RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย ทำไมไต้หวันไม่รับวัคซีนจีน? สหรัฐฯ บริจาควัคซีนให้ไต้หวัน 7.5 แสนโดส

  • 07 June, 2021
กระแสประชาธิปไตย
คณะ สว. สหรัฐฯ เยือนไต้หวัน ประกอบไปด้วย Daniel Scott Sullivan (แถวหน้าที่ 2 จากซ้าย) Ladda Tammy Duckworth(คนนั่งรถเข็น)และ Christopher Andrew Coons (แถวหน้าที่ 4 จากซ้าย)
กระแสประชาธิปไตย
ชาวไต้หวันนำดอกไม้แสดงความขอบคุณที่ญี่ปุ่นบริจาควัคซีน 1.24 ล้านโดสให้ไต้หวัน ที่หน้าสถานทูตญี่ปุ่นในไทเป
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน
กระแสประชาธิปไตย

๑. คณะสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน 3 ชม. ประกาศแผนบริจาควัคซีน 7.5 แสนโดสให้ไต้หวัน

      คณะสมาชิกวุฒิสภา สหรัฐฯ 3 ท่าน ได้แก่ Ladda Tammy Duckworth ซึ่งมีเชื้อสายไทย เป็นคนสนิทของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ Daniel Scott Sullivan และ Christopher Andrew Coons ได้เดินทางจากเกาหลีใต้ด้วยเครื่องบินขนส่งทหารของสหรัฐฯ ถึงท่าอากาศนานาชาติซางซาน ไทเป ตอนเช้ามืดวานนี้ เมื่อเดินทางถึง นางลัดดา แทมมี่ ในฐานะตัวแทนของคณะฯ ได้กล่าวปราศรัยสั้น ๆ ว่า ได้มีการปรึกษาหารือกับทำเนียบขาวแล้ว สหรัฐฯ จึงตัดสินใจบริจาควัคซีนโควิด19 จำนวน 7.5 แสนโดสให้ไต้หวัน โดยนายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้แสดงความขอบคุณต่อข่าวดีที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้คนครั้งนี้

       คณะของ สว. สหรัฐฯ ได้พบหารือกับประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ณ ห้องพักรับรองของสนามบิน ไทเป ก่อนที่คณะ สว. จะเดินทางกลับเกาหลีใต้ด้วยเครื่องบินทหารสหรัฐฯ ในวันเดียวกัน

        ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้ระบุขณะให้การต้อนรับคณะ สว. ของสหรัฐฯ ณ ห้องพักรับรองสนามบินซงซาน ไทเปว่า สว. Chris Coons เป็นผู้สนับสนุนผลักดันให้รัฐสภาสหรัฐฯ จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือโครงการความร่วมมือ GCTF ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ในโอกาสครบรอบ 40 ปี การประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน พร้อมย้ำว่า ไต้หวันรู้สึกขอบคุณความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่มาทันสถานการณ์ ทำให้ไต้หวันมีวัคซีนมากขึ้น ในอนาคต ไต้หวันหวังว่าจะมีความร่วมมือกับทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี่ 5จี และความปลอดภัยด้านข้อมูลข่าวสาร สร้างกลไกความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น ร่วมกันปกป้องเสรีภาพ การเปิดกว้าง และสันติภาพความเจริญรุ่งเรือในภูมิอินโดแปซิฟิก  

         นางลัดดาฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เข้าใจความต้องการของไต้หวันเป็นอย่างดี จึงนำข่าวดีดังกล่าวมาแจ้งให้ชาวไต้หวันได้ทราบ และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่ชาวสหรัฐฯ จะแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน ในขณะที่ไต้หวันมีความต้องการมากที่สุด และเมื่อปีที่แล้ว ไต้หวันก็ได้บริจาคหน้ากากอนามัยให้สหรัฐฯ ในยามที่สหรัฐฯ มีความต้องการเช่นเดียวกัน

        ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ได้ระบุว่า การเยือนไต้หวันในครั้งนี้ของคณะสมาชิกวุฒิสภา สหรัฐฯ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค และความสัมพันธ์ระหว่างกัน พร้อมกับระบุว่า สมาชิกวุฒิสภาทั้ง 3 ท่าน เป็นผู้ให้การสนับสนุนญัตติกฎหมายที่ให้การสนับสนุนไต้หวัน ทั้งกฎหมาย Taiwan Assurance Act และ TAIPEI Act       

 

 

 

 

ปธน. ไช่อิงเหวิน ให้การต้อนรับคณะ สว. สหรัฐฯ ณ ห้องพักรับรองสนามบินนานาชาติซางซาน ไทเป

๒. ทำไมไต้หวันไม่ยอมรับวัคซีนบริจาคจากจีน? มาฟังคำตอบจากท่าน นายกฯ ไต้หวัน

      ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวเกี่ยวกับการบริจาควัคซีนโควิด19 ให้แก่ไต้หวันของญี่ปุ่น จำนวน 1.24 ล้านโดส ซึ่งมาถึงไต้หวันเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เป็นที่ฮือฮาและสร้างความตื้นตันและซาบซึ้งใจให้แก่ชาวไต้หวันโดยทั่วไป แม้ญี่ปุ่นจะยังอยู่ในสภาพที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามของโควิด19 แต่ก็ยังเจียดวัคซีน AZ ที่ญี่ปุ่นผลิตเอง จำนวนนับล้านโดสบริจาคให้ไต้หวันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ส่งตรงจากกรุงโตเกียวมายังกรุงไทเป เรียกได้ว่า เสมือนฝนมาทันกาล เพราะไต้หวันเพิ่งได้รับวัคซีนมาเพียงประมาณ  7-8 แสนโดสเท่านั้น ทำให้ในช่วงต่อไปไต้หวันจะระดมฉีดวัคซีนให้มีความทั่วถึงให้มากขึ้น แต่เนื่องจากยังมีจำนวนไม่มาก จึงยังคงต้องเร่งฉีดในกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาล สถานดุแลผู้สูงวัย ผู้สูงวัย ผู้ดูแลผู้สูงวัย และขยายไปสู่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันโรค รวมไปถึงพนักงานทำความสะอาดต่างๆ  ด้วย และในปลายเดือนนี้ ก็จะมีแอปเพื่อให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับการฉีดวัคซีนเมื่อไต้หวันได้วัคซีนเพิ่มาอีก 2 ล้านโดส และปลายเดือน ก.ค. วัคซีนที่ไต้หวันผลิตเองก็จะสามารถนำออกมาฉีดให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ แต่ก็ยังคงต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนโดยการขอการรับรองจากองค์กรอนามัยระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ หรือยุโรป

        ในช่วงขณะนี้นี่เองที่ทางการจีน โดยสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนได้ออกมาระบุว่า “มีวิธีเดียวที่ไต้หวันจะรอดพ้นจากการคุกคามของไวรัสโควิด19 ก็คือการรับวัคซีนที่มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงของจีนเท่านั้น” ทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีซูเจินชางของไต้หวันต้องกล่าวขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า “ไม่เพียงแต่กฎหมายไต้หวันเท่านั้นที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าวัคซีนจากจีนเท่านั้น แต่จีนยังคงไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัย ประสิทธิภาพของวัคซีนที่จีนผลิตได้ให้ผู้คนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้”

        นอกจากนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ยังไดชี้แจงว่า เนื่องจากไวรัสกลายพันธุ์ระบาดไปทั่วโลก จนต้องแย่งกันซื้อวัคซีน ไต้หวันก็เช่นเดียวกัน ดังนั้น ณ ขณะนี้ เมื่อเราได้เห็นว่า ญี่ปุ่นนำเอาวัคซีนที่ตนมีอยู่ส่งมาให้ไต้หวัน ไต้หวันจึงรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งชี้ชัดว่า ตอนที่ญี่ปุ่นประสบกับเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวร้ายแรงเมื่อสิบกว่าปีก่อน ชาวไต้หวันได้แสดงความมีน้ำใจโดยการร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นในตอนนั้น แสดงให้เห็นถึงจิตใจร่วมเป็นร่วมตายระหว่างชาวไต้หวันกับชาวญี่ปุ่น ความผูกพันกันอย่างล้ำลึกของสองชนชาติ นอกจากนี้ ไต้หวันก็ยังรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของสหรัฐฯ ที่ได้ประกาศว่าจะบริจาควัคซีนให้ไต้หวันเพราะฉะนั้น เราจึงเห็นเพื่อนแท้ในยามยากเช่นนี้ รู้ว่าใครคือมิตรแท้ ใครไม่ใช่ศัตรู

         ส่วนคำกล่าวของสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีซูฯ ย้ำว่า รัฐบาลมีความรอบคอบในการพิจารณาวัคซีนจากทุกประเทศ ว่าปลอดภัยหรือมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลการฉีดเป็นพิเศษ ใช้การตรวจสอบที่เป็นวิทยาศาสตร์และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ในขณะที่วัคซีนจีนจนถึงขณะนี้ กฎหมายไต้หวันก็ยังไม่อนุญาตให้มีการนำเข้า ในขณะที่วัคซีนที่จีนผลิตได้ ก็ยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ผู้คนได้เข้าใจอย่งถ่องแท้ และไต้หวันก็ไม่อาจที่จะรู้ได้ถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของมันได้”

นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

๓. แลนด์มาร์กไต้หวันส่งข้อความขอบคุณญี่ปุ่น

        หลังจากที่ญี่ปุ่นุจัดส่งวัคซีนโควิด19 มาให้ไต้หวันแล้ว สร้างความประทับใจและซาบซึ้งให้แก่ชาวไต้หวันเป็นอย่างมาก ซึ่งค่ำวันเดียวกับวันที่วัคซีนญี่ปุ่นเดินทางมาถึงไต้หวันแล้ว อาคารไทเป 101 ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญในกรุงไทเป ก็ได้ยิงข้อความบนตัวอาคารในช่วงเวลา 18.30-22.00 น. ในข้อความทั้งภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น แสดงความขอบคุณต่อน้ำใจของญี่ปุ่น แสดงถึงมิตรภาพอันดีระหว่างกัน โดยยิงหลายข้อความสลับกัน ได้แก่

合作對抗疫情  แปลว่า จับมือประสานน้ำใจต้านภัยโรคระบาด  

台日友誼長存 แปลว่า มิตรภาพไต้หวัน ญี่ปุ่นยั่งยืนสถาพร

台灣❤️日本 แปลว่า ไต้หวันรักญี่ปุ่น

攜手前行 แปลว่า ประสานมือก้าวไปข้างหน้า

台日の絆と感謝 แปลว่า ขอบคุณสายใยผูกพันไต้หวัน-ญี่ปุ่น

อาคารไทเป 101 ยิงข้อความขอบคุณญี่ปุ่น ที่บริจาควัคซีนให้ไต้หวัน 1.24 ล้านโดส 

        นอกจากนี้ โรงแรมแกรนด์ หรือโรงแรมหยวนซาน ที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ระหว่างทางจากสนามบินนานาชาติเถาหยวน เข้ากรุงไทเป ก็ได้แสดงความขอบคุณน้ำใจจากญี่ปุ่นในครั้งนี้เช่นเดียวกัน โดยการยิงคำขอบคุณเป็นภาษาญี่ปุ่น เสมือนการช่วยเหลือมิตรในยามยาก บนตัวอาคารของโรงแรม ไต้หวันจะจดจำวันนี้ไปตลอดกาล

โรงแรมแกรนด์ (圓山大飯店) เปิดไฟห้องพักแปรอักษรขอบคุณญี่ปุ่นบริจาควัคซีนให้ไต้หวัน 1.24 ล้านโดส 

 

๔. แม้ไต้หวันจะขาดแคลนวัคซีน แต่ก็ยังมีชาวไต้หวันเกือบครึ่งที่พอใจผลงานประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน

        หนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ “เหม่ยลี่ต่าวเตี้ยนจื่อเป้า” ได้สำรวจความคิดเห็นของชาวไต้หวันเกี่ยวกับประดเด็นการจัดซื้อวัคซีนล่าช้าของรัฐบาลประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน พบว่า ร้อยละ 65 เห็นว่าการตัดสินใจสั่งซื้อวัคซีนของรัฐบาลล่าช้าเกินไป และมีถึงร้อยละ 81 เห็นว่า รัฐบาลควรเร่งอนุมัติการใช้วัคซีนไฟเซอร์เป็นกรณีฉุกเฉิน นายอู๋จื่เจีย ประธาน “เหม่ยลี่ต่าวเตี้ยนจื่อเป้า” ระบุว่า ผลของการกระทบกันระหว่างกระแสหลักในสังคมกับรัฐบาลในคราวนี้ ทำให้ความเชื่อมั่นที่มีต่อประธานาธิบดีไช่อิงเหวินร่วงลงเหลือไม่ถึง 50% แล้ว จนเกือบถึงจุดตัดที่เรียกว่า “จุดตัดแห่งความตาย” แล้ว

        การสำรวจนี้พบว่า ร้อยละ 65.8 เห็นว่า การจัดซื้อวัคซีนของรัฐบาลล่าช้าเกินไป 20.8% เห็นว่า กำลังดี 4.8% เห็นว่ามีการเตรียมการล่วงหน้า หากวิเคราะห์จุดยืนของผู้ถูกสำรวจแล้วพบว่า กลุ่มผุ้สนับสนุนพรรคดีพีพหรือกลุ่มสีเขียวถึงร้อยละ 44.4 เห็นว่า รัฐบาลจัดซื้อวัคซีนช้าเกินไป ซึ่งต่างกันเป็นอย่งมากกับส่วนที่เห็นว่ากำลังดีที่อยู่ที่ 35.8%

        และเมื่อวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งลงไปให้มากยิ่งขึ้นก็พบว่า 81.3% เห็นว่า รัฐบาลควรเร่งอนุมัติการใช้ฉุกเฉินให้แก่วัคซีนไฟเซอร์ ในขณะที่เห็นว่าไม่ควรมีเพียง 7.8% เท่านั้น หากวิเคราะห์จากจุดยืนการเมืองของผู้ถูกสำรวจพบว่า กลุ่มที่สนับสนุนฝ่ายสีเขียว 73% เห็นด้วยถึง 73% มีเพียง 13.9% เท่านั้นที่มีความเห็นว่า ยังไม่ควรอนุมัติให้ใช้อย่างฉุกเฉินในตอนนี้

        ส่วนคะแนนนิยมของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน อยู่ที่ 48.1% ลดลง 8.9% จากการสำรวจเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา และทุบสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่หลังการเลือกตั้งในปี 2020 ส่วนระดับความไม่เชื่อมั่นอยู่ที่ 46.7% เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งที่แล้ว 9.9%

        การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 1 มิ.ย. โดยการสำรวจผู้บรรลุนิติภาวะแล้วจำนวน 1074 คน ความน่าเชื่อถือ 95% คลาดเคลื่อนบวกลบ 3%

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง