สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563

  • 17 October, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
เด็กวันชาติลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง

1. อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การท่องเที่ยว แต่ต้องป้องกันตัวจากโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด-19

       สภาพอากาศในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงเด่นชัดขึ้น กำลังเย็นสบายเหมาะแก่การเดินทางไปท่องเที่ยวกันมาก ด้วยเหตุนี้เองชาวไต้หวันจึงนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ยิ่งปีนี้สถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศยังคงรุนแรง จึงยังไม่มีใครกล้าเดินทางไปต่างประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศบูมที่สุดในรอบสิบปี ช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งมีผู้คนล้นหลาม อย่างไรก็ดี เนื่องจากอากาศจะเย็นลงเรื่อยๆ จึงขอเตือนเพื่อนผู้ฟังที่ไปยังสถานที่สาธารณะที่มีผู้คนแออัด ต้องระมัดระวัง เพราะนอกจากโควิด-19 แล้วยังมีไข้หวัดใหญ่ที่มักระบาดในช่วงหน้าหนาวด้วย แพทย์เตือนว่าหากติดเชื้อ 2 ชนิดนี้พร้อมกัน จะทำให้อาการรุนแรง วิธีป้องกันที่ดีทางหนึ่งคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในปีนี้ไต้หวันเริ่มเปิดให้กลุ่มเสี่ยงไปฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากปีนี้ผู้คนตื่นตัวกันมากทำให้ปีนี้ คนแห่ไปฉีดวัคซีนกันมากจนวัคซีนเริ่มขาดแคลนในบางพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขฯ ไต้หวันออกมารับประกันว่า มีเพียงพอและจะเร่งทยอยจัดสรรออกไปสู่ระดับท้องถิ่นอย่างทั่วถึงในเร็วๆ นี้

สถานการณ์โควิดในต่างประเทศรุนแรง ทำปีนี้ชาวไต้หวันตื่นตัวกันมาก แห่ต่อแถวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กันยาวเหยียด

2. ไต้หวันประสบวิกฤตขาดแคลนน้ำ เพราะไต้ฝุ่นไม่มาในหน้าฝน เป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกในรอบ 56 ปี

       สถานการณ์น้ำในไต้หวันเข้าสู่ภาวะวิกฤต เขื่อนต่างๆ ในไต้หวันโดยเฉพาะทางภาคเหนือ น้ำในเขื่อนเหือดแห้งอย่างหนัก จนรัฐบาลประกาศให้เถาหยวน ซินจู๋ เหมียวลี่และไทจง เริ่มลดแรงดันการจ่ายน้ำในช่วงกลางคืนตั้งแต่วันพุธที่ 14 ต.ค.นี้เป็นต้นไปรวมถึงหยุดจ่ายน้ำเพื่อการเกษตรด้วย

เขื่อนในเหมียวลี่ แห้งขอดจนหญ้าขึ้นเต็มไปหมด

       สำนักงานทรัพยากรน้ำ (Water Resources Agency) ของไต้หวันเปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปีที่ในช่วงฤดูฝนไม่มีพายุไต้ฝุ่นพัดเข้าสู่ไต้หวันเลยแม้แต่ลูกเดียว ทั้งๆ ที่ในปีนี้มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัวขึ้นถึง 16 ลูกแล้ว และลูกล่าสุดคือ ไต้ฝุ่นนังกา ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็พัดไปทางเกาะไห่หนานหรือไหหลำของจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่เข้าใกล้ไต้หวันเลย ข้อดีตรงที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายใดๆ แต่ข้อเสียก็คือทำให้เขื่อนต่างๆ ไม่มีน้ำไหลเข้า ปัจจุบันเขื่อนทุกแห่งทั่วไต้หวันแห้งขอด หลายแห่งน้ำเหลือไม่ถึงครึ่งอ่าง บางแห่งพร่องลงไปถึงก้นอ่าง บริเวณต้นน้ำดินแห้งแตกระแหง อย่างเช่นเขื่อนสือเหมิน รถสำคัญในเถาหยวน รถบรรทุกลงไปวิ่งได้เลยทีเดียว สำนักงานทรัพยากรน้ำถือโอกาสขุดลอกดินโคลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นเขื่อน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ดินหินทรายที่ทับถมอยู่ใต้ก้นเขื่อนมีมากถึง 106 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 1 ใน 3 ของความจุทั้งหมดคือ 309 ล้านลูกบาศก์เมตร และหลังจากขุดลอกออกไปหมดแล้ว ก็จะทำให้เขื่อนสือเหมินสามารถจุน้ำได้เต็มปริมาณความจุ

เขื่อนเฝ่ยฉุ้ยในนครนิวไทเป ระดับน้ำลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยังดี 2-3 วันนี้ มีฝนตก บวกกับทำฝนเทียม ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเป็นร้อยะล 63

น้ำขาดแคลน จำเป็นต้องหยุดจ่ายน้ำให้ภาคการเกษตร ชาวนาในเถาหยวน ซินจู๋และเหมียวลี่ จะได้รับเงินชดเชยหยุดทำนาเฮกตาร์ละ 140,000 TWD เริ่มยื่นขอได้ตั้งแต่ 17 ต.ค. นี้

3. ไต้หวันเผชิญวิกฤตประชากร เด็กเกิดน้อย แผนกกุมารเวชปิดเพียบ ทั่วไต้หวันเหลือไม่ถึง 1,000 แห่ง

       เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากเป็นวันฉลองวันชาติแล้ว ยังเป็นอีก 1 วันที่มักจะถูกนำมาเป็นดัชนีของแนวโน้มประชากรไต้หวันในอนาคตด้วย เด็กที่เกิดในวันชาติชาวไต้หวันจะเรียกกันว่า เด็กวันชาติ หรือ 國慶寶寶พ่อแม่ชาวไต้หวันทั่วไป อยากให้ลูกของตนเกิดในวันชาติ เพราะถือเป็นวันสิริมงคล ฉลองวันชาติทีไร จะได้ฉลองวันเกิดลูกไปไปพร้อมๆ กัน ที่ผ่านมา สื่อต่างๆ มักรายงานว่า ปีนี้มีเด็กวันชาติกี่คน เมืองไหนมากสุด ฯลฯ

เด็กวันชาติในปีนี้ ลดลงอย่างน่าใจหาย

         แต่ช่วงหลายปีมานี้ จำนวนเด็กวันชาติลดน้อยลง ตามอัตราการเกิดที่ร่วงต่ำลง โดยเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว เด็กวันชาติในพื้นที่ไทเปที่เดียว มีจำนวนหลายร้อยคน แต่ปีนี้มีประมาณ 30 คนเท่านั้น และแผนกกุมารเวชของสถานพยาบาลต่างๆ ทั่วไต้หวัน ต่างรู้สึกได้อย่างเด่นชัดว่า ปีนี้ มีเด็กวันชาติเกิดใหม่น้อยกว่าทุกปี ทำให้บรรดากุมารแพทย์ส่ายหัวไปตามๆ กัน และด้วยเหตุนี้ แผนกหรือคลินิกสูตินารีเวชต้องปิดตัวลงจำนวนมาก เพราะลูกค้าน้อยลง ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย สูตินารีแพทย์ต้องเปลี่ยนอาชีพ ไปทำศัลยกรรมเสริมสวย ซึ่งมีรายได้ดีกว่า หลายฝ่ายได้แต่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาล จัดสรรเงินงบประมาณอุดหนุนและส่งเสริมให้หนุ่มสาวแต่งงานและมีบุตรเพิ่มขึ้น โดยปีที่แล้ว รัฐบาลไต้หวันจัดสรรงบประมาณส่งเสริมการมีบุตรเพิ่มขึ้น 3.6 หมื่นล้านเหรียญ ปีนี้ 5.04 หมื่นล้านเหรียญและปีหน้า 6.07 หมื่นล้านเหรียญ แต่ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการหลายรายก็บอกว่า การแจกเงินอย่างเดียว ยากที่จะแก้ปัญหานี้ได้

ปี 2563 คาดจำนวนเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 170,000 คน

         เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว เด็กเกิดใหม่ในไต้หวันมากกว่า 400,000 คนต่อปี แต่จากสถิติของกระทรวงมหาดไทยพบว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ในไต้หวันเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา มีเพียง 177,767 คน เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ต่ำกว่า 180,000 คน ส่วนจำนวนตายมี 176,296 คน เกิดมากว่าตายเพียง 1,471 คน และครึ่งแรกของปีนี้ จำนวนตายแซงหน้าจำนวนเกิดเสียแล้ว จัดเป็นปัญหาระดับความมั่นคงของชาติเลยทีเดียว

ปี 2563 คาดจำนวนเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 170,000 คน

         ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเผย ณ สิ้นปี 2562 ในไต้หวันมีโรงพยาบาลกว่า 480 แห่ง คลินิกกว่า 22,000 แห่ง แม้สถานพยาบาลและคลินิกจะเพิ่มขึ้น แต่แผนกสูตินารีเวชและกุมารเวชของสถานพยาบาลหรือคลินิก มีคนไปใช้บริการลดน้อยลง หากเทียบกับ 10 ปีก่อน ยอดจำนวนคลินิกสูตินารีเวชปิดตัวลง 111 แห่ง หรือลดลงในอัตราส่วนร้อยละ 10.1 เหลือเพียง 988 แห่ง ส่วนคลินิกกุมารเวชปิดไปมากกว่านั้น เหลือเพียง 1,700 แห่ง

         ส่วนศูนย์บำบัดและฟื้นฟู ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนกว่า 23,000 แห่ง

ปี 2562 สตรีไต้หวันวัยเจริญพันธุ์ เฉลี่ยมีบุตร 1.218 คน อยู้อันดับสุดท้ายของโลก

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง