:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 ม.ค. 2564

  • 17 January, 2021
ฮอตฮิตติดดาว

     สัปดาห์นี้พบกับเรื่องราววาไรตี้กระแสฮอตฮิตหลายข่าวหลายเรื่องที่น่าสนใจ เรื่องแรกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานประกอบอาชีพ กระแสการเปลี่ยนงานหลังสิ้นปีก็มาถึง จากผลการสำรวจของธนาคารทรัพยากรมนุษย์ พบว่า มีกลุ่มคนทำงานจำนวนไม่น้อยที่เริ่มคิดอยากเปลี่ยนงาน ในจำนวนนี้ ร้อยละ 87 อยากทำงานในบริษัทต่างชาติที่มีเงินเดือนและสวัสดิการดีกว่า โดยความคาดหวังเงินเดือนที่จะได้รับเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนเดิม 4,426 เหรียญไต้หวัน

     เว็บไซต์จัดหางาน yes123 เปิดเผยผลสำรวจพบว่า หลังผ่านสิ้นปีมีกลุ่มคนทำงาน 81.7% เกิดความคิดอยากเปลี่ยนงานไปทำงานบริษัทต่างชาติ โดยตัวเลือกที่สนใจมากที่สุด ซึ่งสามารถเลือกได้มากกว่า 1 ตัวเลือก อันดับ 1 คือ บริษัทของสหรัฐอเมริกา 80% รองลงมาคือบริษัทญี่ปุ่น 53.5% บริษัทยุโรป 33% และบริษัทฮ่องกง 27.2% ส่วนประเภทงานที่สนใจเข้าทำงาน อันดับ 1 ด้านเทคโนโลยีและข้อมูลสารสนเทศ 33.5% อันดับ 2 ด้านอาหารเครื่องดื่ม โรงแรมที่พักและการท่องเที่ยวนันทนาการ 32.4% อันดับ 3 ด้านอุตสาหกรรมการผลิตดั้งเดิม 28.9% อันดับ 4 ด้านการเงิน ประกันภัย และบัญชี สถิติ 23.3% อันดับ 5 ด้านธุรกิจค้าขาย ค้าส่งและค้าปลีก 22% อันดับ 6 ด้านศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา 19.1% อันดับ 7 ด้านธุรกิจการบริการ (ไม่รวมอาหารเครื่องดื่ม โรงแรมที่พัก) 16.9% อันดับ 8 ด้านการรักษาพยาบาลและชีวการแพทย์ 15.9% อันดับ 9 ด้านขนส่งและคลังสินค้าโลจิสติกส์ 14.9% และอันดับ 10 ด้านออกแบบโสตทัศนศิลป์และแฟชั่น 13.8%

     เรื่องที่สองเป็นเรื่องเกี่ยวกับสินค้าฮอตฮิตขายดีในช่วงนี้ มีส่วนสัมพันธ์กับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บในไต้หวัน มีกระแสลมหนาวพัดเข้ามาหลายระลอกทำให้สินค้าอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนความอบอุ่นขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการจัดงานนิทรรศการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า 3C (อุปกรณ์ 3C ประกอบด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์) ที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์อาคาร 1 ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าเปิดเผยว่า ฮีทเตอร์, เตาผิง, ผ้าห่มไฟฟ้า ขายดีหมดเกลี้ยง และอีกปัจจัยคือสถานการณ์โรคโควิด-19 ทำให้บริษัทในไต้หวันจำนวนมากที่ยกเลิกการจัดงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัท เปลี่ยนมาเป็นแจกของขวัญหรือจับสลากของรางวัลแทน ซึ่งสินค้าฮอตฮิตที่บริษัทนิยมนำไปจับสลากเป็นของขวัญรางวัลใหญ่คือ โทรทัศน์จอ LCD และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

     ด้วยอากาศหนาวเช่นนี้ ทำให้นิทรรศการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความสนใจจากประชาชนมาก โดยเฉพาะเครื่องทำความร้อนฮีทเตอร์ เตาผิง จัดเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด และด้วยความที่ยี่ห้อแบรนด์ดัง ช่องทางการจำหน่ายต่างๆ ขายหมดเกลี้ยง ก็จะเหลือแต่พวกเฮาส์แบรนด์ภายในประเทศมีสินค้าจำนวนจำกัดในสต็อกเหลือเพียงเล็กน้อย เช่น ฮีทเตอร์ยี่ห้อแซมโป้ (Sampo เซิงเป่า 聲寶) และยี่ห้อฮีราน (Heran เหอเหลียน 禾聯) ซึ่งเป็นยี่ห้อของไต้หวัน จึงตั้งราคาฮีทเตอร์อยู่ที่ไม่เกิน 2,000 เหรียญไต้หวัน เพื่อหวังดึงดูดตาดึงดูดใจลูกค้าผู้บริโภค คุณเลี่ยวเฉวียนผิง (廖全平) นายกสมาคมธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าไต้หวัน เปิดเผยว่า เป็นเพราะอากาศปีนี้หนาวมากเป็นพิเศษ ทำให้เครื่องฮีทเตอร์ขายดีมาก สต็อกสินค้าที่อยู่ในคลังของสองปีนี้ขายหมดเกลี้ยง เนื่องจากสองปีที่ผ่านฤดูหนาวของไต้หวันอากาศอบอุ่น ทำให้ผู้ประกอบการมีสต็อกสินค้าที่จัดเก็บไว้ไม่เยอะ นอกเหนือจากฮีทเตอร์ ผ้าห่มไฟฟ้า เตาผิงน้ำมันก๊าดแล้ว ด้วยความที่ไต้หวันฝนตกอากาศชื้นติดต่อกันนานหลายวัน ทำให้เครื่องดูดความชื้น เครื่องอบผ้า ก็เป็นสินค้าฮอตฮิตที่ขายดีด้วยเช่นกัน

     ส่วนโทรทัศน์จอ LCD ภายในงานนิทรรศการสินค้าครั้งนี้ก็ลดราคากระหน่ำ เช่น ทีวี LCD ซัมซุง 75 นิ้ว ภาพคมชัดระดับ 8K จากราคา 399,000 เหรียญไต้หวัน ลดเหลือเพียง 200,000 เหรียญ ทีวียี่ห้อต้าถงของไต้หวัน 65 นิ้ว ภาพคมชัดระดับ 4K ราคาเพียง 16,999 เหรียญ ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการเปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้ค่าขนส่งคอนเทนเนอร์ขึ้นราคา เป็นไปได้อย่างมากว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ราคาทีวีจอ LCD จะปรับราคาแพงขึ้น ทำให้ประชาชนต้องรีบซื้อก่อน นอกจากนี้ งานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทห้างร้านต่างๆ ก็นิยมนำทีวีจอ LCD เป็นของขวัญรางวัลใหญ่มากที่สุด ส่วนพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชิ้นเล็กๆ ที่ได้รับความนิยมไปเป็นของขวัญรางวัลจับสลากของบริษัท เช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน, เตาไมโครเวฟ, เตาอบ เป็นต้น

     ข่าวสุดท้าย เป็นดราม่าเบาๆ จากขนมฮอตฮิต เมื่อไม่นานนี้ที่ญี่ปุ่นมีกระแสฮอตฮิตเป็นขนมสุดอร่อยจากต่างประเทศ pineapple bun หรือ bolo bun (菠蘿油麵包) นี้ ที่จริงแล้ว ขนมปังนี้ไม่ได้มีสับปะรดเป็นส่วนผสม แต่ที่เรียกแบบนี้เป็นเนื่องจากหน้าขนมปังที่จะแตกๆ คล้ายกับตาของสับปะรด เมื่อเกิดกระแสนำเข้าสู่ญี่ปุ่นช่วงที่ผ่านมา คนญี่ปุ่นชื่นชอบมากๆ แต่เวลาถ่ายรูปเช็คอิน กลับติดแฮชแท็กชื่อเมนูนี้ว่าเป็นขนม 台灣菠蘿油 จากไต้หวัน กลายเป็นว่าชาวญี่ปุ่นเข้าใจผิด และเกิดการถกเถียงกันในโลกโซเชียลออนไลน์ ยูทูปเบอร์ของญี่ปุ่นที่รีวิวขนมนี้ก็บอกว่าเป็น ขนมโปโหลโหยวของไต้หวัน จึงมีชาวเน็ตญี่ปุ่นบางส่วนคอมเมนต์โต้เถียงว่าขนมนี้ต้นกำเนิดมาจากฮ่องกงต่างหาก ไม่ใช่ของไต้หวัน ควรจะเรียกชื่อต้นกำเนิดให้ถูกต้อง และเกิดเป็นดราม่าขึ้นมา ด้านโจวถิง หรือ แอกเนส โจว ผู้นำรณรงค์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง ก็ยังทวิตเตอร์ถึงเรื่องนี้ว่า ขอเรียกร้องชาวเน็ตญี่ปุ่นให้แก้ไขความเข้าใจผิด อย่านำขนมของฮ่องกงไปกลายเป็นผลิตภัณฑ์ของไต้หวัน เพราะจะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติต่อฮ่องกงซึ่งเป็นต้นกำเนิดของขนมชนิดนี้

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง