:::

รถไฟสำราญ 2.0 โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม

  • 08 September, 2021
  • กฤษณัย ไสยประภาสน์
รถไฟสำราญ 2.0 โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม
รถไฟสำราญ 2.0 โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม

รถไฟสำราญ 2.0 โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม

        เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี รถไฟสำราญ หรือรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว ในช่วงนี้การรถไฟไต้หวันจับมือกับเว็บไซต์ท่องเที่ยว ezTravel เนรมิตรขบวนรถไฟสำราญ 2.0 โดยมีหมีดำไต้หวันเป็นสัญญลักษณ์นำโชค ตั้งชื่อว่า “เที่ยหลู” กับ “ฮั่นนาเจี้ยง” จัดให้มีพิธีเปิดเที่ยวปฐมฤกษ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่สถานีรถไฟหนานกั่ง ไทเป

        คุณตู้เวย ผู้ว่าการการรถไฟไต้หวันเปิดเผยว่า เนื่องจากผลกระทบของโควิด ทำให้ขบวนรถไฟสำราญต้องขาดการให้บริการไปนานถึง 4 เดือน กลับมาอีกครั้งด้วยโฉมหน้าใหม่เอี่ยมถอดด้าม นอกจากตกแต่งภายนอกขบวนรถไฟใหม่เอี่ยมแล้ว ยังจำหน่ายตั๋วที่ออกแบบพิเศษรวมอาหารถึง 4 แบบ เหมาะที่จะเก็บสะสมไว้เป็นที่ระลึก และยังมีศูนย์บริการอาหารอีก 6 แห่ง ที่สถานีไทเป ไถจง  ไถหนาน และไถตง ออกแบบข้าวกล่องบนขบวนรถไฟสำราญ 6 แบบ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวบนขบวนรถไฟหลังโควิดหมดไป คุณตู้เวย บอกว่า “ในอนาคต เราจะต้องเป็นผู้นำการท่องเที่ยวด้วยขบวนรถไฟ ในไต้หวัน จับมือกับบริษัททัวร์ในประเทศ  พาผู้คนสัมผัสวิวทิวทัศน์อันสวยสดงดงามของไต้หวันทั้งภูเขา น้ำ ทะเล ให้ผู้คนดื่มด่ำกับความสวยงามเหล่านี้ พร้อม ๆ กับการบริการในระดับสุดยอดจากรถไฟสำราญไต้หวัน”

หมีดำไต้หวัน พรีเซ็นเตอร์รถไฟสำราญ 2.0 

         การรถไฟไต้หวันเริ่มโปรโมทรถไฟสำราญไต้หวันตั้งแต่ปี 2011 นำผู้คนท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบเกาะ กลายเป็น “รถไฟรอคน” ไม่ต้องวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยกับการขึ้นรถลงเรือ แต่เนื่องจากในช่วงนี้ ผู้บริโภคไต้หวันต่างมีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยค่อนข้างมาก และยังมีกระแสของการท่องเที่ยวเป็นครอบครัว การถไฟไต้หวันจึงแปลงโฉมรถไฟสำราญ 2.0 การบริการก็อัพเกรดสูงขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวเที่ยวกันอย่างสนุกและอุ่นใจ คุณเฉินผู่เยี่ยน ประธานบริษัทเว็บไซต์ ezTravel พันธมิตรของการถไฟไต้หวันระบุว่า “ในช่วงระบาดของโควิด จะเที่ยวด้วยความอุ่นใจอย่างไร? และเที่ยวให้สนุกด้วย จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้ายากที่เราจะต้องทำให้ได้ เราจึงได้ตกแต่งตัวรถไฟใหม่เอี่ยมอ่อง แล้วเสริมคุณภาพการบริการอีก ซึ่งค่อนข้างยาก และต้นทุนก็เพิ่มขึ้นมากด้วย”

ข้าวกล่องบนรถไฟสำราญ 2.0 ก็ปรับปรุงโฉมใหม่เหมือนกัน

        รถไฟสำราญได้ให้บริการผู้โดยสารแล้วเกินกว่า 6000 คนครั้ง ตั้งแต่เริ่มให้บริการเป็นต้นมา ส่วนรถไฟสำราญ 2.0 จะเป็นการเที่ยวแบบอิสระมากยิ่งขึ้น ไปถึงไหนก็เที่ยวถึงนั่น และยังสามารถเลี่ยงการรวมกลุ่มได้อีกด้วย และยังมีบางช่วงจะวิ่งด้วยความเร็วเพียง 35 กม./ชม. เพื่อให้ผู้โดยสารชมวิวทิวทัศน์ริมมหาสมุทรแปซิฟิกอันสวยงามอย่างเต็มที่

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดmore