ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2564

  • 08 January, 2021
เล่นการพนัน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงงานไทยก่อหนี้ใหม่

1. พบผู้ติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษแล้ว 5 ราย ไต้หวันประกาศห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตร ARC เข้าประเทศชั่วคราว แต่แรงงานต่างชาติยังคงเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ

         สืบเนื่องจากมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากอังกฤษ ติดเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์อังกลายที่กลายพันธุ์เป็นรายแรกเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 หลังจากนั้น ตรวจพบต่อเนื่องอีกหลายราย ณ วันที่ 7 มกราคม 64  ตรวจพบผู้ป่วยโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษแล้ว รวมทั้งหมด 5 ราย

ไต้หวันตรวจพบผู้ป่วยโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษแล้ว 5 ราย

      นายเฉินสือจง ผอ.ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันยืนยันเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ว่า เชื้อโควิดที่ตรวจพบในผู้ป่วยรายแรก เป็นเชื้อไวรัสโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษ ปัจจุบันอาการไม่น่าเป็นห่วง แต่เนื่องจากเป็นรายแรกที่ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์อังกฤษในไต้หวัน จึงต้องเข้มงวดการเดินทางข้ามพรมแดนมากขึ้น โดยห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC เดินทางเข้าไต้หวัน และห้ามการแวะเปลี่ยนผ่านเครื่องทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป และตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป จะต้องแนบหลักฐานสถานที่การกักตัวก่อนขึ้นเครื่อง โดยจะให้กักตัวรวมในสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้เท่านั้น ส่วนการกักตัวที่บ้านพักต้องกักตัวห้องละ 1 คน

ไต้หวันตรวจพบผู้ป่วยโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษแล้ว 5 ราย

       อย่างไรก็ตาม ประกาศห้ามชาวต่างชาติเดินทางทางเข้าไต้หวันข้างต้น ไม่รวมชาวต่างชาติที่มีบัตรถิ่นที่อยู่หรือ หรือ ARC นักการทูต นักธุรกิจปฏิบัติตามข้อสัญญากับคู่ค้าในไต้หวัน คู่สมรสของชาวไต้หวันและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมถึงผู้ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เช่นแรงงานต่างชาติ ยังสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้ตามปกติ

ตั้งแต่ปีใหม่ 2564 เป็นต้นมา ห้ามชาวต่างชาติเข้าไต้หวันชั่วคราว แต่แรงงานต่างชาติยังคงเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ

2. หนี้นอกระบบบาน กระทรวงแรงงานไต้หวันสำรวจปัญหาการกู้เงินของแรงงานต่างชาติ หาทางช่วยแก้ปัญหา

      หนี้เงินกู้นอกระบบ เริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่ของแรงงานต่างชาติ สาเหตุสำคัญมาจากการขาดวินัยทางการเงิน ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ้งเฟ้อเกินตัว ทำให้แรงงานต่างชาติจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีทั้ง 4 ชาติ หนี้เก่าที่กู้มาจากบ้านเกิด เพื่อเป็นค่าบริการจัดหางานหรือที่รู้จักกันในนามค่าหัวคิว ยังชำระไม่หมด ก็มาก่อหนี้ใหม่ ทำให้หนี้สินท่วมตัว จนกระทบต่อการทำงาน บางคนใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการหลบหนี หรือหนีหนี้กลับบ้าน บางรายถูกเจ้าหนี้กดดัน อย่างแรงงานเวียดนาม มีข่าวถูกขบวนการทวงหนี้ชาติเดียวกันจับตัวไปทรมาน แล้วถ่ายทอดสดให้ญาติพี่น้องที่เวียดนามส่งเงินมาชำระหนี้บ่อยครั้ง กลายเป็นปัญหาของแรงงานต่างชาติที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมไต้หวัน

แรงงานต่างชาติในไต้หวันจำนวนมาก แบกรับภาระหนีสินค่อนข้างหนัก

      เพื่อที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงแรงงานไต้หวัน ได้มอบหมายให้ UMR บริษัทวิเคราะห์การตลาดดำเนินการสำรวจแรงงานต่างชาติจำนวนกว่า 1,000 คน โดยใช้วิธีสุ่มชื่อจากฐานข้อมูล จากนั้นแจ้งให้นายจ้างผู้ถูกสำรวจได้รับทราบ เพื่อขอความร่วมมือและอำนวยความสะดวก เมื่อได้รับโทรศัพท์จากพนักงานถามปัญหาแล้ว ขอให้ช่วยเตรียมล่ามเพื่อความสะดวกในการสื่อสาร โดยโครงการสำรวจดังกล่าวดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และหลังจากที่วิเคราะห์คำตอบ คาดจะประกาศผลการสำรวจได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564

แรงงานต่างชาติในไต้หวันจำนวนมาก แบกรับภาระหนีสินค่อนข้างหนัก

      ในแบบสำรวจ มีการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของภาระหนี้สินก่อนการเดินทาง วัตถุประสงค์ในการกู้เงิน แหล่งเงินกู้และสภาพการชำระหนี้เป็นต้น เช่น การเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมีการกู้เงินเพื่อเป็นค่าหัวคิวและค่าใช้จ่ายในการทำเรื่องมาทำงานที่ไต้หวันหรือไม่ แหล่งกู้เงินเป็นธนาคาร บริษัทเงินด่วนหรือนายทุนนอกระบบ ชำระคืนอย่างไร ที่ไหน? และขณะทำงานอยู่ในไต้หวัน มีการกู้เงินไหม จากแหล่งไหน เพื่ออะไร? และประสบปัญหาด้านการชำระหนี้หรือไม่ เป็นต้น

กระทรวงแรงงานไต้หวันสำรวจปัญหาการกู้เงินของแรงงานต่างชาติ หาทางช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

      กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถูกสำรวจ เนื่องจากไม่มีการถามชื่อและข้อมูลส่วนตัว เพื่อหวังได้รายละเอียดที่ตรงกับความเป็นจริงให้มากที่สุด จะใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาทบทวน ปรับปรุงนโยบายด้านแรงงาน ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของแรงงานต่างชาติ คาดผลการสำรวจในครั้งนี้ จะสามารถประกาศได้ในครึ่งแรกของปี 2564

      ช่วง 2 ปีมานี้ เคยเกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหนี้ชาวเวียดนาม จับตัวลูกหนี้ชาติเดียวกันไปทรมาน แล้วถ่ายทอดสดผ่านสื่อโซเชียล เพื่อให้ญาติพี่น้องของลูกหนี้ที่เวียดนามชำระเงิน แรงงานเวียดนามที่ตกเป็นลูกหนี้ โดยมากจะเกิดจากเล่นการพนันหรือเล่นหวยเวียดนาม เมื่อถูกจับตัวไปทรมาน จะให้ญาติจ่ายคืน 10-20 เท่าของหนี้ที่ติดค้าง โดยใช้สื่อโซเชียลไลฟ์สดให้ดูช่วงทรมานด้วย ทำให้พ่อแม่ของเหยื่อได้เห็นลูกชายถูกทรมานกับตา ต้องรีบไปกู้เงิน แล้วโอนเงินเข้าบัญชีตามจำนวนที่แก๊งทวงหนี้เจาะจง หลายรายไม่มีปัญหาจะชดใช้หนี้ได้ ไปร้องเรียนต่อกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ประสานกับตำรวจช่วยเหลือเหยื่อออกมาได้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพถูกซ้อมอย่างสะบักสะบอมจนมีบาดแผลทั่วร่างกาย และตำรวจไต้หวันได้จับกุมขบวนการทวงหนี้ ทั้งหมดเป็นชาวเวียดนาม ซึ่งมีทั้งที่เป็นแรงงานถูกกฎหมาย ผิดกฎหมายและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

กระทรวงแรงงานไต้หวันสำรวจปัญหาการกู้เงินของแรงงานต่างชาติ หาทางช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

      โฆษกสำนักงานตำรวจไต้หวันเคยกล่าวเรียกร้องแรงงานต่างชาติว่า การทำงานอยู่ในต่างแดน จะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของท้องถิ่นนั้นๆ อย่าข้องแวะอบายมุข ไม่ว่าจะยาเสพติด เล่นการพนันหรือดื่มสุรา ฯลฯ และได้เรียกร้องนายจ้าง บริษัทจัดหางาน ควรจะให้ความห่วงใยและดูแลเอาใจใส่แรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างมากขึ้น  

กระทรวงแรงงานไต้หวันสำรวจปัญหาการกู้เงินของแรงงานต่างชาติ หาทางช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

3. เตือนแรงงานไทยอย่ากู้หนี้ใหม่ อย่าค้ำประกันให้ใคร พบแรงงานไทยจำนวนมากขึ้นกู้เงินจากบริษัทเงินด่วนแล้วเบี้ยว ปล่อยให้ศาลสั่งหักจากเงินเดือน นายจ้างปวดหัวคิดจะเปลี่ยนเป็นคนงานชาติอื่น

       ในอดีตแรงงานไทยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ส่วนใหญ่ต้องนำโฉนดบ้านหรือที่ดินไปค้ำประกันต่อสถาบันการเงินหรือนายทุนนอกระบบ เพื่อกู้เงินจ่ายเป็นค่าหัวคิวให้บริษัทจัดหางาน เดินทางมาทำงานโดยหวังยกระดับฐานะเศรษฐกิจของครอบครัวให้ดีขึ้น แต่มาได้ไม่นาน เป้าหมายของหลายคนก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยโอนเงินกลับไปใช้หนี้ตัดดอกเป็นประจำ ก็กลายเป็นโอนบ้างไม่โอนบ้าง เงินค่าจ้างแต่ละเดือน 20,000 -30,000 เหรียญเริ่มไม่พอใช้ บางรายถึงกับไปกู้เงินจากร้านอาหาร ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 หรือ 15 ต่อเดือน ดังนั้นในอดีตมักจะพบเห็นสภาพการณ์ที่มีชายชุดดำเดินป้วนเปี้ยนหน้าโรงงานในวันเงินเดือนออกเป็นประจำ ชายลึกลับเหล่านี้ ก็คือขบวนการรับจ้างท้วงหนี้ แรงงานไทยบางรายหมดปัญญาใช้หนี้ ใช้วิธีหลบหนีออกจากโรงงาน หรือขอลากลับบ้าน โดยอ้างว่าพ่อป่วย แม่ตายหรือเมียหนี ทางเจ้าหนี้ต้องจ้างนักเลงไปสกัดกั้นที่สนามบินกันวุ่น

เล่นการพนัน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงงานไทยก่อหนี้ใหม่

      จากสภาพการณ์ที่คนงานไทยบางรายใช้จ่ายเกินตัวนิยมกู้หนี้ใหม่ ทั้งที่หนี้เก่ายังไม่หมด ทำให้บริษัทเงินด่วนทั้งหลายเล็งเห็นโอกาสทองทางธุรกิจ ตั้งเป้าปล่อยกู้คนงานไทยเป็นการเฉพาะ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15-25 ต่อปี หรือร้อยละ 1.25-3 ต่อเดือนถูกกว่าดอกเบี้ยของร้านอาหารไทย ขั้นตอนการกู้เงินจากบริษัทเงินด่วนเหล่านี้ง่าย ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่จะให้ผู้กู้ลงนามตั๋วสัญญาใช้เงินหรือที่ภาษาจีนเรียกว่า本票 ซึ่งเป็นตราสารทางการเงินที่ใช้ฟ้องร้องทางศาลได้ กรณีที่ผู้กู้ผิดสัญญาการใช้เงิน พร้อมทั้งต้องมีเพื่อนคนงานไทยในโรงงานเดียวกันลงนามค้ำประกัน ส่วนใหญ่เป็นคนงานไทยที่กู้เงินด้วยกัน ค้ำประกันซึ่งกันและกัน ปรากฏว่า มีคนงานไทยจำนวนหนึ่งเห็นดอกเบี้ยถูกแห่กันไปกู้เงิน โดยไม่ได้คำนึงว่า หากไม่สามารถใช้เงินตามสัญญา จะถูกดำเนินคดี โดยนายจ้างจะได้รับหมายศาลบังคับให้หักเงิน 1/3 ของค่าจ้างเพื่อชดใช้แก่เจ้าหนี้ คนงานไทยที่ถูกหักเงินในทำนองนี้ มีจำนวนหลายร้อยคน หลายคนร้องเรียนไปยังสำนักงานแรงงานไทยว่า นายจ้างหักเงินมั่ว โดยลืมไปว่าตัวเองติดหนี้บริษัทเงินด่วน บางรายใช้วิธีหลบหนีกลายเป็นคนงานผิดกฎหมาย ทำให้เพื่อนร่วมงานที่ค้ำประกันเดือดร้อน ต้องรับผิดชอบใช้หนี้แทนผู้กู้ที่หลบหนีไป จนผู้ค้ำประกันบางรายก็ต้องหลบหนีตามไปด้วย เพราะไม่มีปัญญาจะใช้หนี้ดังกล่าว อย่างบริษัทผลิตโครงเหล็กขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในนครเถาหยวน เนื่องจากมีสวัสดิการดี รายได้มั่นคง จึงตกเป็นเป้ากลุ่มลูกค้าของบริษัทเงินด่วน ผลก็คือมีคนงานไทยในโรงงานนี้กว่า 50 คนแห่กู้เงิน บางรายชำระคืนตามสัญญา แต่ส่วนใหญ่ปล่อยให้ศาลสั่งนายจ้างหักเงิน ขณะที่ 4-5 รายใช้วิธีหลบหนี ทำให้คนค้ำเดือดร้อน นายจ้างก็ปวดหัวเพราะต้องมาคอยจัดการเรื่องหนี้สินของคนงาน จนมีนโยบายจะเปลี่ยนนำเข้าแรงงานชาติอื่น

แรงงานไทยจำนวนหนึ่ง ไม่มีวินัยในการใช้เงิน หนี้เก่ายังใช้ไม่หมด ก่อหนี้ใหม่

      คนที่เป็นหนี้จากความจำเป็นจริงๆ มักจะไม่ใช่หนี้สินที่ก่อปัญหาหนักอกหนักใจ ทว่าหนี้ที่สร้างปัญหาคือ หนี้ที่เกิดจากความอยากได้ อยากมี หรือเกิดจากความต้องการหรือความฟุ่มเฟือยส่วนตัว เป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ เข้าทำนองใช้ก่อน ผ่อนทีหลัง ทำให้ปัญหาการเกิดหนี้สินเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับผู้ที่ไม่มีวินัยในการใช้จ่ายเงิน และไม่มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน

      นอกจากนี้ อย่าไปค้ำประกันให้ใครเด็ดขาด เพราะหากว่าเขาหนีหนี้ไป คนค้ำต้องกลายเป็นลูกหนี้ในจำนวนเงินที่อาจรับไม่ไหว ต้องทุกข์กาย ทุกข์ใจไม่มีที่สิ้นสุด เป็นหนี้ที่ไม่ได้ก่อแต่ต้องคอยมาตามชดใช้ จึงขอเตือนเพื่อนแรงงานไทยว่า จงพิจารณาให้ถ้วนถี่ หากมีใครมาขอยืมเงินหรือมาขอให้เราเป็นผู้เซ็นต์ค้ำประกันให้ อย่าตกลงเด็ดขาด มิเช่นนั้น อาจจะเข้าทำนอง เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง เอากระดูกมาแขวนคอ ก็เป็นได้

แรงงานไทยจำนวนหนึ่ง ไม่มีวินัยในการใช้เงิน หนี้เก่ายังใช้ไม่หมด ก่อหนี้ใหม่

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง