:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ ไต้หวันก้าวสู่ซัพพลายเชนแห่งความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสาร

  • 02 December, 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
ผู้นำไต้หวันลั่นเนรมิตไต้หวันสู่ซัพพลายเชนแห่งความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสาร
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
จีดีพี ไต้หวันในช่วงที่ผ่านมา

๑. ผู้นำไต้หวันลั่น เนรมิตรไต้หวันให้เป็นที่ยอมรับของสากทั้งทางด้านความปลอดภัยข้อมูลข่าวสารและห่วงโซ่อุปทาน

        เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันได้ประกาศในพิธีเปิดการประชุมประจำปี แฮกเกอร์ไต้หวัน HITCON 2021 ย้ำว่า ความปลอดภัยด้านข้อมูลข่าวสารเป็นปัญหาระดับความมั่นคงแห่งชาติ รัฐบาลจะผลักดันงานทุกด้านเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ข้อมูลข่าวสารทุกอย่าง เนรมิตรให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่ได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลกด้านความปลอดภัยข้อมูลข่าวสารและห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลกับภาคเอกชนจะจับมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อแสดงให้ชาวโลกตระหนักถึงศักยภาพอันเข้มแข็งของไต้หวันที่พร้อมจะรักษาความปลอดภัยให้แก่ข้อมูลข่าวสาร

         ผู้นำไต้หวันได้กล่าวย้ำในการกล่าวสุนทรพจน์ว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมเพื่อศึกษาและพิจารณาเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในข้อมูลข่าวสารและการป้องกันการแฮกข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน นอกจากจะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศแล้ว เป้าหมายของความร่วมมือนี้ยังประกอบไปด้วย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมหน่วยงานด้านการศึกษาและรัฐบาลจาก 8 ประเทศ ซึ่งเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การอาศัยการแบ่งปันประสบการณ์ในลักษณะเช่นนี้ จะเป็นผลดีต่อการพัฒนาด้านความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารของไต้หวัน ตลอดจนเสริมกลไกการป้องกันข้อมูลข่าวสารของพันธมิตรที่เป็นประชาธิปไตยด้วย

         ผู้นำไต้หวันย้ำว่า จะพัฒนาให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่ถูกทั่วโลกเชื่อมั่นในความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารและห่วงโซ่อุปทาน นอกจากจะสามารถปกป้องให้ข้อมูลข่าวสารแห่งชาติปลอดภัยแล้ว ยังสอดคล้องกับข้อเรียกร้องระดับโลกที่ต้องการ “ห่วงโซ่อุปทานที่บริสุทธิ์สะอาด” ขณะเดียวกันไต้หวันก็จะวางแผนพัฒนาตัวเองให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารอันโดดเด่นของโลกด้วย บ่มเพาะบุคลากรระดับแนวหน้าที่สามารถต่อกรกับศัตรูด้านความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสาร ทำให้ไต้หวันกลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี่และการอบรมบ่มเพาะด้านความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารในเอเชีย มีความสามารถในการให้ความช่วยเหลือประเทศที่มีอุดมการณ์เดียวกันสร้างกลไกแห่งการป้องกันร่วมระหว่างประเทศที่เข้มแข็ง และในตอนท้าย ผู้นำไต้หวันยังได้ย้ำว่า “ผู้กล้ามักแอบซ่อนอยู่ในภาคเอกชน” ซึ่งเชื่อว่า การจัดการประชุมเพื่อแบ่งปันประสบการณ์เช่นนี้เป็นประจำทุกปี เทคโนโลยีความปลอดภัยในข้อมูลข่าวสารของภาคเอกชนก็จะเข้มแข็งยิ่งขึ้น และหวังว่าจะเสริมกระชับความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนต่อไปอย่างต่อเนื่อง ร่วมกันผลักดันความเข้มแข็งด้านความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารให้ประจักษ์ต่อสายตาของชาวโลก

๒. ภาคเอกชนลงทุนกระฉูดดัน GDP ปีนี้พุ่งทะลุเพดาน 6.09%

         สำนักบัญชีกลางไต้หวัน ได้ประกาศผลการประมาณการณ์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันในปีนี้ระบุว่า ปีนี้ไต้หวันจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีโตประมาณ 6.09% ทุบสถิติในรอบ 11 ปี ส่วนปีหน้าจะอยู่ที่ 4.15% สำนักบัญขีกลางวิเคราะห์ว่า เหตุสำคัญก็คือการลงทุนของภาคเอกชนพุ่งกระฉูดกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก แม้ตัวเลขปีที่แล้วจะค่อนข้างสูง แต่ผลงานในปีนี้ก็ยังค่อนข้างดี  และการลงทุนเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในอนาคตด้วย ทำให้ในปีหน้า เศรษฐกิจก็จะเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง

         นายไช่หงคุน รอง ผอ. สำนักบัญชีกลาง ไต้หวันวิเคราะห์ว่า ความต้องการ 5จี อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในรถยนต์ คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ตลอดจนอินเตอร์เน็ตออฟติ้ง IoT ค่อนข้างสูงมาก ส่วนการขยายการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการกลับมาลงทุนในไต้หวันของนักลงทุนไต้หวันขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และยังมีการลงทุนในส่วนของพลังงานเขียวอีก คาดว่าไตรมาส 4 การลงทุนของภาคเอกชนจะขยายตัว  18.2% เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจากที่คาดไว้ที่ 7.8% ทำให้ตลอดทั้งปีเติบโตถึง 18.88% สูงกว่าที่ประมาณการไว้ในตอนแรกถึง 6.99% เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลข GDP ไต้หวันปีนี้พุ่งสูงขึ้นดังกล่าว

๓. โควิดดันเศรษฐกิจไร้สัมผัส 90% ยินดีใช้วิธีการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

        การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ในการใช้จ่ายซื้อข้าวซื้อของในปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้นทุกขณะ ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ ไต้หวันได้เปิดเผยผลการสำรวจล่าสุดระบุว่า มีผู้ถูกสำรวจถึง 90% บอกว่า ยินดีที่จะชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่า ในช่วงเกิดการระบาดหนักในไต้หวันเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา กระตุ้นให้ชาวไต้หวันต้องการดาวน์โหลดแอปเพื่อใช้ในการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

        ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ 1111 ได้ประกาศผลการสำรวจเกี่ยวกับความเคยชินในการบริโภคของประชาชน ระบุว่า มีอยู่ถึง 90% บอกว่า ยินดีที่จะใช้การชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ ไลน์เปย์มากที่สุด ถึง 65.5% รองลงมาได้อีซี่การ์ด แอปเปิลเปย์ เจียโค่วจือฟู่ และไต้หวันเปย์

        คุณหวงรั่วเวย โฆษกธนาคารทรัพยากรมนุษย์ 1111 วิเคราะห์ว่า สาเหตุสำคัญที่ใช้การชำระเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์เพราะไม่ต้องพกเงินสดออกจากบ้าน สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย และยังไม่ต้องเสี่ยงสัมผัสที่มีโอกาสติดเชื้อด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถบันทึกรายการซื้อเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่งยิ่งในช่วงระบาดเดือน เม.ย. ยิ่งกระตุ้นให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปชำระเงินมากขึ้นอีกด้วย

๔. ชาวไต้หวันได้เฮ! ปรับเพิ่มลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งระบบ

        กระทวงการคลังไต้หวันได้ประกาศปรับเพิ่มส่วนลดหย่อนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้สูงขึ้นในปีหน้า ทั้งหมด 6 รายการ ได้แก่ ส่วนลดหย่อน ส่วนหักยกเว้นภาษี และส่วนหักเงินเดือน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2023 คาดว่าจะทำให้ภาษีที่จัดเก็บได้ลดลงประมาณ 9.57 พันล้านเหรียญไต้หวัน

        ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนจากราคาสินค้าที่ขยับตัวสูงขึ้น กระทรวงการคลังไต้หวันจึงพิจารณาเพิ่มส่วนลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประเภทต่าง ๆ ทั้งหมด 6 รายการ ของปีภาษี 2022

           ปรับเพิ่มในส่วนของยกเว้นภาษีที่เดิมยกเว้น 8.8 หมื่นเหรียญไต้หวัน เป็น 9.2 หมื่นเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 4000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขั้นการคำนวนภาษี ร้อยละ 5 อยู่ในขั้นรายได้สุทธิ 0-5.4 แสนเหรียญไต้หวัน เป็น 0-5.6 แสน ภาษีเงินได้สูงสุด 40% จากรายได้สุทธิ 4.53 ล้าน เป็น 4.72 ล้านเหรียญไต้หวัน

          สำหรับในส่วนของหักลดหย่อนพื้นฐาน จาก 1.2 แสน เป็น 1.24 แสนเหรียญไต้หวัน ปรับเพิ่ม 4000 ส่วนหักลดหย่อนเงินเดือนและทุพพลภาพก็เพิ่มขึ้น 7000 จาก 2 แสน เป็น 2.07 แสน

          ส่วนภาษีมรดกและภาษีการให้ด้วยเสน่หา ก็ปรับเพิ่มจากเดิม 12 ล้าน เป็น 13.33 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นถึง 1.33 ล้านเหรียญไต้หวัน ในส่วนของภาษีมรดก ส่วนภาษีให้ด้วยเสน่หาก็ปรับเพิ่ม 2.4 แสน จากเดิม 2.2 ล้าน เป็น 2.44 ล้านเหรียญไต้หวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง