ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564

  • 12 February, 2021
แรงงานเวียดนามรับสารภาพว่า ถ่ายคลิปยิงนก เพื่อเพิ่มยอดกดไลค์กดแชร์ในเฟซบุ๊ก

1. สลด! แรงงานไทยขณะทำงานจมน้ำตายอีกราย บริเวณเดียวกับที่เคยเกิดเหตุการณ์ 3 แรงงานไทยตกทะเลเมื่อปลายปี 2562 แต่ไม่ใช่นายจ้างรายเดียวกัน

       เหตุการณ์เศร้าสลดครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.20 น. ของวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ที่ไซต์งานบริษัท Dong-Pi Construction Co,. Ltd. ณ ท่าเรือไทเป เขตปาหลี่ นครนิวไทเป ขณะที่ 6 คนงานไทยพร้อมด้วยแรงงานชาวไต้หวัน กำลังทำงานอยู่บนแท่นลอยน้ำ เพื่อวางหรือถมแท่นปูนฐานรากแบบกล่องกันคลื่นทะเล สำหรับโครงการก่อสร้างสถานีรับและจ่ายแก๊สแห่งที่ 3 ของบริษัทการปิโตรเลียมไต้หวันหรือ CPC เกิดเหตุการณ์ที่แทนลอยน้ำรั่วโดยไม่รู้สาเหตุ ทำให้น้ำทะเลไหลเข้าจนเกิดอาการเอนเอียง แรงงานที่ทำงานอยู่บนแท่นทั้งหมด ซึ่งสวมเสื้อชูชีพทุกคนกระโดดลงน้ำรอดชีวิต ยกเว้นนายสิทธิพงษ์ อายุ 48 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งทำงานอยู่ชั้นล่างสุดหนีไม่ทัน หน่วยกู้ภัยจากกองดับเพลิงนครนิวไทเปรุดไปที่เกิดเหตุ ดำน้ำลงไปในแท่นลอยน้ำงมหานานร่วม 2 ชั่วโมง จึงนำร่างแรงงานไทยที่เคราะห์ร้ายรายนี้ขึ้นมาได้ แต่สิ้นลมหายใจไปนานแล้ว

แท่นลอยน้ำรั่วทำให้น้ำทะเลไหลเข้าจนเอียง แรงงานไทยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จมน้ำเสียชีวิต 1 ราย

       ด้านสำนักงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้โดยละเอียดแล้ว รวมถึงระบบความปลอดภัยที่นายจ้างจะต้องจัดหาให้ เช่นมีการสวมเสื้อชูชีพที่ได้มาตรฐานหรือไม่เป็นต้น

แท่นลอยน้ำรั่วทำให้น้ำทะเลไหลเข้าจนเอียง แรงงานไทยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จมน้ำเสียชีวิต 1 ราย

       ในบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นริมทะเลในท่าเรือไทเป ซึ่งกำลังก่อสร้างสถานีรับและจ่ายแก๊สแห่งที่ 3 ของบริษัทการปิโตรเลียมไต้หวันหรือ CPC เมื่อเย็นวันที่ 1 ธ.ค. 2562 เคยเกิดเหตุการณ์ที่เรือลากลูกปูนที่สร้างเสร็จไปวางยังจุดใหม่นอกชายฝั่ง สันนิษฐานว่ากับตันเรือไม่คุ้นกับร่องน้ำ ลากแท่นปูนไปกระแทกกับหินโสโครก ทำให้พลิกคว่ำ แรงงาน 7 คน ประกอบด้วยแรงงานไทย 6 คนและแรงงานชาวไต้หวัน 1 คน ซึ่งอยู่ในแท่นปูนเพื่อคอยเปิดวาล์วให้น้ำเข้าให้แท่นปูนจมลงเมื่อไปถึงจุดวาง ร่วงตกลงในน้ำ แม้แรงงานทุกคนจะสวมเชื้อชูชีพ แต่แรงดูดของน้ำทะเล ทำให้จมลงในน้ำทั้งหมด ปรากฎว่ามีแรงงานไทยจมน้ำเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย มาครั้งนี้เกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกัน แต่เป็นนายจ้างคนละราย ดังนั้น เจ้าหน้าที่จากสำนักงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย กระทรวงแรงงานไต้หวัน จึงต้องตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก

หน่วยกู้ภัยนำร่างไร้วิญญาณของแรงงานไทยขึ้นฝั่ง

2. จับสาวเวียดนามค้ามนุษย์ ตั้ง 19 บริษัทนอมินีนำเข้าแรงงานชาติเดียวกัน 126 คน บังคับส่งไปทำงานก่อสร้าง หักค่าจ้าง 50% ทุกเดือน 2 ปีโกยเงินกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน

       นางเตียว อายุ 42 ปี หญิงชาวเวียดนามที่มาแต่งงานและได้บัตรประชาชนของไต้หวัน พร้อมพวก เนื่องจากเล็งเห็นภาคการก่อสร้างของไต้หวันขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จึงตั้งบริษัทจัดหางานและบริษัทนอมินี 19 บริษัท โดยให้คนรู้จักสลับกันเป็นผู้บริหาร เช่าบ้านชาวบ้านเป็นที่ตั้งโรงงาน ทำเอกสารปลอมและบัญชีรายชื่อพนักงานปลอม ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่อกระทรวงแรงงาน นอกจากนี้ ยังฉวยโอกาสขณะช่วยนายจ้างยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ ปลอมแปลงข้อมูล เพิ่มโควตานำเข้าแรงงานต่างชาติโดยพลการ โดยที่นายจ้างไม่ทราบ โควตาส่วนที่เกิน รวมกับที่นำเข้าเองในช่วง3 ปีที่ผ่าน รวม 126 ใช้วิธีข่มขู่บังคับให้ไปทำงานตามไซต์งานก่อสร้างต่างๆ โดยหักค่าจ้าง 50% ทุกคน ขูดรีดเงินทองจากหยาดเหงื่อนแรงงานชาติเดียวกันไปแล้วกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน ถูกตำรวจจับรวมกับพวก 35 คน ส่งดำเนินคดี ข้อหาช่อโกง ตั้งองค์กรอาชญากรรมและค้ามนุษย์

จับแก๊งค้ามนุษย์ โดยมีสาวเวียดนามเป็นหัวโจก ขูดรีดแรงงานชาติชาติเดียวกัน 126 คน

       สำนักงานอัยการนครไทจงแถลงว่า นางเตียวอวี้หง หญิงชาวเวียดนามที่มาแต่งานและตั้งรกรากอยู่ที่นครไทจง และเป็นผู้กว้างขวางในกลุ่มชาวเวียดนามด้วยกัน หลังจากโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว เมื่อปี 2560 เคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภานครไทจง ชูนโยบายช่วยแก้ปัญหา และเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติผู้ด้อยโอกาส แต่สอบตกไม่ได้รับเลือกตั้ง นางเตียว ซึ่งทำมาหากินกับแรงงานชาติเดียวกันอยู่แล้ว เล็งเห็นภาคการก่อสร้างขาดแคลนแรงงานรุนแรง จึงเบนเข็มนำเข้าแรงงานเวียดนาม

สาวเวียดนามตั้ง 11 บริษัทว่างเปล่าที่มีแต่ชื่อ แต่ไม่มีสินทรัพย์ เพื่อยื่นขอนำเข้าแรงงานเวียดนาม

       เนื่องจากคุณสมบัติของนายจ้างที่มีสิทธิ์นำเข้าแรงงานก่อสร้างได้ จะต้องเป็นผู้รับเหมาโครงการภาครัฐมูลค่าโครงการเกินกว่า 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน นางเตียว จึงร่วมกับชาวไต้หวันที่รู้จัก ได้แก่นายสวี่ อายุ 57 ปี ก่อตั้งบริษัทจัดหางานอย่างถูกกฎหมาย โดยตั้งตนเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายสวี่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ และร่วมกับนายหลิน นักบัญชีและเพื่อนชาวเวียดนามอีกหลายคน ทำเอกสารปลอม ล่าชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคนไต้หวันกว่า 200 คน เป็นพนักงานปลอม ตั้งบริษัทนอมินี 19 บริษัท โดยสลับกันเป็นผู้บริหาร และเช่าบ้านพักเป็นสถานประกอบการปลอม ทำเสมือนเป็นโรงงานที่ขาดแคลนแรงงาน ยื่นขอนำเข้าแรงงานเวียดนามต่อกระทรวงแรงงาน เนื่องจากเอกสารมีทั้งเป็นของจริงและของปลอม และทำได้ค่อนข้างแนบเนียน หน่วยงานราชการไม่ทันสังเกต อนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างชาติแล้วจำนวนมาก รวมกับบริษัทจัดหางานที่นางเตียวตั้งขึ้น ช่วยนายจ้างนำเข้าแรงงานเวียดนาม แต่ปลอมแปลงข้อมูล เพิ่มโควตาแรงงาน ทำให้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ นำเข้าแรงงานเวียดนามแล้ว 126 คน จากนั้นบังคับให้ไปทำงานในไซต์งานก่อสร้าง มีแรงงานเวียดนามบางรายที่ทักท้วงว่า นายจ้างและงานที่ทำไม่ตรงกับสัญญาจ้าง คือมาโรงงานแต่ให้ไปทำงานก่อสร้าง ก็จะถูกข่มขู่ว่าส่งกลับ

ตรวจพบตราประทับของบริษัทปลอมเป็นจำนวนมาก

       พนักงานอัยการยังตรวจพบว่า ขณะที่นำเข้าแรงงานเวียดนาม นางเตียวบอกกับแรงงานว่า ค่าจ้างในไต้หวันคือ 23,800 เหรียญไต้หวัน โอทีต่างหาก แต่นางเตียว เรียกเงินค่าจ้างจากผู้รับเหมางานก่อสร้างในอัตราวันละ 1,300-1,400 เหรียญต่อคน หรือ 36,000-42,000 เหรียญต่อคนต่อเดือน เมื่อได้รับค่าจ้างแล้วจะหัก 50% จ่ายจริงแก่แรงงานเพียง 18,000-24,000 เหรียญไต้หวันเท่านั้น ใครทักท้วงจะถูกขู่ว่าส่งกลับประเทศ มีแรงงานเวียดนามบางคนทนไม่ไหว แต่ไม่กล้าร้องเรียน ได้แต่บอกผ่านคนรู้จัก จนในที่สุดมีคนช่วยฟ้องต่อกองแรงงานนครไทจง หลังตรวจสอบแล้ว ได้ประสานกับตำรวจปรามปรามอาชญากรรม สำนักงานอัยการไทจงและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ ตรวจสอบและดำเนินการจับกุม

ตำรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก

       โดยเมื่อวันที่ 10 กันยายน  ปี 2563 ตำรวจภายใต้การบัญชาการของพนักงานอัยการ ได้บุกจับนางเตียวพร้อมพวก 4 คน ยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ สมุดบัญชี เอกสารปลอมต่างๆมากมาย หลังตรวจสอบแล้วพบว่า มีแรงงานเวียดนามที่ตกเป็นเหยื่อและยังทำงานอยู่ในไต้หวันจำนวน 91 ราย และตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 จนถึงสิงหาคม 2563 รวมระยะเวลา 2 ปี ขูดรีดหยาดเหงื่อแรงงานชาติเดียวกันได้เงินไปแล้วกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน หลังส่งดำเนินคดี อัยการสั่งฟ้องนางเตียวและพวก 4 คน ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน ตั้งองค์กรก่ออาชญากรรมและค้ามนุษย์ ส่วนพรรคพวกอีก 16 คนถูกปรับเงิน นอกจากยังจับนายจ้าง 31 รายดำเนินคดีข้อหาว่าจ้างแรงงานต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนแรงงานเวียดนามทั้ง 91 ราย ส่งให้กองแรงงานให้ความช่วยเหลือต่อไปแล้ว

สาวเวียดนามค้ามนุษย์ ตั้ง 19 บริษัทนอมินีนำเข้าแรงงานชาติเดียวกัน 126 คน ปัจจุบันยังทำงานอยู่ในไต้หวัน 91 คน กองแรงงานช่วยโอนย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่

3. รวบ 2 คนงานเวียดนามอยากเพิ่มยอดวิว ถ่ายคลิปยิงนกโพสต์ในเฟซบุ๊ก โทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน

         แรงงานเวียดนามทำงานอยู่ที่เมืองจางฮั่ว 2 คน คิดอยากจะเพิ่มกดไลค์กดแชร์ในเฟซบุ๊ก ถ่ายคลิปขณะใช้หนังสติ๊กยิงนกกระจอก นกพิราบป่าและนกเขาบนต้นไม้ข้างถนน จากนั้นโพสต์เฟซบุ๊ก แต่ยังไม่ทันจะได้ยอดวิวเพิ่มเท่าไหร่ พฤติกรรมของแรงงานเวียดนามทั้งสองรายดังกล่าว ก็ถูกตำรวจตรวจพบและตามรวบตัวมาได้ ทั้งสองรับสารภาพว่าได้ทำจริง ถูกส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า มีโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

แรงงานเวียดนามรับสารภาพว่า ถ่ายคลิปยิงนก เพื่อเพิ่มยอดกดไลค์กดแชร์ในเฟซบุ๊ก

           โฆษกสถานีตำรวจจางฮั่วแถลงว่า ก่อนหน้านี้ ตำรวจกลุ่มงานอินเตอร์เน็ต ขณะสอดส่องโซเชียลมีเดีย พบมีกลุ่มอนุกร์สัตว์นำคลิปภาพยิงนกของแรงงานเวียดนามในเฟซบุ๊ก มาทำอัพโหลดในแอพพลิเคชั่นยอดฮิตอย่างติ๊กต็อก (TikTok) เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามหาแรงงานเวียดนาม เจ้าของคลิปยิงนกดังกล่าวมาดำเนินคดี ข้อหาทำร้ายสัตว์ ในคลิปเป็นแรงงานต่างชาติขี่รถจักรยานไฟฟ้าจอดข้างถนน แล้วใช้หนังสติ๊กยิงนกชนิดต่างๆ บนต้นไม้ และสายไฟฟ้า มีนกหลายตัวถูกยิงตกสู่พื้น แม้จะคนเข้าชมและทิ้งข้อความไว้จำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะประนามพฤติกรรมของแรงงานต่างชาติที่ทารุณและทำร้ายสัตว์

         ตำรวจตรวจสอบจากคลิปภาพต้นฉบับในเฟซบุ๊ก และตามไปจับแรงงานทั้งสองได้ ที่โรงงานผลิตโลหะภัณฑ์แห่งหนึ่งในตำบลผู่เหยียน เมืองจางฮั่ว เป็นแรงงานชาวเวียดนาม อายุ 26 ปีและ 27 ปี ตามลำดับ ทั้งคู่ให้การสารภาพตลอดข้อหา ทำมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จำตัวเลขนกที่เคราะห์ร้ายถูกยิงตกมีเท่าไหร่ไม่ได้ อ้างว่าที่ทำเช่นนี้ ก็เพื่อเพิ่มยอดวิวในเฟซบุ๊ก โดยคนหนึ่งใช้หนังสติ๊กยิงนก อีกคนใช้มือถือถ่ายคลิปภาพ จากนั้นอัพโหลดไปยังเพจต่างๆ และโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วย แต่ละครั้งมรยอดวิวค่อนข้างสูง แต่ไม่นึกว่าครั้งล่าสุด ถูกกลุ่มอนุรักษ์สัตว์พบและนำไปอัพโหลดในติ๊กต็อก จนถูกตำรวจตรวจพบ

แรงงานเวียดนามรับสารภาพว่า ถ่ายคลิปยิงนก เพื่อเพิ่มยอดกดไลค์กดแชร์ในเฟซบุ๊ก

         ตำรวจส่ง 2 แรงงานเวียดนามดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายอนุรักษ์สัตว์ป่า ต้องระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน ตำรวจกล่าวเตือนว่า ตามกฎหมายอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา 18 ห้ามก่อกวน คุกคาม ล่าหรือฆ่าสัตว์ป่า ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากทำให้สัตว์ป่าเสียชีวิต จะถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 100,000-500,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงเตือนแรงงานไทยต้องระวัง อย่าฝ่าฝืนเด็ดขาด

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง