเพศหญิงอายุ 35 ปี มาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันกับโรงงานผลิตโลหะภัณฑ์แห่งหนึ่งในเขตหยางเหมย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2554 สำหรับสาเหตุของการฆ่าตัวตายด้วยวิธีนอนให้รถไฟทับร่างดังกล่าว จากคำบอกเล่าของเพื่อนๆ และข้อความสื่อสังคมออนไลน์ในมือถือ สันนิษฐานเกิดจากปัญหาความรักความสัมพันธ์

เพื่อนๆ โรงงานเดียวกันร่วมพิธีเรียกดวงวิญญาณแรงงานไทยที่เสียชีวิตใกล้จุดเกิดเหตุ

      และหลังเกิดเหตุในวันถัดมา ในโรงงานยังมีเหตุการณ์อาถรรพ์เกิดขึ้น พนักงานหญิงชาวเวียดนามซึ่งเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รายหนึ่งมีอาการคล้ายถูกวิญญาณนางสาวยุพินเข้าสิง โดยพูดเป็นภาษาจีนตามสำเนียงที่สาวไทยรายนี้เคยพูด ในทำนองขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ ท่าทางอาการของสาวเวียดนามรายนี้ ทำให้แตกตื่นไปทั้งโรงงาน จนกระทั่งทางโรงงานเผากระดาษยันต์นำขี้เถ้ามาผสมน้ำซาวข้าว แล้วให้สาวเวียดนามดื่ม อาการจึงได้สงบลง ทางโรงงานได้นิมนต์พระไทย 4 รูปไปสวดเรียกขวัญและกำลังใจแก่แรงงานในโรงงานวันต่อมา

นายจ้างนิมนต์พระไทยไปสวดและพรมน้ำมนต์ทั่วโรงงาน

      หลายครั้งที่คนเราอยากตายเพราะรู้สึกเจ็บปวดจากการกระทำของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เรารัก รู้สึกตัวเราไร้ค่า ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม การตกอยู่ในความทุกข์ทำให้เราจมอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นแต่ความล้มเหลว ความไร้ค่าของตนเอง บางคนกลายเป็นโรคซึมเศร้า แต่ความทุกข์ ความปวดร้าวใจที่เกิดขึ้น แม้จะมากเพียงใด ในที่สุดคนเราจะผ่านพ้นความรู้สึกเช่นนี้ไปได้ รวมทั้งความทุกข์ที่กำลังประสบอยู่เช่นกัน ขอให้กำลังใจว่ามันจะไม่อยู่กับเราตลอดไป ชีวิตมีค่า อย่างคิดฆ่าตัวตายหลบหนีปัญหา

      ขอแนะนำผู้มีปัญหาทุกข์ใจ และไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร อย่าลังเลใจที่จะปรึกษาคนอื่น ให้รีบปรึกษาคนรู้จักที่เราคิดว่าไว้ใจได้ น่าจะให้คำแนะนำ หรือช่วยได้ ถ้าไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ หรืออึดอัดใจที่จะเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง ให้โทรปรึกษากับสำนักงานแรงงานไทยได้ การแก้ปัญหาคนเดียวเราอาจมองอะไรไม่รอบด้านหรืออาจมองผิดพลาดไปได้ การได้คุยกับคนที่มีประสบการณ์กับเรื่องเหล่านี้มามาก จะทำให้เราได้คำแนะนำหรือแนวทางในการช่วยเหลือที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ อย่าใช้วิธีตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะจะทำให้ญาติพี่น้องทุกข์ร้อน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องเพื่อนแรงงานไทย ควรจะช่วยกันสังเกตเพื่อนรอบข้างเราที่อาจฆ่าตัวตาย ซึ่งจะปรากฏสัญญาณดังนี้

      แยกตัวจากเพื่อนฝูง มีอาการซึมเศร้า เช่น ไม่ค่อยสนใจสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ดูเศร้า สิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย การกิน การนอนเปลี่ยนแปลง ไม่มีเรี่ยวแรง ชอบตำหนิตัวเอง มีความคิดหรือจินตนาการเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายบ่อยๆ พูด เขียน เอ่ยถึงการตาย เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว มีความรู้สึกหมดหวัง สิ้นหวัง บริจาคของของตนให้ผู้อื่น และสนใจที่จะทำพินัยกรรมหรือประกันชีวิต

นายจ้างนิมนต์พระไทยไปสวดและพรมน้ำมนต์ทั่วโรงงาน

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง