สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563

  • 25 July, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
ผู้สูงอายุในไต้หวันออกกำลังกายด้วยผ้าขนหนู

1. อากาศวิปริต! ร้อนทำลายสถิติและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เดือนกรกฎาคมไม่มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัว อาจลากยาวถึงครึ่งหลังสิงหาคม

            อากาศไต้หวันร้อนจัดต่อเนื่อง ที่กรุงไทเปซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มในลักษณะแอ่งกระทะ ร้อนอบอ้าวมากอุณหภูมิ 37-38 องศาเซลเซียสขึ้นไป และทุบสถิติเดิมเกือบทุกวัน ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาเผยว่า ปีนี้อาจเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ที่เดือนกรกฎาคม ไม่มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะเดียวกันก็มีผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่าอาจจะลากยาวไปถึงครึ่งหลังเดือนสิงหาคม อากาศนับวันจะวิปริตมากขึ้นเรื่อยๆ

อากาศไต้หวันร้อนจัดต่อเนื่อง ที่กรุงไทเปซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มในลักษณะแอ่งกระทะ ร้อนอบอ้าวมากอุณหภูมิ 37-38 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ปีนี้อาจเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ที่เดือนกรกฎาคม ไม่มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก ในภาพเป็นภาพถ่ายจากดาวเทียมพายุไต้ฝุ่นจ่ามี ปี 2560

2. ปฏิรูประบบศาลครั้งใหญ่ อีก 3 ปีข้างหน้า ชาวไต้หวันอายุ 23 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับเลือกร่วมพิจารณาคดีกับผู้พิพากษา

            เมื่อวันพุธที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านกฎหมายว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญา (หรือกฎหมายประชาชนร่วมพิจารณาคดี) ซึ่งถือเป็นการปฏิรูประบบตุลาการของไต้หวันครั้งสำคัญ เริ่มจากปีพ.ศ.2566  เป็นต้นไป ชาวไต้หวันจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาคิดอาญาที่มีโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป และคดีอุกฉกรรจ์ เมื่อถึงตอนนั้น การพิจารณาคดีในศาลจะประกอบด้วยผู้พิพากษา 3 คน และผู้พิพากษาประชาชนอีก 6 คน เข้าร่วมกันพิจารณาคดี ชาวไต้หวันที่มีอายุ 23 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปล้วนมีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้พิพากษาประชาชน ได้รับค่าตอบแทน นายจ้างต้องให้เป็นวันหยุด และเพื่อความยุติธรรมจะใช้วิธีสุ่มชื่อจากคอมพิวเตอร์ และไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของผู้พิพากษาประชาชนได้ ซึ่งผู้ต้องหาจะถูกลงโทษหรือไม่ ต้องมีเสียงรับรอง 2 ใน 3 จากผู้พิพากษาร่วมทั้ง 9 คน ส่วนกรณีโทษประหารชีวิตจะต้องได้รับเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ขึ้นไป

อีก 3 ปีข้างหน้า ศาลไต้หวันจะมีผู้พิพากษา 9 คน  ประกอบด้วยผู้พิพากษาของศาล 3 คน และผู้พิพากษาประชาชน  6 คน (เป็นชาวไต้หวันอายุ 23 ปีขึ้นไป) ร่วมพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่มีโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป

3. วิกฤตประชากรไต้หวัน ตายมากกว่าเกิดเป็นปีแรก เด็กเกิดใหม่ปีนี้อาจต่ำกว่า 170,000 คน

            ท่ามกลางที่ทั่วโลกหวั่นวิตกกันว่าประชากรจะล้นโลก โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2530 ประชากรโลกมี 5,000 ล้านคน แต่มาถึงปี 2563 เพิ่มเป็น 7,700 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 10,000 ล้านในปีพ.ศ. 2626 หรืออีก 63 ปีข้างหน้า ถึงตอนนั้นโลกคงแตกแน่ แต่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรโลก กว่าร้อยละ 50 ที่เพิ่มขึ้น จะแออัดอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศยากจน

ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในไต้หวันตรงกันข้าม เด็กทารกเกิดใหม่ปีนี้มีลดเหลือ 178,000 คน ต่ำสุดในรอบ 9 ปี

            สำหรับประเทศในเอเชีย อย่างญี่ปุ่น ไทย โดยเฉพาะไต้หวัน อัตราการเกิดต่ำจนน่าเป็นห่วง จำนวนประชากรกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ในไต้หวันปีนี้เป็นปีแรกที่จำนวนตายมากกว่าจำนวนเกิด โดยครึ่งแรกของปีนี้ เด็กเกิดใหม่ในไต้หวันมีเพียง 79,760 คน ขณะที่จำนวนตายมี 88,555 มากกว่าเด็กเกิดใหม่ 8,795 คน และจากการคาดการณ์ตลอดทั้งปีนี้ จำนวนผู้ตายมีประมาณ 181,000 คน ขณะที่เกิดใหม่มีเพียง 178,000 คน ต่ำสุดในรอบ 9 ปี

อัตราการเกิดของสตรีวัยเจริญพันธ์ในไต้หวันลดลงเหลือ 1.218 ต่ำเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากมาเก๊าและสิงคโปร์

            สมาคมสูตินรีแพทย์ไต้หวันกล่าวเตือนว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดต่ำลง จะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะปี 2565 เป็นปีขาล ตามประเพณีชาวไต้หวันจะไม่นิยมมีบุตรที่เกิดในปีเสือ ตรงข้ามกับปีมังกร ดังนั้น จึงคาดว่า อาจมีเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือ 150,000 คน เตือนรัฐบาลต้องรีบหามาตรการรับมือแก้ปัญหาโดยด่วน เช่น เพิ่มเงินช่วยเหลือให้มากขึ้น และอาจประชาสัมพันธ์ สิทธิและผลประโยชน์ของเด็กที่เกิดในปีขาล อาทิ การแข่งขันน้อยกว่า โอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ มีมากกว่า ฯลฯ

หนุ่มสาวไต้หวันแต่งงานน้อยลง ในภาพเป็นพิธีสมรสหมู่ที่เมืองเจียอี้จัดขึ้นหน้าต้นสนฮิโนกิพันปี

            อย่างไรก็ตาม จำนวนเด็กเกิดใหม่ในปีนี้ ยังถือว่าเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ สืบเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้าน ช่วยคู่รักชาวไต้หวันอยู่กับบ้านทำการบ้านมากขึ้น สิ้นปีนี้เด็กเกิดใหม่เพิ่มอย่างประมาณ 5,000 คน แต่ก็ทำให้หนุ่มสาวชาวไต้หวันแต่งงานลดลงเช่นกัน โดยครึ่งแรกของปีนี้ ลดลงกว่า 6,500 คู่ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

หนุ่มสาวไต้หวันแต่งงานน้อยลง และแม้จะแต่งงานแแล้ว มีจำนวนมากที่ไม่อยากมีลูก

            จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อกำลังแรงงาน การพัฒนาและศักยภาพการแข่งขันของประเทศในอนาคต ตลอดจนทำให้รัฐบาลและประชาชนวัยทำงานต้องแบกรับภาระสังคม เสียภาษีเพิ่มขึ้น สาเหตุที่เด็กเกิดใหม่ลดลง มาจากหนุ่มสาวไต้หวันในปัจจุบันแต่งงานน้อยลง แต่งงานแล้วไม่ยอมหรือไม่อยากมีลูก เพราะค่าใช้จ่ายสูง ที่สำคัญคือสถานที่รับดูแลเด็กก่อนอนุบาลหรือโรงเรียนอนุบาลของรัฐที่ค่าใช้จ่ายไม่แพงมีไม่เพียงพอ ดังนั้นหากจะแก้ปัญหานี้ หรืออย่างน้อยบรรเทาปัญหาไม่ให้ลุกลามบานปลาย นอกจากจ่ายเงินช่วยเหลือการคลอดบุตรและค่าเลี้ยงดูเด็กน้อยแล้ว รัฐบาลต้องรีบสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กของรัฐเพิ่มขึ้น เพราะหนุ่มสาวไต้หวันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเล็ก ไม่ได้อยู่กับปู่ย่าตายายเหมือนสมัยก่อน และต้องทำงานกันทั้งคู่

   

สถานการณ์โควิด-19 ช่วยคู่รักชาวไต้หวันอยู่กับบ้านทำการบ้านมากขึ้น สิ้นปีนี้เด็กเกิดใหม่เพิ่มอย่างประมาณ 5,000 คน

4. ชาวไต้หวันมีอายุยืนยาวขึ้น เฉลี่ย 80.7 ปี ติดอันดับแถวหน้าของโลก ชาวกรุงไทเปอายุยืนสุด 83.6 ปี ไถตงต่ำสุด 75.5 ปี

            กระทรวงมหาดไทยไต้หวันประกาศตารางชีพแบบย่อประจำปี 2562 ปรากฏว่า ชาวไต้หวันมีอายุขัยโดยเฉลี่ย 80.7 ปี โดยเพศหญิงมีอายุขัยโดยเฉลี่ย 84 ปี ผู้ชาย 77.5 ปี ทำสถิติใหม่ทั้งคู่ ตัวเลขนี้ต่ำกว่าญี่ปุ่น สเปน สิงคโปร์และสวิตเซอร์แลนด์ แต่ สูงกว่าอายุขัยเฉลี่ยของโลก

ชาวไต้หวันมีอายุยืนยาวขึ้น เฉลี่ย 80.7 ปี ติดอันดับแถวหน้าของโลก ชาวกรุงไทเปอายุยืนสุด 83.6 ปี

            ตารางชีพแบบย่อประจำปี 2562 ของกระทรวงมหาดไทยพบว่า อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายไต้หวันอยู่ที่ 77.5 ปี น้อยกว่าผู้ชายญี่ปุ่น แต่มากกว่าอายุขัยโดยเฉลี่ยของผู้ชายทั่วโลกถึง 10.6 ปี ส่วนผู้หญิงที่มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 84 ปี ก็สูงกว่าตัวเลขโดยเฉลี่ยของโลก 8.8 ปี

คนไต้หวันนิยมออกกำลังกายมากขึ้น ตามสวนสาธารณะ จะมีผู้สูงอายุไปออกกำลังกายมากมาย

            หากดูจากเขตพื้นที่ เมืองในไต้หวันที่มีอายุยืนยาวที่สุดได้แก่ กรุงไทเป มีอายุขัยโดยเฉลี่ยสูงถึง 83.6 ปี รองลงมาเป็นนครนิวไทเป 81.17 ปี เมืองซินจู๋  81.1 ปี ส่วนเมืองที่ประชากรอายุยืนยาวน้อยสุดในไต้หวัน ได้แก่เมืองไถตง เฉลี่ย 75.8 ปี อายุสั้นกว่าชาวกรุงไทเป 7.8 ปี

คนไต้หวันนิยมออกกำลังกายมากขึ้น ตามสวนสาธารณะ จะมีผู้สูงอายุไปออกกำลังกายมากมาย

            สาเหตุที่ชาวไต้หวันมีอายุยืนยาวขึ้น กระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า จากการวิเคราะห์ มาจากความเจริญก้าวหน้าด้านการแพทย์ ประชาชนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหาร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนิยมออกกำลังกายมากขึ้น อย่างในกรุงไทเป มีระบบขนมวลชนที่สะดวกรวดเร็ว ประชาชนจำนวนมาก ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ไปมาสะดวก ระหว่างขึ้นลงรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง ส่วนใหญ่จะใช้เดินเพราะห่างกันไม่ไกล รวมทั้งมีสวนสาธารณจำนวนมาก มีศูนย์ออกกำลังกายของรัฐทุกเขตพื้นที่และมีจักรยานสาธารณะราคา และมีแทบทุกที่ ประกอบกับมีโรงพยาบาลได้มาตรฐานโลกมากมาย รวมถึงมีคุณชีวิตที่ดี ทำงานช่วงเช้า 09.00  น. ตื่น 07.30 น. ทานอาหารเช้าแล้วค่อยออกบ้านไปทำงานสบายๆ

คนไต้หวันนิยมออกกำลังกายมากขึ้น ในภาพเป็นผู้สูงอายุออกกำลังกายด้วยผ้าขนหนู

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง