ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2563

  • 07 October, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
แรงงานต่างชาติและนายจ้างไต้หวันจำนวนมากเรียกร้องให้ขยายเวลาทำงานในไต้หวันมากกว่า 12 ปี

      น.ส. วรัตม์สุดา ศรทัตต์ รอง ผอ. รักษาการแทน ผอ.สนร.ไทเป พูดคุยและตอบปัญหาแรงงานไทยผ่านการถ่ายทอดสด Facebook Live ที่ RtiFanpage เมื่อเวลา 18.30-19.30 น. วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 ช่วงที่สอง เป็นการตอบปัญหาไขข้อข้องใจแรงงานไทย ดังนี้ :

น.ส. วรัตม์สุดา ศรทัตต์ รอง ผอ. รักษาการแทน ผอ.สนร.ไทเป  (กลาง) กับอโศก ศรีจันทร์ และอัญชัน ทรงพุทธิ์ ไขปัญหาแรงงานไทยผ่าน Rti

1. เงินบำเหน็จชราภาพ ต้องรออายุครบ 60 ปีถึงจะได้ มีความเป็นไปได้ไหมว่า ลดอายุลงมาเหลือ 50 ปี หรือเมื่อทำงานครบ 12 ปีแล้ว รับเงินส่วนนี้ไปได้เลย

       คำตอบ : สำนักงานแรงงานไทยเคยเสนอประเด็นปัญหานี้ให้กับกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันแล้วว่า การจะให้แรงงานไทยรอถึง 60 ปีขึ้นไปจึงจะยื่นขอได้ เป็นเรื่องลำบาก ขอให้พิจารณาลดเงื่อนไขหรือลดคุณสมบัติลงได้ไหม? หรือครบกำหนด 12 ปีแล้วรับไปเลย ได้รับคำตอบว่า เงินบำเหน็จชราภาพเป็นสวัสดิการที่ให้การคุ้มครองชีวิตในยามแก่ชราแก่แรงงานที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนฯ ไม่ว่าจะแรงงานท้องถิ่นหรือแรงงานต่างชาติมีกฎเกณฑ์เดียวกันหมด และกฎหมายการประกันภัยแรงงานของไต้หวัน กำหนดให้สมาชิกกองทุนฯ ต้องมีอายุครอบ 60 ปีบริบูรณ์ สำหรับผู้เกิดในหรือก่อนปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดในหรือหลังปี 2505 ต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จึงมีสิทธิยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพได้ กฎเกณฑ์เหล่านี้ บังคับใช้กับแรงงานทุกคน ไม่เฉพาะแรงงานต่างชาติ แรงงานท้องถิ่นก็ต้องทำตามด้วย การจะเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ ต้องแก้กฎหมายจะต้องใช้กับผู้ใช้แรงงานทั้งหมด จะใช้กับแรงงานกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้

แรงงานต่างชาติมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองประกันภัยแรงงานของไต้หวัน

       อย่างไรก็ตาม กองทุนประกันภัยแรงงานกับสำนักงานแรงงานไทยได้หารือลดขั้นตอนการยื่นขอให้ง่ายขึ้น โดยสำนักงานแรงงานไทย ได้แปลแบบฟอร์มคำขอและจัดทำขั้นตอนการยื่นเรื่องและอำนวยความสะดวกให้แรงงานไทย แรงงานไทยที่ถึงเกณฑ์อายุ เพียงแค่นำเอกสารไปที่สำนักงานแรงงานจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในศาลากลางจังหวัด จะได้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกในการทำเรื่องโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ เมื่อสำนักงานแรงงานจังหวัดรับเรื่องแล้วส่งผ่านกระทรวงแรงงานมาที่ไต้หวัน สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวันจะช่วยยื่นเรื่องต่อกองทุนฯ เมื่อได้รับอนุมัติ กองทุนฯ จะโอนเงินบำเหน็จชราภาพเข้าบัญชีของแรงงานไทยโดยตรง

แรงงานต่างชาติมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองประกันภัยแรงงานของไต้หวัน

       แนะนำให้แรงงานไทยควรเก็บรักษาบัตรถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC รวมถึงหนังสือเดินทางทุกเล่มเอาไว้ อย่างน้อยถ่ายสำเนาเก็บไว้ในรูปแผ่นกระดาษหรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จะมีส่วนช่วยค้นหาข้อมูลในขณะยื่นขอเงินสวัสดิการก้อนนี้ และที่สำคัญคือ ต้องดูแลตัวเอง เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีในยามแก่ชรา และสามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนฯ ของไต้หวันได้

แบบคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน (จัดทำโดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป)

2. ถามเรื่องเงินภาษี ยังไม่ได้รับเลย ล่ามบอกออกวันที่ 11/9 ตอนนี้ยังไม่มีเงินเข้าเลยครับถามล่ามๆ บอกประมาณสิ้นปีถึงจะได้เงินครับ

       คำตอบ : ใครที่มีปัญหาเรื่องเงินภาษีหรือปัญหาอื่นๆ สำนักงานแรงงานไทยมีเจ้าหน้าที่ติดตามสิทธิประโยชน์คอยรับเรื่องและช่วยเหลือดำเนินการโดยเฉพาะ ร้องเรียนไปได้เลย ที่เฟซบุ๊ก พิมพ์คำว่า สำนักงานแรงงานไทย ไทเป หรือแฟกซ์คำร้องไปที่ 02-27011433 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือร้องเรียนทางโทรศัพท์ 02-27011413 ในเวลาราชการ เมื่อพูดถึงเงินภาษี อยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แรงงานต่างชาติที่อยู่ครบ 183 วันใน 1 ปีภาษี หมายถึงเดินทางเข้าก่อนวันที่ 1 ก.ค. ของปี หรือเดินทางทางกลับหลัง 30 มิ.ย.ของปี จะมีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนและยกเว้นภาษีเช่นเดียวกับชาวไต้หวัน 408,000 เหรียญไต้หวันต่อปี หมายถึงว่า แรงงานไทยที่มีรายได้ตลอดปีรวมแล้วไม่เกิน 408,000 เหรียญ หรือเดือนละไม่เกิน 34,000 เหรียญ นี่ยังไม่รวมค่าโอทีส่วนที่ได้รับการยกเว้นภาษีเดือนละ 46 ชั่วโมง แต่ในทางปฏิบัติ นายจ้างอาจมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายล่วงหน้า สามารถยื่นขอคืนเงินภาษีได้ ในช่วงเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป หรือก่อนการเดินทางกลับประเทศ หลังยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีไปแล้วประมาณ 2-3 เดือน จะได้รับคืนเงินภาษีส่วนที่จ่ายเกินจากสรรพากร

แรงงานไทยที่มีรายได้ตลอดปีรวมแล้วไม่เกิน 408,000 เหรียญ หรือเดือนละไม่เกิน 34,000 เหรียญ ไม่ต้องเสียภาษี

3. อยากให้นายจ้างจัดการเรื่องที่พักหน่อยครับ

       คำตอบ : หากมีปัญหาเรื่องที่พัก อาหารการกิน หรือการทำงาน สามารถร้องเรียนไปได้ที่เฟซบุ๊กของสำนักงานแรงงานไทย ไทเป ทางสำนักงานจะประสานกับกองแรงงานท้องที่ ขอให้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ

หอพักแออัด เป็นอีกหนึ่งปัญหาของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน

4. อยากให้ขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติจาก 12 ปี เป็น 15 ปี

       คำตอบ : กฎหมายการจ้างงานของไต้หวันกำหนดให้แรงงานต่างชาติภาคการผลิต ได้แก่งานโรงงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานเกษตร ฯลฯ สามารถทำงานในไต้หวันได้ รวมสะสมแล้วไม่เกิน 12 ปี และภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่ผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน ทำงานได้รวมสะสมไม่เกิน 14 ปี การจะขยายเวลาทำงานมากกว่า 12 ปี จะต้องมีการแก้กฎหมาย สำนักงานแรงงานไทยเคยเสนอในที่ประชุมระหว่างไทย-ไต้หวัน ขอให้ขยายเวลาทำงานเกินกว่า 12 ปี เพราะแรงงานที่ทำงานมานานถึงขนาดนี้ จะต้องเป็นแรงงานที่มีทักษะและเชี่ยวชาญในหน้าที่การงาน เป็นผู้รู้ระเบียบกฎหมายและคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไต้หวัน และที่สำคัญผลงานเป็นที่ชื่นชอบของนายจ้างอยู่แล้ว และเรื่องนี้นายจ้างไต้หวันจำนวนมากมีเสียงสะท้อน อยากให้ขยายเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างเช่นกัน เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปฝึกฝนคนงานใหม่ แต่การจะเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องแก้กฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะมีแรงกดดันจากแรงงานท้องถิ่นและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานที่เกรงว่า จะเป็นตัวฉุดหรือทำให้นายจ้างไต้หวันไม่ยอมขึ้นค่าจ้างแก่แรงงานท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติของไต้หวันเห็นว่า แรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีทักษะฝีมือ เป็นกำลังแรงงานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไต้หวัน จึงมีการเสนอร่างกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและเศรษฐกิจใหม่ ให้โอกาสแรงงานที่มีทักษะฝีมือ ทำงานในไต้หวันเกิน 6 ปีขึ้นไป และนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้าง 41,393 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากเกี่ยวพันกับการจ้างชาวต่างชาติระดับไวท์คอล่าร์ ทำให้จนถึงขณะนี้ ยังไม่ผ่านสภานิติบัญญัติ ดังนั้น การจะแก้กฎหมายการจ้างงานขยายระยะเวลาการทำงานมากกว่า 12 ปี จึงยังเป็นไปได้ยากไนเร็วๆ นี้

แรงงานต่างชาติและนายจ้างไต้หวันจำนวนมากเรียกร้องให้ขยายเวลาทำงานมากกว่า 12 ปี

       อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่แม้ว่าในไต้หวันจะปลอดภัย แต่ต่างประเทศยังคงรุนแรง สายการบินยังไม่สามารถให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ การเดินทางกลับประเทศมีปัญหา อีกทั้งแรงงานใหม่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันค่อนข้างลำบาก กระทรวงงานไต้หวันได้ประกาศมาตรการพิเศษ ให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 12 ปีสำหรับแรงงานภาคการผลิต และ 14 ปีสำหรับผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน สามารถต่อสัญญาจ้างกับนายจ้างรายเดิมต่อไปได้ครั้งละ 3 เดือนแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ประกาศให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนดระยะเวลา 12 ปี หรือ 14 ปี ก่อนวันที่ 17 มีนาคม 64 สามารถต่อสัญญากับนายจ้างเดิมต่อไปได้อีก 6 เดือน ทั้งนี้ รวมแรงงานต่างชาติที่เคยต่อสัญญา 3 เดือนมาแล้ว ไม่ว่าจะ 1 หรือ 2 ครั้ง

       ขอเน้นว่า การต่อสัญญาพิเศษ 6 เดือนนี้ ต้องต่อกับนายจ้างเดิม จะเปลี่ยนนายจ้างใหม่ไม่ได้ ส่วนผู้ที่ยังทำงานไม่ครบ 12 ปี หากจะต่อสัญญาหรือเปลี่ยนนายจ้าง ต้องแจ้งนายจ้างเพื่อดำเนินการภายใน 2-4 เดือนก่อนครบสัญญา

แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนด 12 ปี หรือ 14 ปี ก่อนวันที่ 17 มีนาคม 64 สามารถต่อสัญญากับนายจ้างเดิมต่อไปได้อีก 6 เดือน

5. จะครบ 12 ปีและสัญญาจะหมดหลังวันที่ 17 มีนาคม 64 จะต่อสัญญาได้ไหม?

       คำตอบ : อย่าเพิ่งวิตกกังวล เพราะขณะนี้ขยายเวลาออกไปถึงวันที่ 17 มีนาคมปีหน้า ถึงเวลานั้นหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น สายการบินยังไม่สามารถบินได้ตามปกติ กรวงแรงงานจะมีการประกาศขยายเวลาออกไป แต่ขณะนี้ขยายออกไปเพียง 6 เดือนถึง 17 มีนาคม 64 ก่อน   

6. ต่อสัญญาอีก 6 เดือน เก็บค่าต่อสัญญาไหม? ส่วนใหญ่บอกไม่ต้องเสีย เสียแค่ธรรมเนียมต่ออายุ ARC และค่าบริการรายเดือน แต่มีบางคนบอกว่า ล่ามขอค่าต่อสัญญา 20,000 เหรียญ

       คำตอบ : หากมีใครถูกเรียกเก็บค่าต่อสัญญา แนะนำให้แจ้งข้อมูลไปที่สำนักงานแรงงานไทย จะจัดกาให้อย่างเด็ดขาดและเอาเงินคืนมาให้ ก่อนหน้านี้ มีโรงงานใหญ่ที่รับโอนคนงานที่นายจ้างประสบปัญหา นายจ้างและบริษัทจัดหางานไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย แต่ล่ามบางคนแอบเก็บเงินจากแรงงานไทยที่โฮนย้ายนายจ้าง คนละ 30,000 เหรียญ ที่สำคัญคือ ไปทำงานได้ไม่ถึงเดือน ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ เนื่องจากไม่ผ่านงาน แต่ล่ามไม่ยอมคืนค่าใช้จ่าย จึงร้องไปที่สำนักงานแรงงานไทย สสำนักงานฯ ได้เชิญนายจ้างและบริษัทจัดหางานไปคุย และเคลียร์ปัญหาแล้ว โดยบังคับให้ล่ามคืนเงินที่เรียกรับคนละ 30,000 เหรียญให้แก่แรงงานไทยทุกคน จากนั้นไล่ล่ามรายนี้ออกจากงาน ตามกฎหมาย ล่ามหรือบริษัทจัดหางานรับเงินนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด จะถูกลงโทษปรับ 20 เท่าของเงินที่เรียกรับไป และอาจถูกพักใบอนุญาตด้วย

แรงงานไทยที่ถูกเรียกเก็บค่าต่อสัญญา แนะนำให้แจ้งข้อมูลไปที่สำนักงานแรงงานไทย

7. สุดท้ายขอย้ำเรื่องที่สำนักงานแรงงานไทยเป็นห่วงกังวล ได้แก่เรื่องสุขภาพของแรงงานไทย

      ขอให้ดูแลตัวเอง ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ข้องแวะเรื่องเหล้า ยาเสพติด ยิ่งช่วงนี้ อากาศเริ่มเย็นลง จะเข้าสู่ฤดูใบไม่ร่วง จากนั้นจะเข้าสู่หน้าหนาว ร่างกายปรับตัวไม่ทันอาจไม่สบายหรือเป็นไข้หวัดได้ง่าย บวกกับโรคโควิด-19 ที่มีระบาดเป็นระลอกสอง จึงขอให้แรงงานไทยทุกคนรักษาสุขภาพ สวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท และมีคนแออัด

สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เรียกร้องแรงงานไทยดูแลสุขภาพของตนเอง

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง