:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันก้าวสู่ 1 ใน 25 สตรีผู้ทรงอิทธิพลทีสุดของโลก 2021

  • 06 December, 2021
กระแสประชาธิปไตย
ปธน. ไช่อิงเหวิน ขอบคุณชาวไต้หวันที่ร่วมแรงร่วมใจจนทำให้ตนได้รับเลือกเป็น 1 ใน 25 สตรีที่มีอิทธิพลที่สุดของโลก
กระแสประชาธิปไตย
Wendy Sherman (ขวา) รมช. กต. สหรัฐฯ Stefano Sannino (ซ้าย) เลขาธิการกิจการต่างประเทศ อียู
กระแสประชาธิปไตย
ชิวกั๋วเจิ้ง รมว. กลาโหม ไต้ห้วัน
กระแสประชาธิปไตย
Wendy Sherman (ขวา) รมช. กต. สหรัฐฯ Stefano Sannino (ซ้าย) เลขาธิการกิจการต่างประเทศ อียู
กระแสประชาธิปไตย
Salvador Nasralla (ที่ 3 จากซ้าย) ว่าที่รองประธานาธิบดีฮอนดูรัส

๑.รัฐบาลใหม่ฮอนดูรัสย้ำหากสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ดี ก็ไม่จำเป็นต้องสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน 

      หลังจากที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฮอนดูรัส ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กับไต้หวัน เป็นที่แน่ชัดว่า Xiomara Castro ผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น และมีแนวโน้มว่าจะยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน แล้วหันไปสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแทน ตามที่เคยประกาศไว้ แต่ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรสำคัญของไต้หวันได้พยายามโน้มน้าวทำความเข้าใจกับว่าที่ผู้นำคนใหม่ของฮอนดูรัสถึงความสำคัญของการดำรงรักษาความสัมพันธ์กับไต้หวัน สร้างแรงกดดันให้แก่ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของฮอนดูรัสไม่น้อย กระทั่งเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา Salvador Nasralla พันธมิตรสำคัญของว่าที่ผู้นำฮอนดูรัสได้ระบุว่า หากความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสกับสหรัฐฯ อยู่ในระดับดีแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องสถาปนาความสัมพันธ์กับจีน

      ทั้งนี้ เป็นรายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า Salvador Nasralla เคยลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฮอนดูรัสเมื่อปี 2017 แต่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ส่วนในคราวนี้ คาดว่าจะเป็น 1 ใน 3 รองประธานาธิบดีของ Xiomara Castro

      เขาได้บอกว่าสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ฮอนดูรัสไมม่มีความสัมพันธ์กับจีน แต่ความสัมพันธ์กับไต้หวันจะดำเนินต่อไป พร้อมกับย้ำว่า พันธมิตรทางการค้า พันธมิตรที่ใกล้ชิดสนิทสนมและพันธมิตรในประวัติศาสตร์ของฮอนดูรัสก็คือสหรัฐฯ และไม่ต้องการที่จะเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐฯ สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางการค้าที่สำคัญที่สุดของฮอนดูรัส

      ส่วนประเด็นที่ว่าเมื่อไหร่จะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน Salvador Nasralla ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ขอแต่เพียงให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสหรัฐฯ ดีก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน”

Salvador Nasralla (ที่ 3 จากซ้าย) ว่าที่รองประธานาธิบดีฮอนดูรัส 

๒. ความมั่นคงแห่งชาติสำคัญที่สุด ส่วน รมว. กลาโหมย้ำวางกรอบกฎหมายการจัดซื้ออาวุธให้รอบคอบ

     หลังจากที่สภานิติบัญญัติไต้หวันได้พิจารณาอนุมัติร่างงบประมาณพิเศษเสริมแสนยานุภาพทางอากาศและทางทะเล ของกองทัพไต้หวันมูลค่า 2.4 แสนล้านเหรียญไต้หวันเมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ผ่านมา ถูกพรรคฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักว่า เป็นงบประมาณที่ไม่เคารพต่อต่อระเบียบวินัยทางการเงินการคลัง โดยเฉพาะอย่าง สส. ของพรรคก๊กมินตั๋ง อย่างนางเฉินอวี้เจิน เลขาวิปพรรคก๊กมินตั๋งก็โจมตีว่า “ไม่ควรแอบอ้างการต่อต้านจีนเพื่อปกป้องไต้หวันมาเที่ยวโจมตีอีกฝ่ายที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับตน ”

      นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ได้ตอบโต้กรณีดังกล่าวว่า ความมั่นคงแห่งชาติสำคัญที่สุด การเสริมกำลังรบให้เข้มแข็งทุกอย่างเพื่อรับมือกับการรุกรานจากจีนมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง และย้ำว่า ตั้งแต่ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำไต้หวันเป็นต้นมาได้ผลักดันแผนการพัฒนาต่าง ๆ มากมาย ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงด้านกลาโหมหรือซื้ออาวุธเพียงอย่างเดียว

นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

      ทางด้านนายชิวกั๋วเจิ้ง รัฐมนตรีกลาโหม ไต้หวัน ก็ได้ตอบข้อซักถามของ ส.ส. ในสภาฯ ว่า เขาได้ให้ความสนใจกับประเด็นระเบียบวินัยทางการคลังเป็นพิเศษเหมือนกัน ซึ่งกระทรวงกลาโหมกำลังพิจารณาวางระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อของกระทรวงเองอยู่ รวมทั้งได้ขอให้คณะกรรมการโครงการสาธารณูปโภค และหน่วยงานตรวจสอบ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาด้วย และย้ำว่า กระทรวงกลาโหมก็เห็นด้วยที่จะรายงานความคืบหน้าในการจัดซื้อโดยงบประมาณพิเศษดังกล่าวในเดือน พ.ค. ของทุกปี

นายชิวกั๋วเจิ้ง รัฐมนตรีกลาโหม ไต้หวัน ทหารอาชีพ ประสบการณ์โชกโชน (ขอบคุณภาพจาก storm.mg) 

๓.ไฟแนนเชียลไทม์สเลือก ปธน. ไช่ฯ เป็น 1 ใน 25 สตรีที่มีอิทธิพลที่สุดของโลกประจำปีนี้ 

     นิตยสารไฟแนนเชียลไทม์สของอังกฤษได้คัดเลือก 25 สตรีทั่วโลกเป็นสตรีที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2021 โดยเลือกประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ของไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เป็น 1 ใน 25 สตรีที่มีอิทธิพลที่สุดของปีนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ประธานาธิบดีไช่ฯ ยืนหยัดเผชิญหน้าความท้าทายเพื่อปกป้องประชาธิปไตยอย่างไม่ย่อท้อ นำพาระบอบประชาธิปไตยของไต้หวันก้าวผ่านการท้าทายของระบอบเผด็จการด้วยความอดทนและความเยือกเย็นสุขุม จนนำไต้หวันให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ มาได้โดยราบรื่น

      ในบรรดา 25 สตรีที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกปีนี้ ยังประกอบไปด้วย นาง Nancy Pelosi ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ จ้าวถิง ผู้กำกับหญิงชื่อดังชาวจีน และโจวถิง อดีตโฆษกกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฮ่องกง

      ในบทแนะนำผู้นำไต้หวันยังระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่สหรัฐฯ รับมือได้อย่างเชื่องช้า และการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ทำให้จีนมีความมั่นใจต่อตัวเองมากขึ้น และเนื่องจากไต้หวันเป็นจุดศูนย์กลางของการช่วงชิงอำนาจในตะวันออกกลาง ปักกิ่งได้แสดงแสนยานุภาพทางทหารด้วยความมั่นใจ ทำให้ทั้งผู้นำการเมืองและผู้นำธุรกิจทั่วโลกต้องหันมาทบทวนตัวเองเมื่อปักกิ่งแสดงความไม่พอใจ ในขณะที่ประธานาธิบดีไช่ฯ ไม่เคยยอมก้มหัวให้กับการข่มขู่ใด ๆ แสดงจุดยืนอย่างเด่นชัดด้วยภาวะความเป็นผู้นำของตน แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมหาศาลของทัศนะแห่งคุณค่าระหว่างไต้หวัน กับประเทศยักษ์ใหญ่ ภาวะผู้นำของประธานาธิบดีไช่ฯ เป็นแบบอย่างให้แก่ผู้คนว่า ต้องเคารพผลประโยชน์ของจีนอย่างไรจึงจะไม่เป็นการขายผลประโยชน์ของตนเองไปพร้อม ๆ กันด้วย

ปธน. ไช่ฯ ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 25 สตรีที่มีอิทธิพลที่สุดของโลกประจำปีนี้จากไฟแนนเชียลไทม์ส 

๔. สหรัฐฯ - อียู แสดงความวิตกการเคลื่อนไหวทางทหารในช่องแคบไต้หวันของจีน

      เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. สหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป (EU) เปิดการหารือประเด็นทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออก และสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวัน โดยแสดงความวิตกกังวลอย่างแรงกล้าต่อปฏิบัติการทางทหารของกองทัพจีนในบริเวณดังกล่าว พร้อมย้ำว่าทั้งสองจะติดตามและประสานงานเพื่อแก้ปัญหากับปักกิ่งในประเด็น “การแข่งขันและการเผชิญหน้าทั้งระบบ”

      แถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ลงนามโดย Wendy Sherman รมช. กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ กับ Stefano Sannino เลขาธิการกิจการต่างประเทศของอียู หลังการหารือดังกล่าว

      การหารือร่วมประเด็นจีนครั้งที่ 2 (US-EU Dialogue on China) จัดให้มีขึ้นที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ทั้งนี้ สหรัฐฯ กับอียูได้รื้อฟื้นการหารือประเด็นจีนอีกครั้งเมื่อ มี.ค. ที่ผ่านมา และจัดให้มีขึ้นครั้งแรกในเดือน พ.ค. ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

      แถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ย้ำว่า การเติบใหญ่ทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายอันเนื่องจากการลงทุนของสหรัฐฯ และอียู รวมทั้งหากเป็นไปได้ก็มีความร่วมมือกับจีน รวมทั้งจัดการด้วยความรับผิดชอบต่อการแข่งขันและการเผชิญหน้ากันทั้งระบบกับจีน โดยให้ความสำคัญต่อการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกัน

      นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วมยังระบุว่า สหรัฐฯ กับอียู ได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของจีน ซึ่งรวมถึงการปราบปรามกดดันชนกลุ่มน้อยในซินเกียงและทิเบต ตลอดจนการตัดทอนการปกครองตนเองของฮ่องกง ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการสนับสนุนข่าวปลอมที่จีนให้การสนับสนุน

Wendy Sherman (ขวา) รมช. กต. สหรัฐฯ Stefano Sannino (ซ้าย) เลขาธิการกิจการต่างประเทศ อียู

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง