:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ ไต้หวันดันแผนอุดหนุนผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

  • 11 November, 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
ปธน. ไช่อิงเหวิน (ขวา) แถลงแต่งตั้ง ดร. มอริส จาง เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปคปีนี้

๑. ผู้นำไต้หวันแต่งตั้งมอริส จาง ผู้ก่อตั้ง TSMC เป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันร่วมประชุมผู้นำเอเปคปีนี้

          ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันได้เปิดแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่งตั้งนายจางจงโหมว หรือ มอริส จาง ผู้ก่อตั้งบริษัท TSMC ยักษ์ใหญ่เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ของไต้หวัน เป็นตัวแทนอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 ของประธานาธิบดีไช่ฯ  เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 28 และเป็นครั้งที่ 4 ในฐานะตัวแทนผู้นำไต้หวัน เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยครั้งแรก นายจางฯ เป็นตัวแทนของอดีตประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน อดีตผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุมเอเปคในปี 2549 

 

ปธน. ไช่อิงเหวิน แถลงแต่งตั้ง มอริส จาง ผู้ก่อตั้ง TSMC เป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจ APEC

         ดร. จางจงโหมว (張忠謀) หรือมอริส จาง ผู้ก่อตั้งบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) เป็นบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติไต้หวัน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 28 ในระบบออนไลน์ โดยมีนิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพ ในคืนวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564  ซึ่งประธานาธิบดีไช่ฯ ได้แสดงความคาดหวังว่า ประเทศสมาชิกเอเปคจะให้การสนับสนุนไต้หวันเข้าเป็นสมาชิกCPTPP จะมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม

    ผู้นำไต้หวัน ระบุว่า ไต้หวันได้ยื่นขอเข้าเป็นสมาชิก CPTPP อย่างเป็นทางการ เมื่อ ก.ย. ที่ผ่านมา หากไต้หวันได้เข้าเป็นสมาชิก CPTPP จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมต่อภาคอุตสาหกรรมระหว่างสมาชิก เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค ดังนั้น ดร.จางฯ จึงจะใช้โอกาสในการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งนี้ แสวงหาความสนับสนุนจากชาติสมาชิกเอเปคในการผลักดันให้ไต้หวันได้เข้าเป็นสมาชิกของ CPTPP

๒. รัฐบาลยื่นมือช่วยเหลือเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเดือนละ 1000 นาน 6 เดือน

      เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีไต้หวันมีมติเห็นชอบแผนการบรรเทาผลกระทบต่อนายจ้างที่ได้รับจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาล โดยกำหนดมาตรฐานบริษัทเอกชนที่ได้จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลว่า จะต้องเป็นบริษัทห้างร้านที่มีผลประกบอการในช่วงเดือน ก.ย. และ ต.ค.ที่ผ่านมา ลดลง 20% ขึ้นไปจากปีก่อน จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 1000 เหรียญไต้หวัน สำหรับลูกจ้างรายเดือน ส่วนลูกจ้างรายชั่วโมงจะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 560 เหรียญไต้หวัน นาน 6 เดือน คาดต้องใช้งบประมาณรวม 3.5 พันล้านเหรียญไต้หวัน

      กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ 1 ม.ค. ปีหน้าเป็นต้นไป จากเดิมเดือนละ 24000 เหรียญไต้หวัน เป็น 25250 เหรียญไต้หวัน/เดือน สำหรับลูกจ้างรายเดือน ส่วนลูกจ้างรายชั่วโมงปรับเพิ่มจาก 160 เป็น 168 เหรียญไต้หวัน/ชม. คิดเป็นปรับขึ้นร้อยละ 5.21

      อย่างไรก็ดี เนื่องจากในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ภาคการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือร้านอาหาร ภัตตาคารได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง กระทรวงเศรษฐการ กระทรวงแรงงาน ได้ปรึกษาหารือกับกลุ่มองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง วางแผนมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการเหล่านี้ ทั้งภาคการเกษตร และภาคบริการ ตลอดจนกิจการได้รับผลกระทบต่อเนื่องด้วยอาทิ โรงงานเชิงท่องเที่ยว อุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป โดยจะให้เงินช่วยเหลือดังกล่าวข้างต้น

      แผนการดังกล่าว ครอบคลุมบริษัทห้างร้านที่ทำประกันภัยแรงงานให้แก่ลูกจ้างของตน ตั้งแต่มกราคม-มิถุนายน ปีหน้า สำหรับลูกจ้างที่ทำประกันภัยแรงงานฐานเงินเดือน 24000-25250 จะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 1000 เหรียญไต้หวัน/เดือน ฐานเงินเดือนประกันภัยแรงงานต่ำกว่า 23100 เหรียญไต้หวัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 560 เหรียญไต้หวัน

      นอกจากนี้ กิจการที่จะได้รับเงินช่วยเหลือจะต้องเป็นกิจการที่มีผลประกอบการลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

      กระทรวงเศรษฐการไต้หวันเปิดเผยว่า งบประมาณที่จะใช้ในการนี้จะมาจากกองทุนรักษาความมั่นคงในการมีงานทำของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 3500 ล้านเหรียญไต้หวัน เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยลงทะเบียนในระบบออนไลน์เท่านั้น ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับเงินช่วยเหลือทุก 2 เดือน

 

๓. ไต้หวันเร่งสกัดปั่นราคาบ้าน รมว.คลัง รับปากเสนอแผนภายใน 3 เดือน

      เพื่อสกัดการปั่นราคาอสังหาริมทรัพย์ในไต้หวัน ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้ใช้มาตรการต่าง ๆ ไม่น้อย แต่ก็ยังได้ผลจำกัด สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการคลัง สภานิติบัญญัติได้พิจารณาร่างแก้ไขกฎหมายภาษีโรงเรือน โดยมีการพิจารณาว่าจะมีการปรับเพิ่มภาษีโรงเรือนสำหรับผู้ที่มีบ้านจำนวนหลายหลัง โดยนายซูเจี้ยนหยง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไต้หวันได้รับปากว่า จะนำเสนอรายงานประเมินการแก้ไขกฎหมายใน 3 เดือน รวมทั้งพิจารณาขึ้นภาษีโรงเรือนจากปัจจุบันที่สูงสุดอยู่ที่ 3.6% ให้สูงขึ้น

      ภาษีโรงเรือนในไต้หวันแบ่งเป็น ภาษีโรงเรือนที่ไม่ใช่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเอง อัตราภาษีอยู่ที่ 1.5-3.6% โดยแบ่งเป็นภาษีแบบก้าวหน้า ซึ่งความจริงแล้ว ผู้ที่กักตุนบ้านหรือซื้อบ้านเก็บไว้เก็งกำไรเป็นจำนวนมากเท่าไรก็ควรเสียภาษีมากขึ้น แต่ในปัจจุบันใช้เฉพาะในกรุงไทเป เหลียนเจียง อี๋หลาน เถาหยวน และซินจู๋เท่านั้น ที่ใช้อัตราภาษีสูงกว่า 1.5% ซึ่งนายซูเจี้ยนหยง ระบุว่า อัตราภาษีโรงเรือนในปัจจุบันเป็นระบบภาษีที่ใช้กับการกักตุนบ้านอยู่แล้ว แต่ส่วนท้องถิ่นมิได้ปฏิบัติ การปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่น่าจะมีความหมายอะไรมากมายนัก

      นายซูฯ ระบุว่า ภาษีโรงเรือนเป็นภาษีท้องถิ่น ดังนั้น จึงต้องพิจารณาร่วมกับส่วนท้องถิ่นในเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นปัญหารายได้ของส่วนท้องถิ่นโดยตรง ที่ผ่านมาก็เคยประชุมร่วมกับส่วนท้องถิ่นหลายครั้งแล้ว อย่างไถหนาน กับเกาสง ทั้งสองแห่งมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นภาษีโรงเรือน โดยไถหนานเพิ่มขึ้นสุดเพดานที่ 3.6% นิวไทเปเคยปรับขึ้นเป็น 2.4% ตอนหลังปรับลดลงเหลือ 1.5% ซึ่งในส่วนของกระทรวงการคลังมีการประกาศการจัดเก็บภาษีของส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ก็เพื่อให้ส่วนท้องถิ่นมีแรงกดดันในการดำเนินการใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้า เพื่อสกัดกั้นการกักตุนบ้านเพื่อเก็งกำไร

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง