:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย สัมพันธ์ไต้หวัน-อียู แน่นแฟ้นยิ่ง เตรียมเปลี่ยนชื่อสำนักงานในไต้หวัน

  • 06 September, 2021
กระแสประชาธิปไตย
Charlie Weimers สมาชิกรัฐสภายุโรป ชาวสวีเดน ผู้เสนอร่างรายงาน “EU-Taiwan Political Relations and Cooperation”
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

๑. ไต้หวัน-อียู สัมพันธ์กระชับไปอีกก้าวใหญ่ เตรียมเปลี่ยนชื่อสำนักงานตัวแทนในไต้หวัน

      กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้แสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศ รัฐสภายุโรปมีมติรับรองรายงาน คสพ. การเมืองและความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับสหภาพยุโรปหรืออียู รวมทั้งยินดีที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะเปิดเปิดศักราชใหม่ให้แก่ คสพ. ระหว่างกัน

        เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2564 คณะกรรมาธิการต่างประเทศ รัฐสภายุโรป ได้มีมติ 60 เสียงเห็นด้วย 4 เสียงคัดค้าน และ 6 งดออกเสียง รับรองรายงานและร่างแก้ไข “EU-Taiwan Political Relations and Cooperation” โดย กต. ไต้หวัน ยินดีและขอบคุณที่รัฐสภาอียูเป็นฝ่ายแสดงความปรารถนาที่จะกระชับสัมพันธ์กับบไต้หวันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นครั้งแรก โดยการเสนอข้อคิดเห็นในมุมกว้างและไต้หวันยินดีที่จะร่วมมืออียูด้วยความเป็นมิตรก้าวสู่ศักราชใหม่

        รายงานดังกล่าวได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับภัยคุกคามทางทหารของจีนที่มีต่อไต้หวัน และเรียกร้องให้จีนยุติความเคลื่อนไหวทุกอย่างที่เป็นการบ่อนทำลายเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งยืนหยัดในจุดยืนที่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บนช่องแคบไต้หวัน ห้ามละเมิดความต้องการของชาวไต้หวัน นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังเรียกร้องให้อียูร่วมมือกับประชาคมโลก ธำรงรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาธิปไตยไต้หวัน ตลอดจนรวมเอาไต้หวันเป็นหุ้นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์ความร่วมมืออินโดแปซิฟิกของอียูด้วย นอกจากนี้ ในรายงานดังกล่าวยังได้กระตุ้นให้อียูกับไต้หวันเสริมปฏิสัมพันธ์ในระดับทางการระดับสูงระหว่างกันให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารของอียูต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบ กำหนดกรอบ และจัดประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการเจรจาความตกลงการลงทุนทวิภาคี หรือ BIA กับไต้หวัน เพื่อเตรียมการเจรจาในประเด็นดังกล่าวกับไต้หวัน

         ในร่างที่ผ่านการรับรองยังประกอบไปด้วยการเสนอให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานผุ้แทนอียูประจำไต้หวัน จาก European Economic and Trade Office in Taipei เป็น EU Office in Taiwan เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างทั้งสองฝ่ายที่มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด  

         ร่างญัตติฉบับนี้จะส่งเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่รัฐสภายุโรปในเดือน ต.ค. ศกนี้

๒. นานาชาติตบเท้าสนับสนุนไต้หวัน หวั่นวิกฤตช่องแคบไต้หวัน ปรามจีน?

        ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป และเอเชีย ต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน และแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันที่เครื่องบินทหารแวะเข้ามาทักทายบริเวณเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศหรือ ADIZ ทางฟากตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันอยู่เป็นประจำเป็นมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ ตลอดจนจัดการซ้อมรบโดยพุ่งเป้ามาที่ไต้หวันโดยตรงอย่างไม่อ้อมค้อม เพื่อแสดงให้ชาวโลกตระหนักตามคำกล่าวของตนที่ว่า ไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ของจีน การแทรกแซงเรื่องไต้หวันถือเป็น “เส้นแดง” ที่จีนยอมรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกตะวันตกต่างไม่ยอมรับในคำกล่าวอ้างดังกล่าว แม้จะยังคงยึด “หลักการจีนเดียว” แต่ก็ไม่ยอมให้ทำตามอำเภอใจโดยไม่ถามความต้องการของชาวไต้หวัน 23 ล้านคน ส่วนรัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของท่านประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะต้องปกป้องไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตยสุดความสามารถ สั่งซื้ออาวุธไว้รับมือภัยคุกคามจากจีนหลายแสนล้าน ประธานาธิบดีโจไบเดน แห่งสหรัฐฯ ก็ย้ำเสมอมาว่า สัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันแข็งแกร่งดุจหินผา

        ตั้งแต่ มิ.ย. ถึง ต้น ก.ย. ที่ผ่านมา หลายประเทศต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน อาทิ 24 มิ.ย. สมาชิกรัฐสภาฝรั่งเศส 181 ท่าน ได้ร่วมกันลงนามในแถลงการณ์ร่วม “สนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมองค์กรระหว่างประเทศและการเจรจาพหุภาคี” ต่อมาวันที่ 15 ก.ค. คณะกรรมาธิการต่างประเทศ รัฐสภา สหรัฐฯ ได้มีมติอนุมัติกฎหมาย EAGLE Act  เรียกร้องให้ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ขยายความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจและกาค้ากับไต้หวัน ให้ความช่วยเหลือเปลี่ยนชื่อสำนักงานประจำสหรัฐฯ ของไต้หวัน สนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมองค์กรระหว่างประเทศอย่างมีความหมาย และการยอมรับจีนของสหประชาชาติไม่รวมถึงไต้หวัน  วันที่ 25 ส.ค. ฟอร์โมซาคลับ ในยุโรป ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกสำคัญของอียู 26 ประเทศ รัฐสภายุโรป และแคนาดา ร่วมกันทำหนังสือถึงผู้นำอียูและนาโต้ สนับสนุนการขยายความสัมพันธ์ระหว่างลิทัวเนียกับไต้หวัน รวมทั้งเรียกร้องให้อียูสนับสนุนท่าทีของลิทัวเนีย สองวันต่อมาคือวันที่ 27 ส.ค. 14 ประธานกรรมาธิการต่างประเทศ จากรัฐสภายุโรป สหรัฐฯ และอังกฤษ ร่วมกันแสดงจุดยืนสนับสนุนการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในเชิงลึกระหว่างไต้หวันกับลิทัวเนีย และประนามจีนอย่างรุนแรงที่กดดันลิทัวเนียในเรื่องนี้ และเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการต่างประเทศ รัฐสภายุโรป ผ่านกฎหมายเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานอียูประจำไต้หวันจากเดิม European Economic and Trade Office in Taipei เป็น EU Office in Taiwan

 

๓. ไต้หวันทำไมต้องเพิ่มงบประมาณกลาโหม? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย

      พรรคฝ่ายค้านนำโดยนายเจียงฉี่เฉิน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง ได้แสดงความสงสัยต่อรายงานกลาโหมของกระทรวงกลาโหมไต้หวันโดยระบุแต่เพียงว่าจะเพิ่มงบประมาณกลาโหม โดยไม่ได้ระบุถึงเหตุผลอย่างเป็นรูปธรรม นายโจวเจียงเจี๋ย โฆษกพรรค DPP ได้ตอบโต้ว่า เหตุการณ์จีนส่งเครื่องบินรบก่อกวนยั่วยุบ่อยครั้งและถี่มากขึ้น เป็นเหตุผลอย่างเป็นรูปธรรมในการเพิ่มงบประมาณกลาโหม ไต้หวันจำเป็นต้องเสริมศักยภาพในการปกป้องประเทศชาติ เขาระบุว่า น่าเสียดายที่พรรคก๊กมินตั๋งทำเป็นท้องไม่รู้ร้อนต่อการที่จีนกดดันไต้หวัน และส่งเครื่องบินรบก่อกวนยั่วยุไต้หวัน จึงขอเรียกร้องให้พรรคก๊กมินตั๋งยืนอยู่บนจุดยืนปกป้องไต้หวัน ร่วมกันปกป้องกไต้หวัน

      รายงานประเมินกำลังทหารของจีนโดยกระทรวงกลาโหมไต้หวัน ทำให้นายเจียงฉี่เฉิน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งแสดงความสงสัยว่า รายงานมีเนื้อหาเดิม ๆ ไม่ได้แตกต่างอะไรมากมายนัก รวมไปถึงโอกาสที่จีนจะใช้กำลังทหารต่อไต้หวัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ ต่างกันเล็กน้อยตรงที่การจัดลำดับก่อนหลัง เท่านั้น แต่ประเด็นอยู่ที่สมรรถนะของกองทัพมากกว่า นายเจียงฉี่เฉินระบุว่า หลายปีที่ผ่านมาภายใต้การปกครองของพรรค DPP งบประมาณกลาโหมเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ก็มองไม่เห็นเหตุผลอย่างเป็นรูปธรรมของการเพิ่มงบประมาณ

      ทางด้านนายโจวเจียงเจี๋ย โฆษกพรรค DPP ได้ตอบโต้ว่า “อย่างตอนเช้าวันนี้ก็มีเครื่องบินทหารจีนรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศฝั่งตะวันตกเฉียงใต้อีก 2 ครั้ง นี่ก็เป็นเหตุผลอย่างเป็นรูปธรรม เครื่องบินจีนก่อกวนไต้หวัน ไม่เพียงแต่เป็นการยั่วยุและคุกคามต่อความปลอดภัยแห่งชาติของไต้หวันเท่านั้น กองทัพต้องสกัดการก่อกวนของเครื่องบินก่อกวนไต้หวัน จึงต้องบินขึ้นสกัดและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด”

      เขาย้ำว่า น่าเสียดายที่พรรคก๊กมินตั๋งทำเป็นหูไปนา เอาตาไปไร่ ต่อการที่จีนกดดัน กดฐานะไต้หวัน และส่งเครื่องบินทหารก่อกวนไต้หวัน เขาเห็นว่า ไต้หวันอาจจะมีความเห็นต่อนโยบายภายในแตกต่างกันได้ แต่ต่อภายนอกควรสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จึงขอเรียกร้องให้พรรคก๊กมินตั๋งยืนอยู่บนจุดยืนของไต้หวัน ร่วมกันปกป้องไต้หวัน

เครื่องบินทหารจีนก่อกวนเขต ADIZ  ไต้หวันอยู่เป็นเนือง

๔. จีนชอบกินเต้าหู้ไต้หวัน? อ่านแล้วคงงง ไปติดตามกันดีกว่า ว่าเกี่ยวกับการเมืองอย่างไร?

      คำว่า 吃豆腐 แปลเป็นไทยตรง ๆ ก็คือ “กินเต้าหู้” การกินเต้าหู้เกี่ยวอะไรกับการเมืองละครับ ต้องขอเรียนให้ทราบว่า คำว่า ชือโต้วฟู่ หรือ กินเต้าหู้ คำนี้ เป็นคำเปรียบเทียบที่ชาวไต้หวันนิยมใช้กันในกรณีของการ “แต๊ะอั๋ง” หรือการพุดเพื่อดูถูกหรือเอาเปรียบฝ่ายตรงข้าม และก็มักนำใช้ในแง่การเมืองเช่นเดียวกัน อย่างเหตุเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ไต้หวันได้รับวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรกจำนวน 9.3 แสนโดส ส่งตรงจากเยอรมนี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมมือกันของภาคเอกชน 3 แห่ง ได้แก่ฟอกซ์คอน์น ซีเอสเอ็มซี และมูลนิธิพุทธฉือจี้ ที่ร่วมกันสั่งซื้อเพื่อบริจาคให้แก่รัฐบาลนำไปฉีดให้แก่ประชาชน รวมทั้งสิ้น 15 ล้านโดส แล้วมันเกี่ยวกับ “กินเต้าหู้” ยังไง ก็ต้องอ่านต่อด้านล่างครับ

วัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรกเตรียมส่งมาไต้หวัน

      เนื่องจากไฟเซอร์ เยอรมนีมอบสิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้แก่บริษัทซู่ซิง ในเซี่ยงไฮ้ของจีน โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายในจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน ด้วย ดังนั้น การขอซื้อไฟเซอร์ของไต้หวันจึงเกิดอุปสรรคขึ้นเมื่อต้องไปผ่านบริษัทเอกชนจีน ที่ต้องฟังคำสั่งจากทางการอย่างเคร่งครัด จนเรื่องราวยืดเยื้อหลายเดือน กระทั่ง ภาคเอกชนทั้ง  3 แห่ง ขอให้รัฐบาลมอบอำนาจในการเจรจาจัดซื้อให้แก่พวกตนเพื่อขอซื้อโดยตรงจากบริษัทแม่ในเยอรมนี จนประสบความสำเร็จด้วยเงื่อนไขมาตรฐาน 3 ประการ ได้แก่ ผลิต หีบห่อ และจัดส่งตรงจากโรงงานของประเทศผู้ผลิตไม่ผ่านประเทศที่ 3 ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามเงื่อนไข แต่มาหักมุมตอนที่จะขึ้นเครื่องนี่แหละครับ เนื่องจาก มีบริษัทเซี่ยงไฮ้เป็นตัวแทนจำหน่าย เพราะฉะนั้น สินค้าเหล่านี้ต้องคลุมด้วยผ้าที่มีข้อความว่าเป็นสินค้าของบริษัทใด และเป็นตัวอักษรจีนแบบย่อของจีนด้วย ซึ่งฝ่ายไต้หวันก็ไม่ติดใจอะไร เพราะชีวิตคน และคุณภาพของวัควัคซีนสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด จึงยอมให้ขนส่งมายังไต้หวัน เมื่อมาถึงไต้หวันจึงมีการปลดแผ่นผ้านั้นออก เพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์ที่ไม่ปรารถนาเกิดขึ้น แต่ในส่วนของจีน ได้อาศัยสื่อทางการคือสำนักข่าวซินหัว รายงานข่าวว่า จีนส่งไฟเซอร์ให้ไต้หวันแล้ว และจะส่งล็อตต่อไปในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า อีก 9 แสนโดส เพื่อสร้างภาพว่าจีนเป็นฝ่ายช่วยให้ไต้หวันได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ลบภาพลักษณ์ที่ถูกกล่าวหา “เตะสกัด” ความพยายามในการจัดหาวัคซีนคุณภาพของไต้หวัน จึงสามารถเปรียบกับคำกล่าวที่ว่า “กินเต้าหู้” ชือโต้วฟู่ ไต้หวัน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็น “โช่วโต้วฟู่” คือเต้าหู้เหม็น หรืเปล่า ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ ไต้หวันได้รับวัคซีนมาแล้วเกินกว่า 10 ล้านโดส จึงเร่งฉีดเข็มแรกให้ครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 60% เพื่อเปิดประเทศ ส่วนเข็มสองแม้จะมีอัตราการฉีดเพียง 5% เท่านั้น แต่ไต้หวันก็กำลังเร่งพยายามฉีดเข็มสองในกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ด้วย

วัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรกเมื่อถึงสนามบินนานาชาติเถาหยวน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง