มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564

  • 22 February, 2021
ไฉเสินเหยียที่เฉิงหวงเมี่ยวเมืองเจียอี้

มารู้จักไฉเสินเหยีย(財神爺)ที่ชาวจีนนิยมขอพรให้มีโชคลาภ...

        ชาวจีนมีประเพณีต้อนรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภหรือไฉเสินเหยีย(財神爺) ในวันขึ้นปีใหม่จีนตั้งแต่โบราณ ด้วยการจุดประทัดต้อนรับและเซ่นไหว้ด้วยผลไม้มงคลต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าเทพเจ้าโชคลาภจะเสด็จลงมาจากสวรรค์ โดยทั่วไปจะเซ่นไหว้กันตั้งแต่วันที่ 1 (ชู 1 ) ของปีใหม่ จนถึงวันที่ 5 (ชูอู่) และในวันเทศกาลหยวนเซียว ซึ่งเชื่อว่าเมื่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภลงมาแล้วจะประทานโชคลาภให้กับมวลมนุษย์ในโลกให้อยู่เย็นเป็นสุข มีสุขภาพแข็งแรง กิจการการงานราบรื่น มีเงินทองมากมายแก่ผู้ที่ทำความดี ซึ่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภนี้ก็มีการเล่ากันว่ามีอยู่หลายองค์ด้วยกัน สำหรับในไต้หวันนั้น ตามวัดจีนหรือศาลเจ้าล้วนเต็มไปด้วยศรัทธาสาธุชนไปขอพรเทพแห่งโชคลาภ เพื่อให้มีโชคลาภ ขอให้ประสบโชคดี มีเงินมีทองไม่ขาดสายตลอดทั้งปี ยกตัวอย่าง ที่เฉิงหวงเมี่ยวหรือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองของเมืองเจียอี้ เมื่อ 2 ปีก่อน จัดโปรแกรมพิเศษให้มีการจุดโคมไฟหน้าศาลเทพเจ้าแห่งโชคลาภในช่วงวันตรุษจีน โดยมีการตั้งชื่อโคมไฟนี้ว่า “อีลู่ฟาฟาฟา一路發發發” และยังมีข้อจำกัดในการจุดโคมไฟคือ จุดได้แค่ 6 ดวง/ปี และโคมไฟแต่ละดวงราคา 16,888 เหรียญไต้หวัน ปรากฏว่ามีผู้ศรัทธาจองเต็มจำนวนติดต่อกันถึง 3 ปี และในปีพ.ศ. 2568 เหลือแค่โคมไฟดวงเดียวที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าภาพ

เฉิงหวงเมี่ยวเมืองเจียอี้ เป็นศาลเจ้าที่ผู้คนนิยมไปเซ่นไหว้

        เฉิงหวงเมี่ยวเมืองเจียอี้ถือเป็นโบราณสถานประจำ เดิมมีการกำหนดให้วันที่ 3 และวันที่ 4 ตามปฏิทินจีนหรือชูซาน ชูซื่อ จัดกิจกรรมแจกเงินขวัญถุงหรือเฉียนหมู่(錢母) แต่เนื่องจากในปีนี้มีการระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ จึงงดจัดกิจกรรมนี้ นายเคอหย่งเล่อ(葛永樂) ประธานกรรมการเฉิงหวงเมี่ยวบอกว่า เงินขวัญถุงปีฉลูทองปีนี้มีจำนวน 3,000 ชิ้น ไม่ถึง 10 โมงเช้าของในวันที่ 1 หรือชูอีก็แจกหมดแล้ว นอกจากนี้ โคมไฟกวงหมิงสไตล์ดั้งเดิม โคมไฟไท่ซุ่ย โคมไฟเทพเหวินชัง รวมทั้งโคมไฟเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ล้วนได้รับการตอบรับจากศรัทธาสาธุชนจองเป็นเจ้าของอย่างล้นหลาม และนอกจากนี้ ยังมีการโคมไฟที่จุดหน้าศาลอวี้จินหม่านถัง(金玉滿堂) ราคาดวงละ 8,899 เหรียญไต้หวันก็เหลือจำนวนไม่มากด้วย

เงินขวัญถุงหรือเฉียนหมู่(錢母)

       เทพเจ้าโชคลาภหรือไฉเสินเหยียในสายตาของชาวจีนถือว่าเป็นเทพที่เกิดขึ้นมาทีหลัง เนื่องจากในสมัยก่อนชาวจีนมีอาชีพทำเกษตรปลูกข้าว ทำไร่ ไถนา ในเรื่องของการขอทรัพย์สมบัติจากเทพเจ้าไม่ค่อยนิยมกัน ส่วนใหญ่มักจะขอให้เทพคุ้มครองให้พืชพรรณธัญหารอุดมสมบูรณ์ ชีวิตมีความสุข ดังนั้นในเรื่องของการขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองไหลมาเทมาจึงน้อย ส่วนใหญ่ในเรื่องโชคลาภ ความมั่งคั่งจะยกให้เป็นหน้าที่ของเทพทั่วไปที่ไม่เฉพาะเจาะจง จนถึงยุคของราชวงค์ซ่งหรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย  ในช่วงเทศกาลตรุษจีนก็มีประเพณีเชิญม้าแห่งโชคลาภและม้าแห่งทรัพย์สมบัติ ด้วยการวาดภาพเทพใดเทพหนึ่งเป็นตัวแทนเทพไว้บนกระดาษ เนื่องจากในสมัยก่อนคนที่รับราชการจะให้ความสำคัญม้าและตำแหน่ง ลาภ ยศทางราชการ จึงมีการบูชาเทพแห่งโชคลาภ จนต่อมาชาวจีนค่อยๆให้ความสำคัญของโชคลาภมากขึ้น ดังนั้น เทพแห่งโชคลาภก็คือม้าโชคลาภและม้าแห่งทรัพย์สมบัตินั่นเอง ต่อในยุคราชวงค์หมิง ชาวจีนได้มอบตำแหน่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภให้เป็นหน้าที่ของเทพใดเทพหนึ่งโดยเฉพาะ ที่นิยมมากที่สุดคือเป็นหน้าที่ของเทพจ้าวกงหมิง(趙公明) กวนกง(關公)และปี่กัน(比干) เมื่อถึงยุคราชวงค์หมิง เนื่องจากมีนักธุรกิจจากเอเชียตะวันตกมาทำการค้ากับจีน ซึ่งพ่อค้าส่วนใหญ่ก็นับถือศาสนาอิสลาม หลังจากที่ชาวมุสลิมเข้าไปทำการค้าในจีนแล้วก็เล่ากันว่าจ้าวกงหยวนเป็นเทพแห่งโชคลาภที่ชาวอิสลามนับถือด้วย ดังนั้นเวลาเซ่นไหว้เทพแห่งโชคลาภจะไม่ใช้เนื้อหมูมาเซ่นไหว้ ถ้าใช้เนื้อเซ่นไหว้ก็ใช้แต่เนื้อวัวอย่างเดียว แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้ของเจมาเซ่นไหว้เทพเจ้าโชคลาภซึ่งได้แก่ ผลไม้ ของหวาน ลูกกวาด ขนมฟู กระดาษเงินกระดาษทอง น้ำชาที่มีรสหวาน 3 แก้ว ธัญพืช เป็นต้น ส่วนสิ่งที่ห้ามนำมาเซ่นไหว้คือของที่มีรสเค็ม เปรี้ยว ขม ฝาด เพราะว่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภชอบอาหารหวาน นอกจากนี้ เวลาที่เซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภอย่าโลภมาก เนื่องจากเทพเจ้าแห่งโชคลาภไม่ชอบคนที่โลภมาก

โคมไฟหน้าศาลไฉเสินเหยีย

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง