:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 มิ.ย. 2564

  • 06 June, 2021
ฮอตฮิตติดดาว
ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 มิ.ย. 2564

     สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไต้หวันที่กำลังบานปลายอยู่ในขณะนี้ ทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดกระแสคนไต้หวันหนีภัยบินไปฉีดวัคซีนที่อเมริกากันมากมาย มีผู้ประกอบการบริษัททัวร์พบว่าตั๋วเครื่องบินที่ไปอเมริกาขายได้มากขึ้น 2.5 เท่า โดยเส้นทางบินไปยังอเมริกาฝั่งตะวันตก 2 เมือง ฮอตฮิตที่สุด แม้กระทั่งเส้นทางที่ต้องเปลี่ยนเครื่องบิน ตั๋วชั้นธุรกิจราคาสูงถึง 500,000 เหรียญไต้หวันก็มีคนยินดีจ่าย บริษัททัวร์ระบุว่าในช่วงนี้รับลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่แสดงเจตนาเลยว่าจะไปอเมริกาเพื่อฉีดวัคซีน โดยจองทัวร์แบบพักอาศัยนานถึง 1 เดือนบวกตั๋วเครื่องบิน จากการสำรวจของไลอ้อนทัวร์พบว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ค. การจองตั๋วเครื่องบินเส้นทางไปยังอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนการค้นหา ตั๋วเครื่องบินไปยังอเมริกาทางเว็บไซต์ของบริษัททัวร์เพิ่มขึ้น 1.6 เท่าเมื่อเทียบกับสัปดาห์เดียวกันในเดือนก่อนหน้า จำนวนผู้จองเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2.5 เท่า ขณะที่การซื้อตั๋วเครื่องบินเส้นทางบินไปยังจีนแผ่นดินใหญ่คงที่ไม่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ราคาตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดไปยังลอสแองเจลิสสหรัฐอเมริการาคาประมาณ 68,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ส่วนตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจสูงสุดประมาณ 230,000 เหรียญไต้หวัน หากเป็นเส้นทางที่ต้องเปลี่ยนเครื่องด้วยตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจอาจสูงถึง 500,000 เหรียญไต้หวัน แต่ก็ยังมีผู้บริโภคที่ยินดีจ่าย จากการวิเคราะห์ของบริษัททัวร์พบว่า ปัจจุบันกลุ่มคนที่ซื้อตั๋วเครื่องบินวางแผนเดินทางไปสหรัฐอเมริกา มีอยู่ 5 กลุ่มใหญ่ด้วยกันคือ 1. ผู้ที่มีหนังสือเดินทางสหรัฐอเมริกา 2. ผู้ที่มีกรีนการ์ด 3. นักเรียนนักศึกษาซึ่งไปเรียนที่สหรัฐอเมริกากำลังจะเปิดเทอมเดือนกันยายน 4. ผู้ที่มีอิสระทางการเงิน และ 5. ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน นอกจากมีตั๋วเครื่องบินและ ESTA แล้ว ลูกค้าระดับไฮเอนด์ก็ใช้บริการบริษัททัวร์ให้ช่วยจัดการจองโรงแรมที่พักในสหรัฐ รถรับส่ง และล่ามด้วยตามความต้องการของลูกค้า

     ขออธิบายคำว่า ESTA สักหน่อย คนไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นกับคำนี้ เพราะประเทศไทยเราไม่ได้รับสิทธิ์นี้จากสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐอเมริกามีการยกเว้นวีซ่าให้บางประเทศ เรียกว่า โปรแกรมยกเว้นการขอวีซ่า (Visa Waiver Program, VWP) อนุญาตให้บุคคลต่างชาติจากบางประเทศเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อการท่องเที่ยวหรือธุรกิจ (ตามวัตถุประสงค์ของวีซ่าเยี่ยมเยียน) ได้ไม่เกิน 90 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า ทั้งนี้มีบางประเทศเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมในโปรแกรมดังกล่าว ซึ่งไต้หวันได้เข้าร่วมในโปรแกรมนี้ตั้งแต่ปี 2012 แต่ไม่ใช่ผู้เดินทางทุกคนจากประเทศสมาชิกเหล่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ตามโปรแกรมนี้โดยอัตโนมัติ ผู้เดินทางจากประเทศที่เข้าร่วมโปรแกรมยกเว้นการขอวีซ่าจะต้องยื่นคำร้องและได้รับอนุมัติการเดินทางผ่าน ระบบอนุมัติการเดินทางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESTA) หลังจากนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาโดยเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้น บุคคลผู้มีสัญชาติไต้หวันจึงสามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจในระยะเวลาไม่เกิน 90 วันได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า แค่มีมีหนังสือเดินทางแบบฝังชิพ (หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์) และได้รับอนุมัติการเดินทางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESTA)

     สำหรับธุรกิจทัวร์เดินทางไปสหรัฐอเมริกานั้น ฝั่งตะวันตกของสหรัฐ นครลอสแองเจลิส และซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยสาเหตุหลักคือ ไปเรียน, ไปทำธุรกิจ และไปฉีดวัคซีน ขณะนี้มีลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่ให้จองตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักในสหรัฐนาน 30-45 วัน แสดงให้เห็นชัดว่าไปสหรัฐอเมริกาเพื่อฉีดวัคซีน มีลูกค้าบางคนที่เป็นเจ้าของโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในเมืองซินจู๋พูดตรงๆ เลยว่า ใช้ช่วงเวลาที่ไต้หวัน บังคับใช้มาตรการป้องกันโรคระดับ 3 แล้วทุกคนต้องสลับช่วงกันทำงาน เมื่อพิจารณาแล้วว่าถ้าหากมีใครคนหนึ่งติดโควิดจะทำให้โรงงานต้องถูกปิดทั้งหมด จึงจองตั๋วเครื่องบินแบบเหมาที่นั่งบางส่วน เพื่อส่งพนักงานในบริษัทไปฉีดวัคซีนที่สหรัฐ โดยเลือกฉีดวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งฉีดเพียง 1 เข็มก็ครบโดส ทำให้ใช้เวลาเพียง 5 วันก็เดินทางกลับไต้หวันได้ ทำให้พนักงานมีภูมิคุ้มกันโควิดได้โดยเร็ว หลังจากกลับเข้ามาไต้หวันต้องกักตัว 14 วัน หากต้องเช่าโรงแรมเพื่อกักตัว ก็สามารถเบิกกับบริษัทได้

     ด้านสายการบินของไต้หวัน ทั้งไชน่าแอร์ไลน์และอีวีเอแอร์อยู่ในช่วงกอบโกยเลยก็ว่าได้ นอกจากตั๋วเครื่องบินจะจองเต็มแล้ว หุ้นของบริษัทยังขึ้นอีกด้วย อีวีเอแอร์ตัดสินใจเพิ่มเที่ยวบินไทเป-ลอสแองเจลิส จาก 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เพิ่มขึ้นเป็น 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ (มีเที่ยวบินทุกวัน) เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไป ส่วนไชน่าแอร์ไลน์ ตั้งแต่เดือนมิ.ย. เป็นต้นไป เที่ยวบินไทเป-ลอสแองเจลิสบางเที่ยวบินเปลี่ยนเครื่องบินแอร์บัส A350 เป็นเครื่องบินโบอิ้ง B777 ซึ่งมีขนาดใหญกว่าแทน สนนราคาตั๋วเครื่องบินก็แพงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ตั๋วเครื่องบินไทเป-ลอสแองเจลิส ชั้นประหยัด 70,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ชั้นธุรกิจ 222,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป

     สำหรับความคืบหน้าจำนวนวัคซีนในไต้หวัน เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดส่งวัคซีนแอสตราเซเนกา 1,240,000 โดสมาถึงไต้หวันผ่านทางสมาคมความสัมพันธ์ไต้หวัน-ญี่ปุ่น เนื่องจากไต้หวันเคยมีน้ำใจบริจาคให้ญี่ปุ่น หลังจากญี่ปุ่นประสบเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิเมื่อปี 2554 และบริจาคหน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้นให้ญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้วในขณะวิกฤติขาดแคลนหน้ากากอนามัย ในครั้งนี้ ไต้หวันประสบวิกฤติขาดแคลนวัคซีนป้องกันโรคโควิด ญี่ปุ่นจึงตัดสินใจบริจาควัคซีนแอสตราเซเนกาทั้งหมดที่มีอยู่ในญี่ปุ่นขณะนี้ให้แก่ไต้หวันเพื่อเป็นเกียรติแด่มิตรภาพและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างญี่ปุ่นกับไต้หวัน

     และยังมีข่าวดีล่าสุดในวันนี้ วันที่ 6 มิ.ย. คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา 3 ท่าน คือ พันโทหญิงลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ, นายคริสโตเฟอร์ คูน และนายแดน ซัลลิแวน เดินทางด้วยเครื่องบินทางทหารของสหรัฐมาถึงสนามบิน ซงชาน กรุงไทเป ในวันนี้ เพื่อประกาศข่าวดีว่าสหรัฐจะบริจาควัคซีนให้ไต้หวันจำนวน 750,000 โดส การเดินทางมาเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนระยะสั้นเพียง 3 ชั่วโมง ก่อนที่ทั้งสองจะมีการแถลงถึงความร่วมมือร่วมกัน พันโทหญิงลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ แถลงยืนยันสหรัฐจะมอบวัคซีนมาช่วยเหลือไต้หวันเป็นกลุ่มแรก เพราะเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน และเห็นแก่มิตรภาพอันยาวนานระหว่าง 2 ฝ่าย แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าวัคซีนที่สหรัฐฯ จะบริจาคให้แก่ไต้หวันจะเป็นวัคซีนของค่ายใด และไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าจะส่งถึงไต้หวันเมื่อไร

     ทั้งนี้ จากสถิติข้อมูลจำนวนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในไต้หวัน นับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.-4 มิ.ย. ไต้หวันมีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วทั้งสิ้น 678,418 คน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 3% จากจำนวนประชากรทั้งหมด 23 ล้านคน โดยไต้หวันได้สั่งซื้อวัคซีนจากต่างประเทศและภายในประเทศล่วงหน้ารวม 39.81 ล้านโดส แบ่งเป็นสั่งซื้อวัคซีนจากโครงการ Covax 4.76 ล้านโดส ได้รับมาแล้วเป็นวัคซีนของแอสตราเซเนกาทั้งหมด ล็อตแรก 1.992 แสนโดสเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ล็อตที่สอง 4.102 แสนโดสเมื่อวันที่ 19 พ.ค., สั่งซื้อวัคซีนจากแอสตราเซเนกา 10 ล้านโดส ส่งมาล็อตแรก 1.17 แสนโดสเมื่อวันที่  3 มี.ค., วัคซีนโมเดอร์นา 5.05 ล้านโดส ซึ่งของโมเดอร์นา ทางโมเดอร์นาให้โควตาซื้อ 5 ล้าน แต่ไต้หวันต่อรองเพิ่มทำให้ซื้อได้เพิ่มอีก 5 หมื่นโดสเป็น 5.05 ล้านโดส ส่งมาล็อตแรก 1.5 แสนโดสเมื่อวันที่  25 พ.ค. และสั่งซื้อวัคซีนที่วิจัยพัฒนาและผลิตภายในไต้หวันเอง จากบริษัท United Biomedical (聯亞) 10 ล้านโดส กับบริษัท Medigen Vaccine Biologics (高端) อีก 10 ล้านโดส

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง