RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ เอดีบี คาดเศรษฐกิจไต้หวันปีนี้โต 4.6%

  • 06 May, 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB)
ชีพจรเศรษฐกิจ
บรรยากาศเศรษฐกิจไต้หวันพุ่งกระฉูด ร้อนระอุไปจนถึงไตรมาส 2 ของปี
ชีพจรเศรษฐกิจ
ประกันหมูในไต้หวัน ป้องกันหมูตายไร้สาเหตุเข้าสู่ท้องตลาด ผู้บริโภคอุ่นใจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
เนื้อหมูที่ขายตามท้องตลาดในไต้หวันมีหลักประกันมากขึ้นว่าไม่ใช่เนื้อหมูที่เป็นโรค เพราะมีประกันหมู
ชีพจรเศรษฐกิจ
สำนักบัญชีกลางไต้หวันคาดไตรมาสแรกปีนี้ จีดีพี ไต้หวัน โต 8.16%

๑. เอดีบี ปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์ GDP ปีนี้ของไต้หวันเป็น 4.6%

           ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ADB ได้ประกาศตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ จีดีพี ปีนี้ ของประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย โดยในส่วนของไต้หวันได้ปรับเพิ่มจากการคาดการณ์เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ที่ 3.3% เป็น 4.6% ปรับเพิ่มขึ้นถึง 1.3% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 3%

            รายงานดังกล่าวของเอดีบีระบุว่า การระบาดของโควิด 19 เศรษฐกิจไต้หวันมีความเข้มแข็งยิ่ง จีดีพี ปีที่แล้ว มีการขยายตัวเนื่องจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ราคาสินค้าในประเทศก็ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย จนทำให้บัญชีดุลเดินสะพัดได้เปรียบดุลจำนวนมหาศาลเพราะการส่งออกขยายตัวไปเป็นอย่างมาก

             รายงานดังกล่าว ระบุว่า ไต้หวันสามารถควบคุมการระบาดของโควิดอย่างได้ผล จึงคาดว่าเศรษฐกิจไต้หวันปีหน้าจะมีการขยายตัวต่อไปอย่างรวดเร็ว ภาวะเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น บัญชีเดินสะพัดก็หดตัวลงจากการนำเข้าที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี เอดีบี ระบุว่า ไต้หวันต้องดำเนินการปกป้องฐานะความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีระดับสูงของตน

             ส่วนสภาพของประเทศในภูมิภาคนี้ รายงานนี้ระบุว่าจีน จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 8.1% จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 7.7% ฮ่องกงลดลงจาก 5.1% เหลือ 4.6% เกาหลี ขยับจาก 3.3% เป็น 3.5% สิงคโปร์ก็ขยับขึ้นจาก 5.1% เป็น 6%

              Yolanda Fernandez Lommen ผู้แทน เอดีบี ประจำประเทศจีน ระบุว่า ท่ามกลางการส่งออกที่เป็นไปอย่างคึกคัก การมีงานทำก็ดีขึ้น การบริโภคของภาคเอกชนค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวต่อไปอย่างเข้มแข็ง  

              ทั้งนี้ เอดีบี ได้แสดงความห่วงใยต่อประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงค่อนข้างสูง ที่อาจจะได้วัคซีนค่อนข้างช้า หรือเกิดการระบาดอีกระลอกครั้งใหญ่ จนส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้

               นอกจากนี้ รายงานนี้ยังระบุว่า ภายใต้การระบาดของโควิด19 ทำให้หน่วยเศรษฐกิจต่าง ๆ ต้องหันมาใช้การเรียนการสอนในระบบทางไกล ในขณะที่นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ตใช้กัน หากการศึกษาขาดตอนไป ก็อาจทำให้การศึกษาวิชาความรู้ เทคโนโลยี ตลอดจนประสิทธิภาพในการทำงานและรายได้ในอนาคตของตน

             ส่วนนักเรียนในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย การหยุดเรียนอาจส่งผลให้รายได้ของพวกเขาหดหายไปถึง 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นประมาณ 5.4% ของ จีดีพี ในภูมิภาคเมื่อปีที่แล้ว

บรรยากาศเศรษฐกิจไต้หวันพุ่งไม่หยุด 

๒. ไต้หวันสร้างหลักประกันให้ผู้บริโภคไม่ต้องเสี่ยงกินหมูที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ

           ที่ผ่านมา ผู้คนมักวิตกกังวลว่าอาจต้องเสี่ยงกับการับประทานเนื้อหมูที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่หลังจากที่ไต้หวันเกิดการระบาดของโรคปากกีบเปื่อย และรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดจากการนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามีน ซึ่งคณะกรรมการกิจการเกษตร ไต้หวัน เห็นว่า ควรที่จะเสริมมาตรการความปลอดภัยและคุณภาพของเนื้อหมูตามท้องตลาด นายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตร ไต้หวัน ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้เริ่มแผนการทำประกันชีวิตให้แก่หมูเป็นที่เลี้ยงตามฟาร์มทั้งหมด

            นับตั้งแต่หมูคลอดออกมา เลี้ยงจนโตเข้าโรงชำแหละ อาจจะเกิดเหตุที่ดูแลได้ไม่ดีพอ หรือเกิดโรคระบาดบางอย่างขึ้น หรือการขนส่งที่เร่งรีบจนทำให้หมูตายได้ ซึ่งเรียกว่า ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ และเนื่องจากหมูเป็นสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ ตัวใหญ่ ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงจัดการได้ไม่ดีพอ ก็อาจถูกลักลอบส่งไปจำหน่ายในท้องตลาด สร้างความเสี่ยงให้แก่ผู้บริโภค ที่จะได้บริโภคเนื้อหมูที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่อนามัยเพียงพอ

             ในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการการเกษตรไต้หวัน ได้พยายามให้คำแนะนำเกษตรกรให้ทำประกันให้แก่หมูที่ตนเลี้ยง เพื่อกระจายความเสี่ยงและป้องกันการนำหมูที่ตายอย่างไม่รู้สาเหตุไปจหน่ายในท้องตลาด แต่เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นไปในลักษณะของความสมัครใจ ทำให้การดำเนินการได้ผลดีไม่เท่าที่ควร จนเมื่อ 27 พ.ค. ปีที่แล้ว ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการประกันเกษตร ซึ่งเป็นการประกันผลิตผลด้านปศุสัตว์เป็นการเฉพาะ ทำให้คณะกรรมการการเกษตรไต้หวันมีอำนาจบังคับให้หมูเลี้ยงทุกตัวเข้าสุ่ระบบประกันตั้งแต่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป

              นายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตรไต้หวันระบุว่า “เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่เคยขึ้นทะเบียนไว้ก็มีสิทธิเข้าร่วมการประกันในระบบใหม่นี้ ถึงแม้ว่าฟาร์มเลี้ยงหมูคุณจะเช่ามา ก็เข้าร่วมการประกันได้ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มของตัวเองหรือเช่ามา หมูทุกตัวก็มีสิทธิเข้าร่วมการประกันนี้ได้”

              ส่วนทางด้านเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูมีความรู้สึกว่า “การเลี้ยงหมูที่ถูกผู้คนรังเกียจมากที่สุดก็คือมีหมูตายเข้าสู่ท้องตลาด ในส่วนของฟาร์มของเราเข้าร่วมการประกันหมูก่อนใครเพื่อน ก็รู้สึกว่า เมื่อมีหลักประกันได้รับเงินสินไหมตอนที่หมูตายอย่างไร้สาเหตุ ก็จะสามารถทำให้หมูตายถูกควบคุมไม่เข้าสู่ท้องตลาดได้ แต่จะถูกนำไปทำลาย เพราะฉะนั้นการประกันหมูจึงมีประโยชน์ต่อพวกเราจริง ๆ”

               สำหรับเบี้ยประกันตกตัวละประมาณ 32 เหรียญไต้หวัน คณะกรรมการกิจการเกษตรจะให้เงินอุดหนุน 50-80% แต่สำหรับฟาร์มเลี้ยงหมูที่เลี้ยงต่ำกว่า 500 ตัว คณะกรรมการการเกษตรจะรับผิดชอบเบี้ยประกันทั้งหมด ส่วนค่าสินไหมทดแทน หมูที่มีน้ำหนัก 50 กก. ขึ้นไป เดิมจะได้รับเงินสินไหมตัวละ 1200 เหรียญไต้หวัน ส่วนหมูที่มีน้ำหนักระหว่าง 40-50 กก. ตัวละ 600 เหรียญไต้หวัน ปรับเพิ่มเป็นตัวละ 1800 และ 750 เหรียญไต้หวัน ตามลำดับ

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง