:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. 2564

  • 24 January, 2021
ฮอตฮิตติดดาว
ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. 2564

     สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาว คนไต้หวันกำลังฮิตดูอะไร "เด็กๆ ดูดาบพิฆาตอสูร  (鬼滅之刃 กุ่ยเมี่ยจือเริ่น) ผู้ใหญ่ดู Pui Pui Molcar! "

     Pui Pui 天竺鼠車車 (Pui Pui เทียนจู๋สู่เชอเชอ) เป็นเรื่องราวซึ่งเกิดขึ้นในโลกที่หนูกลายเป็นรถ โดยยานพาหนะหลักของมนุษย์เปลี่ยนไปเป็นหนูตะเภาแทน เรียกว่า "มอลก้า" หน้าตาที่น่ารักของหนูตะเภาสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้สำเร็จ พวกมันชอบกินผักกาดหอมและแครอท แม้ว่าขาทั้งสี่ของพวกมันจะดูเหมือนยางรถยนต์ แต่เวลาที่วิ่ง ก็ยังคงใช้การ "เดิน" การเคลื่อนไหวของพวกมันดูน่ารักและน่าสนใจ และ "รถ" ทุกคันจะมีบุคลิกของตัวเองและมักไม่สนใจ "ผู้โดยสาร" ที่อยู่ภายในสักเท่าไหร่นัก แต่จะใช้ความคิดของตัวเองในการตัดสินใจทำอะไร

     การ์ตูนเรื่องนี้โปรโมทโดยสถานีโทรทัศน์ TV TOKYO ในญี่ปุ่น และสร้างความฮือฮาในทันที ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมในไต้หวันด้วย ชาวเน็ตบางคนกล่าวว่า "แม้แต่แม่ของฉันก็ยังดู!" และบางคนถึงกับพูดว่า "เด็กๆ ดูดาบพิฆาตอสูร ส่วนผู้ใหญ่ดู Pui Pui Molcar!"

     Pui Pui Molcar(เวอร์ชันต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น คือ Pui Pui モルカー, ปุย ปุย โมรุกา เวอร์ชั่นภาษาไทย เรียกว่า ปุยปุย มอลก้า)ออกอากาศทางยูทูปแชนแนล ช่อง Muse พร้อมกันทั้งของญี่ปุ่น และในประเทศแถบเอเชียที่ซื้อลิขสิทธิ์ เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย และอินโดนีเซีย เริ่มออนแอร์ตอนแรกเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา และอัพเดตตอนใหม่ทุกวันอังคาร ซึ่งฉายผ่านไป 3 ตอนแล้ว ของไต้หวันชมได้ผ่านยูทูปแชนแนล Muse木棉花-TW  นับจนขณะนี้แต่ละตอนมีผู้ชมประมาณ 2-3 ล้านวิว ตอนแรกมีคนดู 3.6 ล้านวิว ผู้ชมในประเทศไทยชมได้ฟรีเช่นกันผ่านยูทูปแชนแนล Muse Thailand

            กระแสนิยมของปุยปุยมอลก้านี้ หลังจากฉายเพียงไม่ถึง 1 เดือน ก็มีหน่วยงานของภาครัฐในไต้หวันหลายแห่งนำกระแสของการ์ตูนเรื่องนี้ล้อเลียนทำเป็นโฆษณา เช่น กองการพัฒนาเศรษฐกิจ เทศบาลนครเกาสง นำคาแรคเตอร์รถที่มีสีของหนูตะเภาไปทำเป็นวาดเป็นภาพการ์ตูนโฆษณาโปรโมทการจดทะเบียนพาณิชย์ เปรียบเทียบว่า ขั้นตอนรวดเร็วเหมือนขับรถปุยปุยมอลก้าวิ่งบนทางด่วนและรถไม่ติด ดำเนินการเพียง 30 นาทีก็จดทะเบียนและรับเอกสารเสร็จเรียบร้อย ส่วนอีกหน่วยงานที่ขอเกาะกระแสปุยปุยมอลก้า ก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน ได้โพสต์ข้อความและรูปวาดการ์ตูนน่ารักๆ ขึ้นมาจากฉากในเรื่อง โดยมีเนื้อหาให้ความรู้แก่ประชาชนว่า เหตุการณ์ในการ์ตูนปุยปุยมอลก้า ซึ่งใช้หนูตะเภาแทนรถ มีการกระทำผิดกฎหมายจราจรอย่างไรบ้าง และโทษปรับเท่าไรบ้าง นอกจากจะดึงดูดความสนใจจากประชาชนได้เป็นอย่างดีและ ยังให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อได้รับทราบข้อกฎหมายไปด้วยในตัว

     ฉากที่ตัวละครในการ์ตูนกระทำความผิดตามกฎหมาย เช่น 

     1. ขับรถแล้วเล่นโทรศัพท์มือถือไปด้วย คนขี่มอเตอร์ไซค์มีโทษปรับ 1,000 เหรียญไต้หวัน คนขับรถยนต์มีโทษปรับ 3,000 เหรียญไต้หวัน

     2. ไม่สนใจสัญญาณไฟจราจร ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับตามกฎหมายข้อกำหนดโทษการใช้เส้นทางจราจร ซึ่งก็แล้วแต่กรณีความผิด

     3. โดยสารรถแล้วต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1,500 เหรียญไต้หวัน ถ้าโดยสารบนทางด่วนแล้วไม่คาดเข็มขัดนิรภัย มีโทษปรับ 3,000-6,000 เหรียญไต้หวัน

     4. กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น ในเรื่องมีโจรปล้นธนาคาร ก็ต้องรับโทษตามกฎหมายอาญา เป็นต้น

     ส่วนกระแสความนิยมในหมู่ประชาชน ก็ถึงขั้นมีประชาชนไต้หวันเข้าไปในเว็บไซต์แพลตฟอร์มของสภาพัฒนาแห่งชาติสำหรับรวบรวมรายชื่อเสนอหัวข้อประชามติ เปิดประเด็นหัวข้อ "สนับสนุนให้รัฐออกนโยบายรองรับหนูตะเภาให้ขึ้นรถไฟได้เหมือนสุนัขและแมว" เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ผ่านไปเพียง 5 วัน ในวันที่ 22 ม.ค. มีผู้ลงชื่อสนับสนุนแล้ว 1,131 คน ซึ่งตามกฎแล้ว ภายในระยะเวลา 2 เดือนหลังจากเปิดประเด็นหัวข้อและมีผู้ลงชื่อสนับสนุนตั้งแต่ 5,000 คนขึ้นไป ก็จะเข้าสู่กระบวนการที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องตอบสนองในประเด็นดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า เมื่อถึงกำหนดสิ้นสุดการรวบรวมรายชื่อในวันที่ 18 มี.ค. อาจจะมีผู้สนับสนุนเกิน 5,000 คนก็เป็นได้

     มีประชาชนที่เลี้ยงหนูตะเภามาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว กล่าวถึงความยากลำบากเวลาจะเดินทางกลับภูมิลำเนาแต่ละครั้ง คือจะเดินทางด้วยรถไฟ และรถไฟความเร็วสูง แต่ถูกปฏิเสธไม่ให้นำหนูขึ้นรถ ทั้งที่ใส่กรงเรียบร้อย ก็เลยต้องคืนตั๋วรถไฟและเปลี่ยนไปนั่งรถบัสแทน ซึ่งจะต้องซื้อตั๋วโดยสารสำหรับสัตว์เลี้ยงให้หนูด้วย 100 เหรียญ อยากให้รัฐบาลเปลี่ยนกฎเกณฑ์นี้ใหม่ คือถ้าให้จะเอาหนูไปฝากที่โรงแรมสัตว์เลี้ยง ก็รู้สึกเป็นห่วงหนูว่ามันจะเครียด ไม่ชิน ซึ่งก็มีชาวเน็ตบางส่วนที่มีความคิดเห็นแย้งว่า ถึงจะมีกรง แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า หนูจะไม่หลุดออกมา บางคนก็ไม่สบายใจ กลัวหนู เห็นแล้วจะร้องไห้ ไม่ใช่ทุกคนที่รับได้ หนูของคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน

     ด้านบ.รถไฟความเร็วสูง ได้ออกมาตอบถึงกรณีนี้ว่า "เนื่องจากพิจารณาถึงการยอมรับได้ของผู้โดยสารที่จะมีสัตว์เดินทางบนรถด้วยนั้นแตกต่างกัน และพื้นที่บนขบวนรถก็มีจำกัด ปัจจุบันจึงอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยง 6 ชนิดเท่านั้นที่สามารถโดยสารรถไฟได้ ได้แก่ สุนัข, แมว, ปลา, กุ้ง, เต่า และกระต่าย" ส่วนการรถไฟไต้หวันตอบกรณีนี้ว่า ไม่สามารถให้นำสัตว์ขึ้นมาโดยสารรถไฟได้เนื่องจากกระทบต่อสุขอนามัย"

     นอกจากนี้ ก็มีกระทู้ชาวเน็ตโพสต์ลงในเว็บบอร์ด PTT ซึ่งเหมือนกับกระทู้พันทิปของไทย ในห้อง Women Talk เจ้าของกระทู้โพสต์ข้อความว่า กระแสของการ์ตูนปุยปุยมอลก้า ทำให้คนเห่ออยากเลี้ยงหนูตะเภา จึงอยากจะเตือนสติทุกคนว่า หนูตะเภาเป็นสัตว์สังคม ต่างจากแมวที่สามารถอยู่บ้านตัวเดียวตามลำพังได้ ถ้าเลี้ยงเดี่ยวๆ ไม่ได้เลี้ยงทีละสองตัว ให้มันมีเพื่อนล่ะก็ พวกมันอาจเป็นโรคซึมเศร้าได้ ตนรู้สึกเป็นห่วงสังคมว่าอีกสักครู่ พอคนเห่อเลี้ยงหนูตะเภากัน สุดท้ายเลี้ยงไม่ไหว ก็กลายเป็นกระแสเอาหนูไปทิ้งอีก ควรเคารพศักดิ์ศรีในการมีชีวิตของสัตว์เลี้ยง คิดให้ดีก่อนซื้อน้องมาเลี้ยงที่บ้าน

     โพสต์ดังกล่าวจุดประกายให้เกิดการสนทนากันอย่างมากชาวเน็ตบางคนที่เคยเลี้ยงหนูตะเภา บ้างก็คอมเมนต์ว่า "คนเลี้ยงมีค่าใช้จ่ายคงที่ 15,000 ต่อเดือนเดือนละครั้งเป็นเวลา 2 ปี" "ขอร้องเลยว่าอย่าเลี้ยง โดยเฉพาะถ้าคุณยังแยกหนูแฮมสเตอร์และหนูตะเภาไม่ออกด้วยซ้ำ"," ถ้าเลี้ยง 2 ตัว ต้องคิดให้ดีด้วยนะว่าค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลในอนาคตจะต้องเสียเท่าไหร่ และต้องให้ความรักและคอยอยู่ดูแลเอาใจใส่มันด้วย" ที่จริงแล้ว ในอดีตที่ผ่านมาไต้หวันมีกระแสของคนเลี้ยงหนูตะเภา แล้วเอาหนูไปทิ้งประมาณ 4-500 เคส อย่างเช่น ที่เขตกังซัน นครเกาสง เมื่อปีที่แล้ว คนเลี้ยงเลี้ยงไม่ดี ปล่อยให้น้องนอนจมกองมูลสัตว์จนกลายเป็นโรคผิวหนัง สุดท้ายก็เอาไปทิ้ง

     หนูตะเภา ในประเทศไทยนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หนูแกสบี โดยมักเรียกในสายพันธุ์สัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งมีลักษณะภายนอกแตกต่างจากหนูตะเภาทั่วไปที่มีในประเทศไทย ไม่ปรากฏการใช้ชื่อว่าแกสบีในภาษาอื่น ประเทศทางแถบยุโรปจะเรียกว่า กินนีพิก (Guinea pig) ซึ่งเป็นชื่อสากล ส่วนคำว่าเควี (Cavy) จะนิยมเรียกในอเมริกา

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง