ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ค. 2564

  • 02 May, 2021
ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ค. 2564

    กระแสของนักเรียนม. ปลายไต้หวันนิยมกวดวิชา ติวเข้มสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องจ่ายค่าติวมากกว่า 50,000 เหรียญไต้หวันทุกปี โดยเมืองที่กระแสการกวดวิชาได้รับความนิยมมากที่สุดคือ นครไทจง

     ผู้ปกครองนักเรียนในไต้หวันมีความกระตือรือร้นในการส่งลูกเรียนกวดวิชามากแค่ไหน? จากสถิติของกระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 10 คน จะมีนักเรียนที่เรียนกวดวิชา 6 คน และเมื่อเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กระแสการการเรียนกวดวิชาจะยิ่งบูมขึ้นไปอีก โดยเฉลี่ยนักเรียนมัธยมปลายทุกๆ 3 คน จะมี 1 คนที่เลือกเรียนกวดวิชา

     ค่าใช้จ่ายสำหรับกวดวิชาของเด็กนักเรียนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน จากสถิติของกระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน เมื่อปีการศึกษา 2557 นักเรียนมัธยมปลายมีค่าใช้จ่ายในการกวดวิชาเฉลี่ยเพียง 35,923 เหรียญไต้หวันต่อปีการศึกษา แต่เมื่อปีการศึกษา 2561 กลับเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า นักเรียนมัธยมปลายมีค่าใช้จ่ายในการกวดวิชาเฉลี่ย 57,033 เหรียญไต้หวันต่อปีการศึกษา ส่วนนักเรียนมัธยมต้นก็ไม่เบาเช่นกัน มีค่าใช้จ่ายในการกวดวิชาเฉลี่ย 51,824 เหรียญไต้หวันต่อปีการศึกษา

     ก่อนหน้านี้ ไต้หวันดำเนินการปฏิรูปการศึกษา โดยหวังว่าจะลดความกดดันให้แก่นักเรียน แต่ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา กลับกลายเป็นว่าตลาดธุรกิจสถาบันกวดวิชาด้านภาษาและวิทยาศาสตร์นั้นกลับขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2550 ถึง 2564 ทั่วไต้หวันมีจำนวนสถาบันกวดวิชาอยู่ที่ประมาณ 16,000-18,000 แห่ง แต่ถ้าเจาะลึกเป็นประเภทวิชา สถาบันกวดวิชาด้านภาษาและวิทยาศาสตร์มีจำนวนพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก นับจากปี 2550 จนถึงเดือนเม.ย. 2564 เพิ่มขึ้น 2,237 แห่ง ที่น่าทึ่งก็คือ ในช่วงไม่กี่วันจากการสำรวจต่อเนื่องพบว่าใน 1 สัปดาห์มีสถาบันกวดวิชาด้านภาษาและวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นถึง 7 แห่ง เท่ากับเฉลี่ยมีสถาบันกวดวิชาด้านที่ว่านี้เปิดเพิ่มขึ้นวันละ 1 แห่ง อัตราเติบโตเร็วขึ้นมากอย่างน่าตกใจ นับจนถึงวันที่ 21 เม.ย. 2564 ทั่วไต้หวันมีสถาบันกวดวิชาด้านภาษาและวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น 11,551 แห่ง ในทางกลับกันสถาบันกวดวิชาด้านศิลปะ ในช่วง 15 ปีมานี้ ลดลง 312 แห่ง สถาบันกวดวิชาภาษาต่างประเทศลดลง 1,260 แห่ง แสดงให้เห็นว่าผู้ปกครองของนักเรียนให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ความสามารถทางวิชาการมาก

     สำหรับกระแสการติวกวดวิชาใน 6 นครใหญ่ของไต้หวัน ได้แก่ กรุงไทเป นครนิวไทเป นครเถาหยวน นครไถหนาน และนครเกาสง นับจนถึงเดือนเม.ย. 2564 พบว่า กรุงไทเป นครนิวไทเป นครไทจง และนครเกาสง 4 เมืองดังกล่าวนี้มีสถาบันกวดวิชาด้านภาษาและวิทยาศาสตร์ทะลุหลักพันแห่ง โดยเฉพาะที่นครไทจงมีนักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายเพียง 115,000 คน แต่มีสถาบันกวดวิชาด้านภาษาและวิทยาศาสตร์ 1,812 แห่ง ถือว่าเป็นเมืองที่มีอัตราความหนาแหน่นของสถาบันกวดวิชามากที่สุด เท่ากับว่านักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย ทุก 63 คน จะมีสถาบันกวดวิชาด้านภาษาและวิทยาศาสตร์รองรับ 1 แห่ง

     ส่วนเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่ 6 นครใหญ่ กระแสการกวดวิชาไม่ได้บูมมากนัก โดยเฉพาะที่เมืองเจียอี้ เมืองหนานโถว และเมืองจีหลง มีสถาบันกวดวิชาแค่ 153 แห่ง, 164 แห่ง และ 175 แห่ง ตามลำดับ เห็นได้ถึงความแตกต่างระหว่างเมืองกับนครใหญ่เป็นอย่างมาก

     สาเหตุที่กระแสการกวดวิชาในไต้หวันมาแรง ก็เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองต่างต้องการให้ลูกได้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ มีชื่อเสียง เพื่ออนาคต หน้าที่การงานที่ดีนั่นเอง ยอมลงทุนเพื่อการศึกษาของลูก เพราะคาดหวังว่าลูกจะมีชีวิตที่ดี มีอนาคตสดใส

     องค์กรธุรกิจนิยมจ้างบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยไหนมากที่สุด

     ในส่วนของตลาดการจ้างงาน บริษัทนายจ้างในไต้หวันชื่นชอบรับพนักงานที่จบการศึกษามหาวิทยาลัยใด? เว็บไซต์ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ 1111 จัดทำผลสำรวจว่าองค์กรธุรกิจนิยมจ้างบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยไหนมากที่สุด ประจำปี 2564 10 อันดับแรก รวมมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไม่แบ่งมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเอกชน อันดับ 1 มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (ม.เฉิงต้า นครไถหนาน) ขยับขึ้นมาจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว, อันดับ 2 มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (ม.ไถต้า กรุงไทเป) หล่นจากอันดับ 1 เมื่อปีที่แล้ว, อันดับ 3 มหาวิทยาลัยแห่งชาติเจียวทง (ม.เจียวต้า เมืองซินจู๋), อันดับ 4 มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน (ม.ไถเคอต้า กรุงไทเป), อันดับ 5 มหาวิทยาลัยคาทอลิกฝู่เหริน (ม.ฝู่ต้า นครนิวไทเป) ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยเอกชนติดต่อกันสองปีแล้ว, อันดับ 6 มหาวิทยาลัยแห่งชาติเจิ้งจื้อ (ม.เจิ้งต้า กรุงไทเป), อันดับ 7 (ม.ชิงต้า เมืองซินจู๋), อันดับ 8 มหาวิทยาลัยตั้นเจียง (ม.ตั้นต้า นครนิวไทเป), อันดับ 9 มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไทเป (ม.เป่ยเคอต้า กรุงไทเป) และอันดับ 10 มหาวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์แห่งชาติไทเป (ม.เป่ยซังต้า กรุงไทเป)

มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง นครไถหนาน

     สำหรับสถาบันเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวันมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไทเป, มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเกาสงและมหาวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์แห่งชาติไทเป ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจื้อหลี่ นครนิวไทเป ครองอันดับ 1 รองลงมาคือ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต๋อหมิง กรุงไทเป, มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหมิงซิน เมืองซินจู๋ และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลงหัว นครเถาหยวน

     ด้านมหาวิทยาลัยที่บริษัทธุรกิจอยากร่วมมือดำเนินการผลิตภาคอุตสาหกรรมด้วยมากที่สุด มหาวิทยาลัยรัฐ 10 อันดับแรก ได้แก่ ม.จงซัน, ม.จงยาง, ม.เจียวต้า, ม.เจิ้งต้า, ม.เกาชันต้า, ม.ชิงต้า, ม.เป่ยเคอต้า, ม.ไถต้า และม.ไถเคอต้า ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนที่บริษัทธุรกิจอยากร่วมมือดำเนินการผลิตภาคอุตสาหกรรม 10 อันดับแรก ได้แก่ ม.ต้าถง, ม.จงหยวน, ม.หยวนจื้อ, ม.ซื่อซิน, ม.หมิงจื้อ, ม.จื้อหลี่, ม.ตั้นเจียง, ม.ฝงเจี่ย, ม.ฝู่เหริน และ ม.เต๋อหมิง

     หวงรั่วเหวย (黃若薇) โฆษกของธ.ทรัพยากรมนุษย์ 1111 ชี้ให้เห็นว่า ผลสำรวจการจัดอันดับโดยภาพรวม มีมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชนอย่างละครึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บริษัทธุรกิจไม่ได้แบ่งแยกความแตกต่างของมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชนมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยปกติหรือสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ต้องการจ้างเพียงผู้มีความสามารถเท่านั้น

     ชาวเน็ตไต้หวันสงสัย เรียนคณะอะไรประหยัดเงินที่สุด

     ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่กังวลเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัย เพราะเกรงว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม มีชาวเน็ตไต้หวันตั้งกระทู้ในบอร์ด PTT ซึ่งเปรียบเสมือนกระทู้พันทิปของไทย โดยตั้งกระทู้ถามว่า เรียนคณะอะไรประหยัดเงินที่สุด โดยเจ้าของกระทู้โพสต์ว่า ตนทราบมาว่าถ้าเรียนสาขาออกแบบ หรือสาขาดุริยางคศิลป์ต้องใช้เงินเยอะ ดังนั้น ฉันจึงเรียนสาขาคณิตศาสตร์ สามารถเป็นติวเตอร์สอนพิเศษช่วยหารายได้พิเศษ ตำราด้านคณิตศาสตร์ก็มีที่ต้องใช้แน่นอนไม่กี่เล่ม ช่วยประหยัดค่าหนังสือไปได้ไม่น้อย ถึงแม้ว่าจะเคยได้ยินว่าพวกคณะภาษาต่างประเทศจะมีสาวสวยเรียนเยอะก็ตาม แต่ว่าตัวฉันไม่เก่งด้านภาษาเท่าไหร่ เลยไม่น่าจะเหมาะ ขอถามเพื่อนๆ ชาวเน็ตว่ามีคณะไหนที่น่าจะเหมาะกับฉันมากกว่าสาขาคณิตศาสตร์ไหม

     มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นคอมเมนต์กันมากมาย เช่น บอกว่า เรียนคณะภาษาต่างประเทศประหยัดเงินมากที่สุด, ค่าเทอมต้องดูว่าเรียนมหาลัยไหน แต่ถ้าจะประหยัดเงินที่สุด ก็ต้องเรียนคณะอักษรศาสตร์, คณะพาณิชยศาสตร์และบริหารธุรกิจปกติค่าเทอมจะถูกกว่านะ ส่วนสาขาคณิตศาสตร์ ปกติจะถูกจัดอยู่ในคณะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่าเทอมแพงกว่านะ, คณะนิติศาสตร์ที่ชาวบ้านไม่ชอบสิ ตำราที่ใช้มีไม่กี่เล่ม ไม่มีค่อยมีค่าใช้จ่ายแปลกๆ ให้ต้องจ่าย ถ้าไม่มีเงินจริงๆ ไปยืมตำราจากหอสมุดก็ได้

     อย่างไรก็ตาม มีชาวเน็ตบางส่วนที่คอมเมนต์แนะนำว่า ให้ไปเรียนมหาวิทยาลัยทหารหรือไม่ก็มหาวิทยาลัยตำรวจ ประหยัดเงินที่สุด เพราะว่าทั้งสองมหาลัยนี้ยังให้เงินเบี้ยเลี้ยงนักศึกษาอีกด้วย แค่เรียนให้จบ ก็ไม่ต้องเสียค่าเทอม และยังมีรายได้จากการเรียนที่นี่อีกด้วย มหาวิทยาลัยตำรวจตอนเรียนจะได้เงินเดือนเดือนละหนึ่งหมื่นกว่าเหรียญไต้หวันเลยล่ะ

มหาวิทยาลัยตำรวจแห่งชาติไต้หวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง