ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564

  • 10 February, 2021
แรงงานต่างชาติภาคการผลิตที่ทำงานครบ 12 ปี ก่อน 17 มีนาคม 64 ต่อสัญญาได้อีก 6 เดือน

1. ระวังถูกส่งกลับ! ปี 63 แรงงานต่างชาติเมาแล้วขับถูกจับกว่า 1,300 คน ในจำนวนนี้ 1 ใน 3 เป็นคนงานไทย

       สุรา เป็นบ่อเกิดปัญหาและเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของแรงงานไทย หน่วยงานทั้งไทยและไต้หวัน รวมถึง Rti มีการประชาสัมพันธ์เป็นประจำ แต่ยังคงมีแรงงานไทยดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะถูกจับหรือประสบอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง

แรงงานไทยที่ไทจงเมา ขี่จักรยานไฟฟ้าชนรถยนต์ข้างทางกลางดึก ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

       จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นปี 2563 มีแรงงานต่างชาติที่ก่อคดีเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ จำนวน 1,339 คน ในจำนวนนี้แรงงานไทยครองสัดส่วน 1 ใน 3 แม้จะน้อยกว่าเวียดนามเล็กน้อย แต่อย่าลืมว่าจำนวนแรงงานไทยเป็นเพียง 1 ใน 4 ของเวียดนาม หากเทียบตามสัดส่วนแรงงานแล้ว แรงงานไทยถูกจับเมาแล้วขับมากที่สุด

       กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือนว่า หากแรงงานต่างชาติเมาแล้วขับในสภาพรุนแรง นอกจากถูกจำคุกและปรับเงินในอัตราสูงแล้ว ยังจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป

ตำรวจไต้หวันเตือนแรงงานต่างชาติเมาแล้วขับ ระวังเจอโทษหนัก

2. แรงงานต่างชาติในไต้หวันนิยมแต่งรถจักรยานไฟฟ้าจนดูเหมือนมอไซค์หรู ฟิลิปปินส์อันดับ 1 ยอมควักเงินแสนแต่งรถ คนงานไทยตามมาเป็นอันดับ 2 เตือน! แต่งจักรยานไฟฟ้ามีโทษปรับสูงสุด 5,400 เหรียญ

       จากการที่รถจักรยานไฟฟ้าราคาถูกและไม่ต้องสอบใบขับขี่ กลายเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างชาติ จากข้อมูลของกระทรวงคมนาคมพบว่า ณ สิ้นปี 2563 ในไต้หวันมีรถจักรยานไฟฟ้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานกว่า 500,000 คัน และอุบัติเหตุจากรถจักยานไฟฟ้าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 40%

กลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ที่ซินจู๋ ตั้งชมรม Low Profile EBikers ปัจจุบันมีสมาชิกหลายร้อยคน (ภาพจากชมรม Low Profile EBikers)

       แรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานฟิลิปปินส์นิยมแต่งรถจักรยานไฟฟ้ามากที่สุด อย่างกลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ในเมืองซินจู๋ ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และเวเฟอร์ชิป ว่าจ้างแรงงานฟิลิปปินส์ที่เก่งภาษาอังกฤษเป็นจำนวนมาก นิยมแต่งรถจักรยานไฟฟ้า โดยตั้งเป็นชมรมคนรักจักรยานไฟฟ้า มีสมาชิกกว่า 100 คน จัดการแข่งขันะประชันการปรับแต่งรถจักรยานไฟฟ้าและออกเที่ยวเป็นกลุ่มในวันหยุดประจำสัปดาห์

ชมรม Low Profile EBikers ที่นายมาลอนและเพื่อนรักการแต่งจักรยานไฟฟ้าตั้งขึ้น มักจะออกเที่ยวเป็นกลุ่มในวันหยุด (ภาพจากชมรม Low Profile EBikers)

       อย่างนายมาลอน หนึ่งในแรงงานฟิลิปปินส์ที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันเป็นเวลา 7 ปีแล้ว และเป็นหนึ่งในผู้คลั่งไคล้ปรับแต่งรถจักรยานไฟฟ้าเป็นอย่างมากกล่าวว่า ชอบปรับแต่งรถจักรยานไฟฟ้า โดยในไต้หวันมีอะไหล่ชิ้นส่วน สำหรับการปรับแต่งรถครบถ้วนและราคาไม่แพง แต่ละคัน หากจะปรับแต่งให้สุดหรู ใช้เงินประมาณ 30,000 เหรียญไต้หวัน อาจแพงกว่าราคารถ 2-4 เท่า แต่งมีความภูมิใจ ส่วนรถจักรยานไฟฟ้าของตน ปรับแต่งสุดพิเศษ ใช้งบไปถึง 120,000 เหรียญ แต่ไม่เสียดาย เพราะตนรักรถจักรยานไฟฟ้าเสมือนเมียน้อย โดยจะรวมกลุ่มเป็นชมรม ตั้งชื่อชมรม Low Profile EBikers บางครั้งก็เรียกชมรมคนรักเมียน้อย นอกจากจัดกิจกรรมประชันและออกเที่ยวแล้ว เมื่อบ้านเกิดประสบภัยธรรมชาติ พวกตนจะร่วมบริจาคช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติทุกครั้ง และนอกจากกลุ่มของนายมาลอนแล้ว ยังมีแรงงานฟิลิปปินส์อีกจำนวนมากที่นิยมปรับแต่งรถจักรยานไฟฟ้า

กลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ที่ซินจู๋ ตั้งชมรม Low Profile EBikers ปัจจุบันมีสมาชิกหลายร้อยคน (ภาพจากชมรม Low Profile EBikers)

จักรยานไฟฟ้าที่ไช้วัสดุใส ประดับดังแสงสีของนายมาลอน

ในวันหยุด นายมาลอนชอบขับขี่จักรยานไฟฟ้าคู่ชีพ ตระเวณกินลมชมวิวไปตามที่ต่างๆ ในไต้หวัน

       ส่วนแรงงานไทย ก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน มีการรวมกลุ่มของคนรักจักรยานไฟฟ้าหลายกลุ่ม โดยมากจะอยู่ทางภาคกลางและใต้ และใช้แฟนเพจเป็นสื่อติดต่อ ก็ถือเป็นกิจกรรมในเชิงบวก ดีกว่าตั้งกลุ่มดื่มสุราหรือเสพยาเสพติด

แรงงานไทยก็ไม่น้อยหน้า นิยมแต่งรถจักรย่นไฟฟ้าเหมือนเป็นบิ๊กไบค์ (ภาพตาก (ภาพจากเพจจักรยานไฟฟ้าในไต้หวัน)

       แต่ขอเตือนว่า รถจักรยานไฟฟ้า มีการจำกัดความเร็ว ไม่เกิน 25 กม./ชม. การปรับแต่งรถให้มีความเร็วเกินกว่ามาตรฐาน จะถูกปรับตั้งแต่ 900-1,800 เหรียญไต้หวัน ปรับแต่งรถโดยพลการให้ผิดไปจากต้นแบบ ระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,800-5,400 เหรียญไต้หวัน ที่สำคัญและมักจะถูกมองข้ามถูกจับบ่อยๆ คือไม่สวมหมวกกันน็อค มีโทษปรับ 300 เหรียญไต้หวัน และย้ำเตือนว่า กฎหมายไต้หวันใช้กับคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติ ไม่มีข้อยกเว้น และตำรวจจะมีการตรวจเข้มและต่อเนื่อง

ตำรวจไต้หวันตรวจเข้มผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรและเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่อง

3. แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 12 ปี ก่อน 17 มีนาคม 64 ต่อสัญญาได้อีก 6 เดือน ส่วนคนที่ครบหลัง 17 มีนาคม ต้องรอประกาศจากกระทรวงแรงงาน

       แรงงานไทยหลายคน ทำงานในไต้หวันใกล้ครบ 12 ปีแล้ว อยากทำงานต่อไป ถามว่าเมื่อไหร่จะมีการขยายเวลาทำงานในไต้หวันเกิน 12 ปี

สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศประสบอุปสรรค

       ขอเรียนว่า ขณะนี้ กฎหมายยังจำกัดระยะเวลาทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติไม่เกิน 12 ปี (สำหรับแรงงานในภาคการผลิต) ส่วนแรงงานในภาคสวัสดิการสังคมไม่เกิน 14 ปี อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายข้ามประเทศของบุคลากร รวมถึงแรงงานต่างชาติมีอุปสรรคในการเดินทางกลับประเทศ กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศก่อนหน้านี้ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนดระยะเวลา 12 ปี สำหรับแรงงานในภาคการผลิต และครบ 14 ปีสำหรับแรงงานภาคสวัสดิการสังคม สามารถต่อสัญญาระยะสั้นกับนายจ้างต่อไปได้เป็นครั้งๆ ครั้งล่าสุดประกาศอนุญาตให้ขยายสัญญาจ้างต่อไปได้อีก 6 เดือน สำหรับแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนดระยะเวลา 12 ปี หรือ 14 ปี ช่วงระหว่างวันที่ 17 กันยายน 63 – 17 มีนาคม 64 แต่มีเงื่อนไขต้องต่อสัญญากับนายจ้างเดิมและให้ดำเนินการได้ก่อนหรือหลังครบสัญญา 14 วัน คนที่ทำงานครบ 12 ปี (ไม่ว่าจะครบ 12 ปีใหม่ๆ หรือครบ 12 ปีได้ต่อสัญญาระยะสั้นแล้วก็ตาม) ส่วนคนที่ครบ 12 ปี หลัง 17 มีนาคม 64 ต้องรอการประกาศจากกระทรวงแรงงานว่า จะมีการขยายต่อไปหรือไม่? นานเท่าไหร่?

       สำหรับแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันยังไม่ถึง 12 ปี และไม่ประสงค์ต่อสัญญา หรือยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด แต่เดินทางกลับประเทศไม่ได้ หากประสงค์จะทำงานในไต้หวันต่อไป กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ต่อสัญญาจ้าง 3 ปีกับนายจ้างรายเดิมและหรือเปลี่ยนนายจ้างใหม่ได้ โดยให้นายจ้างยื่นดำเนินการภายใน 60 วัน นับแต่วันหมดสัญญา

แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 12 ปี ก่อน 17 มีนาคม 64 ต่อสัญญาได้อีก 6 เดือน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง