:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค. 2564

  • 31 January, 2021
ฮอตฮิตติดดาว
ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค. 2564

     พาคุณไปติดดาว กระแสฮอตฮิตของห้างญี่ปุ่น DON DON DONKI ที่เพิ่งมาเปิดสาขาแรกที่ไต้หวันเมื่อไม่นานนี้  และมีชาวไต้หวันไปเข้าแถวต่อคิวเพื่อเข้าไปช็อปปิ้งกันอย่างล้นหลาม ห้างนี้มีข้อมูล ประวัติความเป็นมา และสินค้าอะไรที่น่าสนใจ

     ห้างดองกิโฮเต้ (Don Quijote) ของญี่ปุ่น ภาษาจีนทับศัพท์ว่า唐吉訶德 (Táng jí hē dé) แต่ชื่อดองกิโฮเต้ในภาษาญี่ปุ่นนั้น เลียนแบบมาจากชื่อ ดอนกิโฆเต้ ชื่อนวนิยายของสเปน โดยดองกิโฮเต้กรุ๊ป ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ. 1980 เปิดห้างดองกิโฮเต้แห่งแรกในญี่ปุ่นเมื่อปี 1989 และขยายธุรกิจต่อมาเรื่อยๆ โดยยึดแนวคิดของห้าง คือ “สะดวก”, “ลดราคา” และ “สนุก” ปัจจุบันมีประมาณ 160 สาขาทั่วญี่ปุ่น โดยสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ที่สิงคโปร์ เปิดเมื่อปี 2017 ปัจจุบันมี 10 สาขา, ฮ่องกง 5 สาขา, ฮาวาย 3 สาขา, ที่เมืองไทยก็มีห้างดองกิโฮเตถึง 2 สาขา เปิดเมื่อปี 2019 สาขาแรกในไทยที่ทองหล่อ ซอย 10 มาแล้ว  และดองกิโฮเต สาขา 2 ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ย่านราชประสงค์ เมื่อปี 2020 และเตรียมเปิดสาขาแรกที่มาเลเซียกับมาเก๊าเร็วๆ นี้

    สำหรับที่ไต้หวันเพิ่งเปิด 1 สาขา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา ห้างดองกิโฮเต้ซึ่งเป็นห้างจำหน่ายสินค้าราคาย่อมเยาและหลากหลายชื่อดังของญี่ปุ่น ได้มาเปิดสาขาแรกของไต้หวัน ที่ซีเหมินติง โดยใช้ชื่อห้างว่า ดอง ดอง ดองกิ (DON DON DONKI) สาขาซีเหมิน เป็นห้างที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม. บนพื้นที่ขนาด 1,615 ตร.ม. มีถึง 3 ชั้น ซึ่งการเข้าห้างจะต้องมาต่อแถวเข้าคิวที่หน้าห้าง เริ่มจากขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 3 แล้วค่อยๆ เดินเลือกซื้อสินค้า ลงมาชำระเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ซึ่งมีแคชเชียร์มากถึง 61 เคาน์เตอร์ และจำกัดจำนวนลูกค้า ให้เดินเข้าไปเลือกซื้อสินค้าจำนวนไม่เกิน 350 คน เพื่อไม่ให้แออัดภายในห้าง ดังนั้น ใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศช็อปปิ้งห้างญี่ปุ่นแห่งนี้ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไปยืนต่อแถวหน้าห้าง

     เริ่มจากสินค้าที่จำหน่ายบนชั้น 3 ก็จะเป็นโซนเครื่องสำอาง, ของกิน, ขนม, ของเล่น, ของใช้ภายในบ้าน, สินค้าเบ็ดเตล็ด และเสื้อผ้า ซึ่งโซนที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นโซนเครื่องสำอาง ซึ่งมียี่ห้อแบรนด์ต่างๆ จากญี่ปุ่นให้เลือกเพียบ มาสก์บำรุงผิวหน้า ครีมบำรุงผิวต่างๆ ละลานตาเต็มไปหมด พวกเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ สินค้าในชีวิตประจำวัน เบ็ดเตล็ด หม้อเทฟลอนก็ยังมีขาย ส่วนจุดที่ดึงดูดความสนใจลูกค้ามากที่สุด คือ โซนอาหารและขนมของกินเล่น มีขนมอร่อยๆ จากญี่ปุ่นมากมาย เช่น Bourbon ช็อกโกแลตบิสกิต หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า ฝานฉวนเฉี่ยวเค่อลี่ปิ่งกัน (帆船巧克力餅乾), โตฮาโตะ มันฝรั่งทอดรูปวงแหวนหรือภาษาจีน คือ ตงจิวโสวจื่อเชวียนเชวียนปิ่ง (東鳩手指圈圈餅) ลูกอมโคโคโร่ (KORORO味覺糖) เป็นต้น ส่วนราคาส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกกว่าราคาที่ญี่ปุ่น  แต่ว่าถ้าเป็นคนที่ชอบกินขนมของญี่ปุ่น ก็แนะนำให้มาซื้อได้ที่นี่ ยิ่งตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 เป็นเรื่องยากที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น เพื่อช็อปปิ้งเหมือนแต่ก่อน การมีห้างของญี่ปุ่นมาตั้งที่นี่ ก็ทำให้คลายความอยากเที่ยวอยากช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นไปได้บ้าง

     ส่วนโซนสินค้าเบ็ดเตล็ด ของชำ ก็มีให้เลือกสรรทั้งข้าวสารอาหารแห้ง น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส เกลือ น้ำส้มสายชู โชยุ ซอสต่างๆ ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น รวมไปถึงบะหมี่ราเม็งสำเร็จรูปชื่อดังของอิจิรันราเม็ง หรือที่คนไต้หวันเรียกว่า อี้หลันลาเมี่ยน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนิชชิน 出前一丁泡麵 ชาและกาแฟปรุงสำเร็จ AGF Blendy Stick ของญี่ปุ่นก็สามารถหาซื้อจากที่นี่ได้เช่นกัน โดยรสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จอาจจะไม่ได้ให้เลือกมากมายเหมือนที่ญี่ปุ่น แต่ราคาถือว่าใกล้เคียงกับญี่ปุ่น

     ต่อมา ที่ชั้น 2 เป็นโซนจำหน่ายอาหารสด ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ปลา และอาหารปรุงสุกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งโซนที่ดึงดูดใจลูกค้าอย่างมากของชั้นนี้ ก็คือ ผักผลไม้นำเข้าจากญี่ปุ่นละลานตามากๆ สินค้าดังๆ ก็อย่างเช่น สตรอเบอร์รีจากจังหวัดคุมาโมโตะ, องุ่นเขียวมัสแคตจากจังหวัดยามานาชิ และยังมีแอปเปิลพันธุ์พิเศษนำเข้าหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก เช่น ฮันนี่ฟูจิแอปเปิล (蜜富士蘋果), โจนาโกลด์แอปเปิล (喬納金蘋果) เป็นต้น สนนราคาอยู่ที่ 59-159 เหรียญไต้หวัน ก็ถือว่าได้เลือกซื้อผลไม้เกรดพรีเมียมจากต่างประเทศ ไม่ต้องไปบินไปกินที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ ชั้น 2 ยังมีโซนซูชิและอาหารทะเลสด ซึ่งที่ว่าเด็ดก็มีซูชิจากแบรนด์ซูพรีมแซลมอน ซูชิหอยเชลล์จากญี่ปุ่น และเป็นครั้งแรกที่ห้างดอง ดอง ดองกิ จำหน่ายหอยเป็นๆ สดๆ ให้เลือกซื้อจากตู้กันเลยทีเดียว ส่วนโซนเครื่องดื่ม ก็มีทั้งน้ำแร่ น้ำชา น้ำนมถั่วเหลือง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีสินค้าฮอตฮิตให้เลือกซื้อมากมาย

     ด้านโซนอาหารปรุงสุก ก็เป็นโซนที่ไม่ควรพลาด เพราะมีทั้งพิซซ่าโฮมเมด, โอโคโนมิยากิ, ข้าวกล่องเบนโตะแบบญี่ปุ่น, ข้าวปั้น, คร็อกเก้ ฯลฯ และของหวานสไตล์ญี่ปุ่นอีกมากมาย เช่น ทิรามิสุชาเขียวจากชิซุโอกะ, ครีมพัฟนมสดฮอกไกโด, ขนมไดฟุกุถั่วแดง, ลูกชิ้นไม้โชยุญี่ปุ่น สนนราคาของหวานอยู่ที่ 39-75 เหรียญไต้หวัน ราคาไม่ถึง 100 ก็สามารถลิ้มรสความอร่อยแบบญี่ปุ่นได้แล้ว

     ลงมาที่ชั้น 1 ชั้นล่างสุด ซึ่งเป็นชั้นสำหรับชำระเงิน และยังมีสินค้าแนะนำของดองกี้ และบูธร้านอาหารญี่ปุ่นด้วย ระหว่างทางเดินไปยังเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ก็จะมีสินค้าแนะนำของดองกี้ตั้งอยู่เรียงราย เช่น ขนมกินเล่นของญี่ปุ่น ราคา 25 เหรียญไต้หวัน, ขนมแช่เย็น เป็นต้น ที่ทำให้ระหว่างเดินต่อแถวเข้าคิวไปชำระเงิน อาจจะอดไมได้ที่ต้องหยิบมาจ่ายเงินซื้อกลับไปด้วย ส่วนบูธอาหารที่อยู่ด้านนอกชั้น 1 ก็มีอาหารที่น่าสนใจเช่น ร้านขายมันเทศเผา, ร้านดองดองปิ้งย่าง, ร้านขายโอเด้ง เป็นต้น ซึ่งจัดทำบูธขายอาหารสไตล์แผงลอยข้างถนนญี่ปุ่น ได้บรรยากาศเหมือนไปเดินซื้อที่ญี่ปุ่นยังไงอย่างงั้น

     แถมท้ายรายการ ด้วยสินค้าฮอตฮิต 10 อันดับที่ไม่ควรพลาดจากห้างดอง ดอง ดองกิ สาขาซีเหมิน ซึ่งมีเว็บไซต์บทความวาไรตี้ของไต้หวันรวบรวมไว้ โดยบอกว่า ไม่ซื้อแล้วจะเสียใจ 1. สตรอเบอร์รีจากจังหวัดคุมาโมโตะ (熊本縣草莓) 2. ส้มมิกังจากจังหวัดชิซุโอกะ (日本靜岡縣蜜柑) 3. องุ่นเขียวมัสแคตจากจังหวัดยามานาชิ (日本山梨縣產麝香葡萄) 4. ซูชิหน้าปลาดิบหรือนิกิริ (生魚片握壽司) 5. ข้าวปั้นหลากหลายไส้ (各類飯糰) 6. ช็อกโกแลตขาวสอดไส้สตรอเบอร์รี่ ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะแถบคันไซของญี่ปุ่นเท่านั้น (關西限定白雪巧克力草莓) 7. เนื้อวากิวของญี่ปุ่น (日本和牛) 8. มาสก์แผ่นชุ่มชื้นด้วยกรดไฮยารูลอนิก ยี่ห้อ CLEAR TURN WHITE (CLEAR TURN WHITE 玻尿酸保濕面膜 ) 9. ตุ๊กตุ่นจากการ์ตูนเรื่องดาบพิฆาตอสูร (鬼滅之刃公仔) และ 10. ตัวต่อโปเกม่อน Nano block (Nano block 積木)

     วิธีการเดินทางไปที่ห้างดอง ดอง ดองกิ ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหรือสีเขียวก็ได้ ไปลงที่สถานีซีเหมิน ประตูทางออก 6 เดินไปอีกประมาณ 6 นาที

     ที่อยู่: เลขที่ 123 ถ.ซีหนิงหนานลู่ เขตว่านหัว กรุงไทเป เปิดบริการทุกวันตลอด 24 ชม.

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง