กระแสประชาธิปไตย รัฐบาลใหม่สหรัฐฯ เตือนจีนอย่าทำลายเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน

  • 01 February, 2021
ปธน. ไช่อิงเหวิน (ขวา) ผู้นำไต้หวัน แสดงความยินดีกับโจ ไบเดน ในโอกาสสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำคนใหม่สหรัฐฯ
เครื่องบินรบจีนก่อกวนน่านฟ้าไต้หวันบ่อยครั้งและถี่ขึ้นเป็นลำดับ
มุมซ้ายล่าง สีเหลือง ม่วง และน้ำเงิน เป็นแนวที่ฝูงบินของจีนรุกล้ำเขตแสดงตนของไต้หวัน
นายหวางห้าวอวี่ อดีตสมาชิกสภานครเถาหยวน ที่เป็นเหยื่อรายแรกของสงครามถอดถอนระหว่าง 2 พรรคการเมือง
น.ส. หวงเจี๋ย สมาชิกสภานครเกาสง จะเป็นเหยื่อของสงครามถอดถอนระหว่าง 2 พรรคการเมือง หรือจะเป็นผู้ยุติสงครามถอดถอน ลุ้นกันเสาร์นี้ (6 กพ.)

๑. กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เตือนจีนยุติคุกคามไต้หวันในทุกด้าน  

          หลังจีนส่งฝูงรบก่อกวนน่านฟ้าไต้หวัน 2 วันติดต่อกัน ในช่วงระหว่าวันที่ 23-24 ม.ค. ที่ผ่านมา โยวันแรกส่งเครื่องขับไล่และเครื่องบินนานาชนิดรวม 13 ลำ และวันต่อมาอีก 15 ลำ โดยเป็นฝูงเครื่องบินขับไล่ถึง 12 ลำ รวมทั้งสิ้นถึง 27 ลำ ด้วยจุดมุ่งหมาย "ยั่วยุ" อย่างชัดเจน สร้างความวิตกให้แก่ประชาคมโลกว่า จะเกิดความตึงเครียดทางทหารขึ้นบนช่องแคบไต้หวัน ซึ่งสหรัฐฯ ในฐานะมหาอำนาจและพันธมิตรสำคัญของไต้หวันได้ออกมาเตือนจีนอย่างชัดแจ้งเรียกร้องให้จีนยุติการข่มขู่ทางทหารต่อไต้หวัน ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นว่า การแสดงท่าทีดังกล่าวของสหรัฐฯ แข็งกร้าวและมีพลังยิ่งที่จะสกัดความหึกเหิมของจีน ส่วนนางสาวบีคิม เซียว ผู้แทนไต้หวันประจำสหรัฐฯ ก็ระบุว่า เป็นการส่งสัญญานที่สำคัญอย่างหนึ่งของฝ่ายสหรัฐฯ

 

            ฝูงเครื่องบินจีนที่รุกล้ำไต้หวันประกอบไปด้วย เครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ เครื่องบินสอดแนม Y-8 และเครื่องบินรบ Su-30  J-16 และ J-10  โดยได้รุกล้ำเขตแสดงตนทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน ในขณะที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ย้ำการเตรียมพร้อมรับมือและส่งเครื่องบินรบนานาชนิดขึ้นสกัดและประกาศเตือนให้ออกจากเขตน่านฟ้าของไต้หวัน พร้อมสั่งขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานจับพิกัดของฝูงเครื่องบินจีนอย่างใกล้ชิดด้วย

            ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ขอบคุณสหรัฐฯ ที่ตอกย้ำจุดยืนสร้างเสถียรภาพความมั่นคงและสันติภาพในอินโดแปซิฟิก และย้ำว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าทุกพรรคทุกฝ่ายของสหรัฐฯ ต่างสนับสนุนไต้หวัน

            นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินรบ "รูสเวลท์" เข้ามายังทะเลจีนใต้ เพื่อย้ำจุดยืนการเดินเรือโดยเสรีในทะเลจีนใต้ รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่พันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ด้วย ในขณะที่เรือรบจีนได้รวมตัวกันที่ท่าเรือซานหย่าที่เกาะไหหลำของจีน เพื่อเตรียมการฝึกซ้อมในทะเลจีนใต้ ทำให้สถานการณ์การเผชิญกันระหว่างกองทัพจีนกับกองทัพสหรัฐฯ ในทะเลจีนใต้ดูคุกรุ่นมากยิ่งขึ้นอย่างถนัดตา แต่ก็บอกชัดว่า สหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวัน

เรือบรรทุกเครื่องบิน รูสเวลท์ ของสหรัฐฯ 

๒. ไต้หวันเปิดตัวเรือจู่โจม M109 สร้างเอง เสริมแนวป้องกันชายฝั่ง

                       กองทัพเรือไต้หวันเปิดตัว เรือจู่โจม M109 สมรรถนะสูงที่ไต้หวันสร้างขึ้นเองเป็นครั้งแรก ในการฝึกซ้อม "เสริมความพร้อมกองทัพในช่วงตรุษจีนประจำปี 2021" ที่ฐานทัพจั่วอิ๋ง เกาสงเตรียมความพร้อมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะมีสมรรถนะในการต่อต้านการยกพลขึ้นบก ปกป้องชายฝั่ง โดยใช้เครื่องตรวจจับอินฟาเรด ทำให้กำลังป้องกันแนวชายฝั่งของไต้หวันเข้มแข็งยิ่งขึ้น

           กองทัพเรือไต้หวันระบุว่า การฝึกซ้อมในคราวนี้ เรือจู่โจม  M109 ที่สร้างขึ้นจากวัสดุพิเศษ ต้านแรงคลื่นได้เป็นพิเศษ ออกแบบเป็นรูปตัววี เพื่อลดแรงต้านจากคลื่น สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวเป็นเลิศ ส่วนภายในเรือก็ออกแบบให้สามารถพับเก็บที่นั่งได้ ปรับให้เหมาะกับการใช้งานในทุกรูปแบบ ติดตั้งปืนกล 50 และปืนยิงระเบิด 40 และปืนกล 74 ฝึกซ้อมทางด้าน "ช่วยเหลืออัปปาง" "ฝึกซ้อมวางทุ่นระเบิดน้ำ" และ "ทำลายทุ่นระเบิดน้ำ" ตลอดจน "ต้านการจู่โจม"

           สำหรับภารกิจหลักของเรือจู่โจมนี้คือการลาดตระเวนปกป้องท่าเรือ ฝึกซ้อมการรักษาความปลอดภัยให้แก่เส้นทางเดินเรือ และกำจัดสิ่งกีดขวางในเส้นทางเดินเรือ เพื่อเปิดทางให้เรือยกพลขึ้นบกสามารถขึ้นบกได้ เมื่อการเตรียมพร้อมยกระดับขึ้น ก็จะรับผิดชอบเตรียมพร้อมห่างจากชายฝั่ง 3 ไมล์ทะเล เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว สอดแนม แทรกซึม ต่อต้านการบุกยึดเรือและเตรียมพร้อมป้องกันท่าเรือ

เรือจู่โจม M109 ไต้หวันสร้างเอง 

๓. สงครามถอดถอนระหว่างสองพรรคใหญ่ในไต้หวัน

            ปรากฏการณ์ทางการเมืองในไต้หวันในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่นายหานกั๋วหยี อดีตผู้ว่าการนครเกาสง พรรคก๊กมินตั๋ง ถูกกลุ่มการเมืองที่เรียกว่า Wecare ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มการเมืองของพรรคสีเขียวหรือพรรค ดีพีพี พรรครัฐบาล ประสบความสำเร็จในการรณรงค์ถอดถอนนายหานฯ ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการนครเกาสง ด้วยเหตุผลที่ว่า นายหานฯ หนีไปสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการนครเกาสงได้เพียง 3-4 เดือนเท่านั้น ไม่ไดทำหน้าที่ในฐานะพ่อเมืองของตนอย่างเต็มที่ โดยคะแนนเสียงที่ถอดถอนนายหานฯ ท่วมท้นสูงกว่าตอนที่เขาได้รับเลือกตั้ง เหตุดังกล่าว ทำให้พรรคก๊กมินตั๋ง ไม่พอใจเห็นว่าเป็นการจงใจกลั่นแกล้งนายหานฯ และไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งผู้ว่าการนครเกาสงที่พรรค ดีพีพี ครองตำแหน่งมานานร่วม 30 ปี จึงอาศัยความได้เปรียบที่พรรค ดีพีพี มีฐานคะแนนเสียงอย่างหนาแน่ในนครเกาสง ยื่นขอถอดถอนนายหานฯ ออกจากตำแหน่ง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ ทำให้บรรดา เอฟซี ของนายหานฯ เป็นเดือดเป็นแค้น จึงเล็งหาเป้าล้างแค้น "หนามยอกเอาหนามบ่ง" จนไปเจอนายหวางห่าวอวี่ สมาชิกสภานครเถาหยวน สังกัดพรรคดีพีพี ที่ในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน ต้นปี 2020 ที่ผ่านมา นายหวางฯ ออกรายการทอล์กโชว์ทีวีโจมตีนายหานฯ อย่างดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโจมตีนโยบายของนครเกาสง จนถูกฝ่ายต่อต้านตราหน้าว่าเป็น สมาชิกสภานครเถาหยวนแบบไม่แบ่งเขต คือไม่สนใจกิจการท้องถิ่นของนครเถาหยวนแต่ไปใส่ใจกับเรื่องของนครอื่น จนในที่สุดชาวนครเถาหยวนเขต 7 ออกมาลงคะแนนเสียงถอดถอนสูงถึง 84,582 คะแนนเห็นด้วยให้ถอดถอน สูงกว่าเพดานที่กฎหมายกำหนด 81,490 คะแนน  จึงทำให้นายหวางฯ ถูกถอดถอนในที่สุด กลายเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นในไต้หวันที่ถูกถอดถอนโดยการลงคะแนนสียงด้วยกฎหมายฉบับปัจจุบัน ในขณะที่มีเพียง 7,128 คะแนน ที่ไม่เห็นด้วย

นายหวางห้าวอวี่ อดีตสมาชิกสภานครเถาหยวน เหยื่อรายแรกจากสงครามถอดถอนระหว่าง 2 พรรคการเมืองสำคัญในไต้หวัน 

            ผลการถอดถอนดังกล่าวทำให้พรรคก๊กมินตั๋งหึกเหิม เล็งเป้าไปที่เป้าหมายต่อไปคือนางสาวหวงเจี๋ย สมาชิกสภานครเกาสง พรรคดีพีพี ที่เป็นหัวหอกในการโจมตีนายหานฯ ในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันเช่นเดียวกัน โดยการถอดถอน นส. หวงเจี๋ย จะจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์นี้ (6 กพ.)         โดยที่ ปธน. ไช่อิงเหวิน ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ ได้สั่งการถึง 2 ครั้ง 2 ครา ให้พรรคฯ ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อยุติการถอดถอนเพื่อ "ล้างแค้น" แบบนี้ หากคราวนี้ถอดถอนสำเร็จอีก เป้าหมายต่อไปของพรรคก๊กมินตั๋งก็คือ สส. พรรคดีพีพีอีกหลายคน และจะทำให้การเมืองไม่นิ่งเสียที โดยคราวนี้ แตกต่างจากคราวที่แล้วที่พรรคดีพีพี พยายาม "แช่เย็น" แต่ก็ไม่สำเร็จ คราวนี้จึงต้อง "ดับเครื่องชน" ระดม สส. และ สมาชิกสภานครเกาสงของพรรครณรรงค์ต้านการถอดถอนอย่างเต็มที่ แต่จะออกหัวออกก้อยก็ต้องไปลุ้นกันในวันเสาร์นี้กันละครับ

นส. หวงเจี๋ย สมาชิกสภานครเกาสง จะหยุดยั้งสงครามถอดถอนระหว่าง 2 พรรคการเมืองได้หรือไม่

ทราบผลวันเสาร์ที่ 6 ก.พ. ศกนี้ 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง