ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2563

  • 29 July, 2020
  • อัญชัน ทรงพุทธิ์
แรงงานไทยของโรงพิมพ์แห่งหนึ่งในนครนิวไทเป มั่วสุมเสพยาไอซ์ในหอพักถูกจับ

1. สำนักงานแรงงานไทย ไทเปแนะ อย่าตื่นตระหนก กรณีแรงงานไทยในเถาหยวนกลับไทยพบติดเชื้อโควิด เพื่อนร่วมงานและผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมดผลตรวจเป็นลบ ให้ยึดหลักป้องกัน ไม่ไปในที่มีคนแออัด ใส่หน้ากากและหมั่นล้างมือ

         กรณีแรงงานไทยสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง ทำงานอยู่ในโรงงานทำแว่นครอบตาในเขตซินอู นครเถาหยวน เดินทางกลับประเทศด้วยเที่ยวบินพิเศษไทเป-กรุงเทพฯ สายการบินไชน่าแอร์ไลน์ เมื่อเช้าวันที่ 21 กรกฎาคม ผู้เป็นสามีถูกตรวจพบมีเชื้อโควิด สร้างความแตกตื่นไปทั่วไต้หวัน โดยเฉพาะโรงงานต่างๆ ที่มีแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ถึงกับทำประกาศภายในโรงงาน เตือนพนักงานต่างชาติของตนหลีกเลี่ยงไปนครเถาหยวน

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 63 ไชน่าแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ CI831 ลำเลียงชาวไทย 200 คนกลับประเทศ

         เกี่ยวเรื่องนี้ นางสาววรัตม์สุดา ศรทัตต์ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานแรงงานไทย ไทเปกล่าวเรียกร้องขอให้แรงงานไทยอย่าได้ตื่นกลัว เพราะไต้หวันมีมาตรการควบคุมโรคที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพ และผลการตรวจเพื่อนร่วมงานในโรงงานเดียวกัน รวมถึงผู้สัมผัสใกล้ชิด 189 คน เป็นลบทั้งหมด กระนั้นก็ตาม เพื่อความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งให้แรงงานไทยที่เป็นเพื่อนร่วมงานและเคยสัมผัสใกล้ชิดกับแรงงานไทยคนดังกล่าวจำนวน 18 คน ไปกักตัวในสถานกักตัวรวมของกระทรวงสาธารณสุข เป็นเวลา 14 วัน รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ยังกล่าวแนะนำ แรงงานไทยป้องกันตนเองให้ปลอดโรค ปลอดภัย ด้วยการหลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ที่มีผู้คนแออัด รักษาระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือ

นางสาววรัตม์สุดา ศรทัตต์ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป

         นอกจากโรคโควิดแล้ว  รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ยังแสดงความห่วงใยต่อปัญหายาเสพติด ดื่มแล้วขับในกลุ่มแรงงานไทยด้วย

         ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 สำสนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยได้จัดให้คนไทยที่ตกค้างในไต้หวันเดินทางกลับประเทศด้วยเที่ยวบินพิเศษไทเป-กรุงเทพฯ 2 เที่ยวบิน ได้แก่ สายการบินอีวีเอแอร์ (EVA Air) จำนวน 200 คน และสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ (China Airline) 200 คน รวมทั้งหมด 400 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานไทย 297 คน

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 63  นอกจากไชน่าแอร์ไลน์แล้ว ยังมีเที่ยวบินของอีวีเอแอร์ (EVA Air) ลำเลียงชาวไทยอีก 200 คนกลับประเทศด้วย

2. กองอนามัยเถาหยวนเรียก 43 แรงงานไทยในเถาหยวนที่เคยมีอาการของโรคระบบทางเดินหายใจและท้องร่วง และเคยเข้ารับการรักษาช่วงมิ.ย.-ก.ค. มาเจาะเลือด เพื่อตรวจซ้ำหาเชื้อโควิด-19

         นายจวงเหรินเสียง โฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันแถลงว่า จากการติดตามตรวจหาเส้นทางและประวัติการสัมผัสของแรงงานไทยที่ติดโควิด พบว่าช่วงเวลาเดียวกัน คือระหว่างเดือนมิ.ย.-ก.ค. ทั่วพื้นที่เถาหยวน มีแรงงานไทยที่มีอาการคล้ายกัน กล่าวคือ ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจและท้องร่วง และเคยใช้บัตรประกันสุขภาพเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลจำนวน 43 ราย เพื่อความมั่นใจและป้องกันความเสี่ยง ได้สั่งการให้กองอนามัยเถาหยวน ดำเนินการเจาะเลือด เพื่อตรวจซ้ำหาเชื้อโควิด-19 ในแรงงานไทยกลุ่มดังกล่าว

นายจวงเหรินเสียง โฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวัน

         โฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า แรงงานไทยที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิดรายนี้กับภรรยาซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกัน ขณะทำงานอยู่ในไต้หวัน ใช้ชีวิตอยู่บริเวณรอบๆ โรงงานเป็นหลัก เมื่อออกนอกโรงงาน มีการสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง เดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ก.ค. เมื่อเดินทางถึงไทยในช่วงบ่ายวันเดียวกันมีอาการท้องร่วง ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ก.ค. มีอาการเป็นไข้ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขไทยทำการตรวจ จึงพบว่าติดเชื้อโควิด แต่เป็นเชื้อระดับอ่อน แสดงว่า โอกาสแพร่เชื้อในโรงงานมีน้อย ดังนั้น หากเป็นไปได้ ฝ่ายไต้หวันจะขอให้ฝ่ายไทยตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่า เป็นผลบวกปลอมหรือไม่

กองแรงงานเถาหยวน ทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ขอให้แรงงานต่างชาติอย่างตื่นกลัว และอย่าส่งต่อหรือแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้กลั่นกรอง

3. นายจ้างทนไม่ไหว แจ้งจับ 2 แรงงานไทยในเมืองเหมียวลี่ขายยาเสพติดมอมเมา 11 เพื่อนร่วมชาติในโรงงานเดียวกัน

         2 แรงงานไทยในโรงงานแปรรูปเหล็กกล้าที่เมืองเหมียวลี่ ไม่เพียงแต่เสพเอง ยังทำตัวเป็นเอเย่นต์ปล่อยยาไอซ์ให้เพื่อนแรงงานไทยในโรงงานเดียวกัน จนนายจ้างและบริษัทจัดหางานทนดูไม่ไหว แจ้งตำรวจจับ ตำรวจนำแรงงานไทยไปตรวจปัสสาวะ พบ 13 คนมีฉี่สีม่วง จากการสอบปากคำ แรงงานไทย 11 คนที่เสพยาไอซ์ซักทอดไปยัง 2 คนที่เป็นผู้จำหน่ายยาไอซ์ให้พวกตน ตำรวจควบคุมตัวแรงงานไทยทั้งสองส่งอัยการดำเนินคดี ข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปีขึ้นไป ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับไม่เกิน 7 ล้านเหรียญไต้หวัน

         ส่วนแรงงานไทยอีก 11 คนที่เสพยาไอซ์ ถูกนายจ้างไล่ออก ขณะนี้รอเข้ารับการบำบัด จากนั้นจะถูกส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางเข้าไต้หวันตลอดไป

ยาเสพติดระบาดเป็นปัญหารุนแรงในกลุ่มแรงงานไทย ในภาพเป็นแรงงานไทยของโรงพิมพ์แห่งหนึ่งในนครนิวไทเป มั่วสุมเสพยาไอซ์ในหอพักถูกจับ

         ปัญหายาเสพติดระบาดในกลุ่มแรงงานไทย ยังคงรุนแรง มีนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานไทยและพบว่าเสพยาเสพติดให้ข้อมูลว่า แรงงานไทยในโรงงานของตนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากเดิมที่เคยนอบน้อม ขยันทำงานและให้ความร่วมมือ เมื่อเสพยาเสพติดแล้วเปลี่ยนไปเป็นคนมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ทำงานไม่ตั้งใจ ตาเหม่อลอย ด้านตำรวจกล่าวว่า พบมีคนงานไทยตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายา หลอกล่อให้คนงานไทยตามโรงงานต่างๆ เสพยาไอซ์ฟรี เมื่อติดแล้ว ดึงมาเป็นเอเยนต์ สร้างเครือข่ายค้ายาไอซ์ไปทั่ว เนื่องจากเป็นคนงานไทยทั้งหมด จึงเป็นเครือข่ายแบบปิด ตำรวจมักเข้าไม่ถึงหากไม่มีผู้แจ้งข้อมูล และนี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาแรงงานไทยติดยาเสพติดรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยาเสพติดระบาดเป็นปัญหารุนแรงในกลุ่มแรงงานไทย ในภาพเป็นแรงงานไทยของโรงพิมพ์แห่งหนึ่งในนครนิวไทเป มั่วสุมเสพยาไอซ์ในหอพักถูกจับ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง