ชีพจรเศรษฐกิจ สัมพันธ์เศรษฐกิจการค้าไต้หวัน-สหรัฐฯ แน่นปึ๊ก

  • 22 October, 2020
  • กฤษณัย ไสยประภาสน์
U.S. Business Day 2020 ยิ่งใหญ่สุดในรอบ 9 ปี

๑. U.S. Business Day 2020 ยิ่งใหญ่สุดในรอบ 9 ปี 

     เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2563 สหรัฐฯ ได้จัดงาน "U.S. Business Day 2020" ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ซึ่งปีนี้ แม้จะเกิดวิกฤตโควิด 19 แต่ระดับของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีระดับที่สูงที่สุดในรอบ 9 ปี โดยมีนาย Josgph Semsar, Acting Under Secretary for International Trade อัดคลิปกล่าวเปิดงาน โดยระบุว่า ในขณะที่เรากำลังเผชิญหน้ากับกระแสแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลไปอย่างรวดเร็ว สหรัฐฯ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีหุ้นส่วนที่วางใจได้อย่างไต้หวัน

     ส่วนนายหวงจื้อฟัง ประธาน TAITRA ไต้หวันระบุว่า ปีนี้ไต้หวันส่งออกไปสหรัฐฯ เติบโตสวนกระแสโลก ไม่่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์กีฬาก็มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จึงเห็นได้ว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกันดีวันดีคืน เป็นการร่วมมือและอำนวยประโยชน์ให้แก่กันและกันด้วย

 นาย Josgph Semsar, Acting Under Secretary for International Trade สหรัฐฯ

๒. สำรวจพบ 95% มนุษย์เงินเดือนทนพิษโควิตไม่ไหว อยากเป็นเถ้าแก่เอง 

    ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ในไต้หวัน ได้ประกาศผลการสำรวจมนุษย์เงินเดือนไต้หวัน พบว่า หลังจากที่เกิดการระบาดของโควิด 19 ทำให้บริษัทเอกชนส่วนใหญ่งดเว้นการขึ้นค่าจ้างในช่วงนี้ พบว่ามีถึงร้อยละ 95 ที่ต้องการออกจากงานเพื่อไปประกอบอาชีพเป็นของตนเอง "เถ้าแก่" ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 9 ปี อย่างไรก็ตาม มีเพียง 34% เท่านั้น นำฝันของตนไปทำให้เป็นความจริง โดยต้องมีต้นทุนประมาณ 880,000 TWD นอกจากนี้ ยังพบว่า ส่วนใหญ่จะประกอบธุรกิจด้านอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ เบเกอรี่ และอาหาร เครื่องดื่ม อื่น ๆ อย่างไรก็ดี ต้องทำงานในแต่ละวันนานถึง 10.1 ชม. และมีถึง 23%  ที่ต้องทำงานวันละ 12 ชม. ขึ้นไป 

๓. ไอเอ็มเอฟพลาดประเมินเศรษฐกิจไต้หวันปีนี้เหลือ 0% 

     กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ประกาศตัวเลขประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ (2020ป ของทั่วโลกโดยปรับดีขึ้นจากติดลบ 5.2% เหลือติดลบ 4.4% ในขณะที่ในส่วนของไต้หวันก็ปรับจากเดิมที่จะติดลบ 4% เหลือ 0% เป็นหนึ่งเดียวในบรรดาสี่เสือแห่งเอเชียที่ IMF ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์

     อย่างไรก็ดี นายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติ ไต้หวัน ระบุว่า ไต้หวันประสบความสำเร็จในการป้องกันการระบาดของโควิด 19 และได้อัดเม็ดเงินเยียวยาเข้าสู่ภาคต่าง ๆ หลายแสนล้าน จึงยังคงสามารถรักษาพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไว้ได้ การส่งออกก็เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย ดังนั้น สำนักบัญชีกลางไต้หวันจึงประมาณการเศรษฐกิจไต้หวันในปีนี้อยู่ที่เติบโต 1.56% เพราะฉะนั้น การประเมินของ IMF จึงต่ำกว่าความเป็นจริงมาก 

 

 

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง