ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563

  • 11 September, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
เห็นตำรวจนอกเครื่องแบบผิวคล้ำ แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายเข้าไปทัก ถูกรวบ 16 คน

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศ ห้ามจำกัดแรงงานต่างชาตินอกพื้นที่เข้าพักโรงแรมกักตัว

        สืบเนื่องจากมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันกำหนดให้ผู้เดินทางจากต่างประเทศ จะต้องเข้ารับการกักตัว 14 วัน โดยนายจ้างที่นำเข้าแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตจะต้องจัดหาที่พักสำหรับการกักตัว 14 วัน เพื่อจะประหยัดค่าใช้จ่าย นายจ้างจำนวนมากเลือกใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองเป็นสถานที่กักตัว โดยเลือกโรงแรมกักตัวในเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ซึ่งมีราคาถูกกว่าเป็นสถานที่กักตัว หลังมีแรงงานต่างถิ่นเข้าพักเพื่อกักตัวมากขึ้น นครไทจงและเกาสงเกรงว่า นายจ้างในพื้นที่ไม่สามารถจองโรงแรมเพื่อให้แรงงานที่ตนนำเข้าใช้เป็นสถานที่กักตัวได้ อีกทั้งกลัวจะเป็นช่องโหว่ในการป้องกันโรคด้วย ต่างประกาศจำกัดแรงงานต่างชาตินอกพื้นที่เข้าพักกักตัวในโรงแรมในนครไทจงและเกาสง ต่อประกาศเหล่านี้ กระทรวงแรงงานแถลงว่า จะจำกัดแรงงานต่างชาติพื้นที่อื่นเข้าพักโรงแรมกักตัวไม่ได้

แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานก่อสร้างที่นครไทจง (ภาพจาก บจง. Yang Luck)

        เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ลุกลามบานปลายไปทั่วโลก ไต้หวันประกาศให้ผู้เดินทางจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นคนท้องถิ่นหรือชาวต่างชาติ จะต้องรับการกักตัวเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน

      ในส่วนของแรงงานต่างชาติ จากเดิมที่กำหนดให้นายจ้างจะต้องจัดหาสถานที่พักสำหรับการกักตัวแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันเป็น 14 วัน หากเป็นแรงงานต่างชาติภาคการผลิตที่เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกันอาจเป็นห้องรวมที่เว้นระยะห่างก็ได้ แต่เริ่มจากวันที่ 27 มีนาคมเป็นต้นมา นายจ้างภาคการผลิตที่ได้รับอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ นอกจากต้องมีแผนการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ ซึ่งประกอบด้วยสถานที่กักตัวเป็นห้องพักห้องละ 1 คน มีห้องน้ำและเครื่องปรับอากาศแยกต่างหาก และมีการตรวจวัดอุณหภูมิวันละ 3 เวลา รวมถึงมีคนควบคุมการออกนอกสถานที่และติดตั้งอุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อเป็นต้นแล้ว ก่อนการเดินทาง ยังต้องให้เจ้าหน้าที่กองแรงงานท้องที่ไปตรวจดูห้องพักว่า ได้มาตรฐานตากำหนดหรือไม่และเมื่อออกใบรับรองแล้ว จึงจะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันได้ นายจ้างจำนวนมาก เพื่อจะประหยัดเงิน ต่างใช้บริการของโรงแรมที่ได้รับการรับรองเป็นสถานกักตัว โดยเฉพาะโรงแรมในภาคกลางและใต้ ซึ่งราคาห้องพักจะถูก รวมค่าอาหาร 3 มื้อ ตกประมาณห้องละ 1,000 เหรียญไต้หวันต่อวัน

แรงงานไทยเดินทางมาทำงานสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน (ภาพจาก บจง.SPT)

      นางสาวจางเจียเพ่ย ผอ.กองแรงงาน นครไทจงกล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา จนถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ กองแรงงานนครไทจง ได้รับคำร้องจากนายจ้างเรื่องการกักตัวในโรงแรมของแรงงานต่างชาติแล้ว 1,680 เรื่อง ในจำนวนนี้ มี 750 เรื่องหรือเกือบครึ่งหนึ่งเป็นแรงงานต่างชาตินอกพื้นที่ไทจง โดยมาจากเกาสง ผิงตงและเหมียวลี่เป็นต้น แต่มาใช้บริการโรงแรมกักตัวในนครไทจง

แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันจะต้องรับการกักตัวเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน

      ไม่เฉพาะที่ไทจงเท่านั้น เมืองต่างๆ ทางภาคกลางและใต้หวั่นวิตกกันว่า นายจ้างต่างพื้นที่มาใช้บริการโรงแรมกักตัว จะทำให้นายจ้างในพื้นที่ไม่สามารถจองโรงแรมกักตัวสำหรับแรงงานต่างชาติที่ตนนำเข้าได้ และอาจเป็นช่องโหว่ของมาตรการป้องกันโรค รวมถึงเพิ่มภาระหน้าที่ในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองแรงงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ด้วย ดังนั้นจึงมีการประกาศหลักการให้บริการสำหรับในพื้นที่เท่านั้น โดยเริ่มจากนครเกาสง ประกาศเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า โรงแรมกักตัวในเกาสง จะไม่รับการกักตัวของแรงงานต่างชาตินอกพื้นที่ ถัดจากเกาสง นครไทจงก็ประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ไม่รับการกักตัวของแรงงานต่างชาตินอกพื้นที่ไทจงอีกต่อไป

      ต่อการประกาศของทั้ง 2 เมืองข้างต้น มีนายจ้างหลายรายร้องเรียนไปยังกระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงได้ทำหนังสือถึงกองแรงงานทั้ง 2 เมือง ขอให้ยกเลิกประกาศจำกัดแรงงานต่างชาติพื้นที่อื่นเข้าพักโรงแรมกักตัวดังกล่าวเสีย ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า กองแรงงานท้องที่เหล่านี้จะปฏิบัติตามหรือไม่

แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเข้าพักโรงแรมกักตักตัวที่กรุงไทเป

2. ไม่สนใจเสียงประท้วง อินโดนีเซียยืนหยัดแรงงานไปทำงานต่างประเทศ นายจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่จำกัดเฉพาะผู้อนุบาลและลูกเรือประมง

        กรณีที่นายจ้างไต้หวันที่นำเข้าผู้อนุบาลมาดูแลคนป่วยจำนวนมากประท้วงรัฐบาลอินโดนีเซีย ผลักดันนโยบายแรงงานเดินทางไปทำงานต่างประเทศเสียค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์ โดยจะให้นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างนับตั้งแต่ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิว ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของผู้อนุบาลก่อนการเดินทาง ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าทำหนังสือเดินทางและค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าเข้าเมือง ฯลฯ รวมแล้วตกประมาณ 70,000-100,000 เหรียญไต้หวันนั้น

นายจ้างไต้หวันประท้วงรัฐบาลอินโดนีเซียผลักภาระค่าใช้จ่ายแรงงานอินโดนีเซียทั้งหมดให้นายจ้าง

      นาย Benny Rhamdani อธิบดีกรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงานในต่างประเทศ กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียกล่าวให้สำภาษณ์ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวกลางหรือ CNA ของไต้หวันประจำอินโดนีเซียกล่าวว่า แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ต้องแบกรับภาระหนี้สินเป็นเงินจำนวนมาก ยกตัวอย่างแรงงานที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ต้องเสียค่าหัวคิวและค่าใช้จ่ายคนละ 40 ล้าน – 60 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 80,000-120,000 เหรียญไต้หวัน ทั้งที่กฎหมายอนุญาตให้เก็บได้ 14-17 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 28,000-34,000 เหรียญไต้หวันเท่านั้น ส่งผลให้แรงงานอินโดนีเซียต้องทำงานเป็นเวลา 8-12 เดือน กว่าจะชดใช้ภาระหนี้สินดังกล่าวได้ ดังนั้นในช่วงปีแรก ส่วนใหญ่จึงไม่สามารถส่งเงินกลับบ้านได้อย่างเต็มที่

     

นาย Benny Rhamdani อธิบดีกรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงานในต่างประเทศ กระทรวงแรงงานอินโดนีเซีย

      เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงาน กระทรวงแรงงานจึงประกาศกฎระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายการเดินทางไปทำงานต่างประเทศฉบับที่ 9 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ระบุชัดเจนว่า แรงงานอินโดนีเซียที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศเสียค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์ ซึ่งก็คือให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด อธิบดีกรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงานในต่างประเทศผู้นี้กล่าวย้ำว่า นายจ้างและหน่วยงานประเทศผู้นำเข้า จะต้องเข้าใจว่า นี่คือกฎหมายของอินโดนีเซีย

      อย่างไรก็ตาม นาย Benny Rhamdani ยอมประนีประนอมว่า มาตรการนี้ เบื้องต้นจะจำกัดเฉพาะตำแหน่งผู้อนุบาล ผู้ช่วยงานบ้านและลูกเรือประมง เนื่องจากผู้อนุบาล ซึ่งทำงานอยู่ในไต้หวันประมาณ 190,000 คน และลูกเรือประมงประมาณ 5,800 คน เป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ยังไม่รวมกลุ่มแรงงานอินโดนีเซียในภาคการผลิต

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียในไต้หวันครองสัดส่วนสูงถึง 75%

3. เข้าใจผิด! เห็นตำรวจนอกเครื่องแบบผิวคล้ำ นึกว่าคนบ้านเดียวกัน แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายเข้าไปทัก ถูกรวบ 16 คน

        ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภาคใต้ จับแรงงานผิดกฎหมายที่หอพักให้เช่าเดียวกันซ้ำกันถึง 2 ครั้ง มีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายทั้ง 4 ชาติถูกจับรวม 16 คน ระหว่างนั้นมีแรงงานอินโดนีเซียเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองมีผิวคล้ำ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกเดียวกันเข้าไปทัก เลยถูกจับพร้อมพวก  

        เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ผิงตงได้รับแจ้งข้อมูลว่าว่า มีคนงานต่างชาติผิดกฎหมายเช่าหอพักในอาคารชุดอยู่รวมกันกลุ่มใหญ่ จึงไปตรวจสอบ พบ 2 แรงงานไทยผิดกฎหมายกำลังปั่นจักรยานจะออกไปข้างนอก จึงเรียกให้หยุดและตรวจเอกสารสำคัญประจำตัว พบเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เมื่อสอบถามและให้พากลับเข้าห้องเช่า นำไปสู่การจับกุมแรงงานผิดกฎหมายทั้งไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อีก 8 คน รวมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่จับกุมได้ในครั้งนี้ทั้งหมด 10 คน

เห็นตำรวจนอกเครื่องแบบผิวคล้ำ นึกว่าคนบ้านเดียวกัน แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายเข้าไปทัก ถูกรวบ 16 คน

        ตำรวจคิดว่า หลังจับกุมครั้งนี้แล้ว คงไม่มีแรงงานต่างชาติกล้าไปเช่าห้องพักดังกล่าวอีกแล้ว แต่ที่ไหนได้ เวลาผ่านไปไม่กี่วันได้รับแจ้งข้อมูลอีกว่า หอพักดังกล่าวมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไปเช่าและเข้าพักอีกแล้ว จึงได้จัดส่งตำรวจนอกเครื่องแบบไปตรวจสอบเป็นระยะ ครั้งละ 3 ชั่วโมง จนวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่ง ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองผิวคล้ำและหน้าตาคล้ายแรงงานต่างชาติ ทำให้แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนบ้านเดียวกันจึงเข้าไปทักทายด้วยภาษาอินโดนีเซียอย่างเป็นมิตร ตำรวจแสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจบัตร ARC ทำให้แรงงานอินโดนีเซียรายนี้อ้าปากค้างเพราะความตกใจ และนำไปสู่การจับกุมพรรคพวกในหอซึ่งเป็นแรงงานอินโดนีเซียและเวียดนามอีก 5 คน รวม 6 คน

        โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองผิงตงแถลงว่า เป็นเรื่องน่าตะลึงที่ตรวจพบแรงงานผิดกฎหมายในหอพักเดียวกันถึง 2 ครั้ง ซึ่งมีแรงงานทั้ง 4 ชาติ รวมทั้งหมด 16 คน ชาวบ้านในละแวกนั้นกล่าวแบบติดตลกว่า หอพักดังกล่าวมีแรงงานชาติต่างๆ เข้าออกเป็นประจำ เสมือนเป็นหน่วยงานองค์การสหประชาชาติขนาดเล็ก

จับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายทำงานในฟาร์มไก่

        โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองผิงตงย้ำว่า แรงงานต่างชาติได้รับอนุญาตเดินทางมาทำงานในไต้หวัน ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบ กล่าวคือต้องทำงานในตำแหน่ง สถานที่และนายจ้างที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากหลบหนี จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และหากไปทำงานอย่างผิดกฎหมายจะถูกลงโทษปรับเงิน 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน และถูกส่งกลับประเทศ ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้เป็นเวลา 8 ปี ส่วนนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงาน มีโทษปรับ 150,000-750,000 เหรียญไต้หวัน กรณีที่ทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกัน ก็เรียกร้องให้ร่วมด้วยช่วยกัน หากพบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายหรือมีการว่าจ้างแรงงานในลักษณะผิดกฎหมาย แจ้งข้อมูลไปได้ที่ 08-7662250 หากนำไปสู่การจับกุม ผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัลนำจับด้วย

ตำรวจปลอมตัวเป็นคนงานก่อสร้าง จับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในไซต์งานได้เป็นจำนวนมาก

        จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 31 ก.ค. 63 ยังมีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างและยังไม่ถูกจับ 51,153 คน ในจำนวนนี้ เป็นเพศหญิงมากว่าเพศชาย กล่าวคือเพศหญิง 30,721 คน เพศชาย 20,432 คน และเวียดนามทวงคืนแชมป์การหลบหนีจากอินโดนีเซียได้สำเร็จ มียอดจำนวนหลบหนีที่ยังไม่ถูกจับกุม 24,013 คน ตามมาเป็นแรงงานงานอินโดนีเซีย 23,950 คน อันดับสามได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ 2,349 คน ส่วนคนงานไทยหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวนน้อยที่สุด 840 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 690 คน ผู้หญิง 150 คน

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง