RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 8 มิถุนายน 2564

  • 08 June, 2021
ที่นี่ไต้หวัน
โควิดพ่นพิษ! ดอกทานตะวันราคาตกฮวบ 80%

ช่วงหน้าร้อนของไต้หวันประมาณปลายเดือนพ.ค.เป็นต้นไป ถือเป็นช่วงที่นักเรียน นิสิตนักศึกษาฉลองจบการศึกษา แต่เนื่องจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ระลอกใหม่ที่มีมาตรการยกระดับป้องกันโรคเป็นระดับ 3  งานรับปริญญา งานฉลองจบการศึกษาของนักเรียนนักศึกษา ต้องหันมาจัดทางออนไลน์ ส่งผลทำให้ยอดขายของธุรกิจร้านดอกไม้ยอดตกถึง 80% ยกตัวอย่าง เกษตรกรที่ปลูกดอกทานตะวัน เมื่อนำส่งขายตลาดค้าส่ง จำนวน 1 ช่อประมาณ 10 ดอก ได้รับเงินแค่ 15 เหรียญไต้หวัน(ราคาเท่ากับ 1.5 เหรียญไต้หวัน/1ดอก) นอกจากนี้ การส่งไปขายที่ตลาดค้าส่งยังต้องเสียค่าขนส่งด้วย และถ้าส่งไปขายแล้วขายไม่หมด ก็มีแต่ทำลายทิ้งอย่างเดียว เพราะฉะนั้นในขณะนี้ เกษตรกรผู้ปลูกดอกไม้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าขอให้ได้แค่ต้นทุนก็เพียงพอแล้ว เหยียนเหวินหลิง(顏雯玲) ผอ.กองภายใต้กรมการเกษตรและอาหารบอกว่า จากเดิมทางคณะกรรมการการเกษตรมีการให้เงินอุดหนุนดอกไม้ให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ แต่หลังจากที่โรงเรียนต้องปิดเพราะการระบาดของโควิด ทางคณะกรรมการการเกษตรได้สั่งให้รัฐบาลท้องถิ่นสำรวจสภาพการใช้ดอกไม้ ให้จัดดอกไม้ที่เหลือจากการให้นักเรียนที่เรียนทางออนไลน์ ส่งมอบให้กับหน่วยงานทหาร ตำรวจ หน่วยงานแพทย์พยาบาล หรือไม่ก็นำดอกไม้ไปจัดตามสถานที่สาธารณะที่ไม่มีคนหนาแน่นหรือมีการรวมกลุ่ม นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ผู้ประกอบการขายดอกไม้ทางออนไลน์โดยส่งตรงไปถึงบ้าน

ส่งมอบช่อดอกทานตะวันให้บัณฑิตที่จบการศึกษา แสดงถึงความโชคดีและทรงพลัง

หลังเทศกาลวันแม่ไต้หวัน(วันแม่ไต้หวันตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพ.ค.) ถือเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ดอกไม้น้อยลง ประจวบกับปีนี้มีการระบาดของโควิดระลอกใหม่ ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการดอกไม้ยิ่งแย่กว่าเดิมเหมือนผีซ้ำด้ำพลอยจริงๆ ยกตัวอย่าง ตลาดดอกไม้กรุงไทเป ปี 2019 ที่เริ่มเกิดการระบาดของโควิด 19 ราคาของดอกไม้ประมาณกลางเดือนพ.ค.เฉลี่ยช่อละ 70 เหรียญไต้หวัน แต่มาในปีนี้ ช่วงกลางเดือนพ.ค.ที่เป็นช่วงเวลาเดียวกัน ดอกไม้ช่อละ 56.6 เหรียญไต้หวัน แต่เมื่อถึงช่วงปลายเดือนพ.ค. เหลือแค่ช่อละ 50 เหรียญไต้หวันเท่านั้น หงจื่อเจี๋ย(洪子傑) รองหัวหน้าฝ่ายวางแผนตลาดดอกไม้ไทเปกล่าวว่า หลังจากที่มีการยกระดับการป้องกันการระบาดของโควิดเป็นระดับ 3 แล้ว โรงเรียนทั่วไต้หวันหยุดเรียน การเรียนการสอนดอกไม้ในโรงเรียนก็หยุดไปด้วย แม้แต่การใช้ดอกไม้จัดงานนอกสถานที่ก็งดจัดกิจกรรมทั้งหมด ทำให้ผู้ประกอบการต้องสอนทางออนไลน์เพียงวิธีเดียว ขายวัสดุจัดดอกไม้ได้ไม่มากนัก ทำให้ธุรกิจดอกไม้ได้รับผลกระทบหนัก เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากการระบาดของโควิด 19 ในไต้หวันไม่รุนแรงมาก ผู้ประกอบการมีเวลาในการเตรียมรับมือได้เร็ว แต่มาปีนี้ การระบาดของโควิด 19 รุนแรง ทำให้รับมือไม่ทัน กิจกรรมที่มีการใช้ดอกไม้ต่างหยุดกะทันหัน

ส่งมอบดอกไม้ให้กับเจ้าหน้าที่แนวหน้าป้องกันโรค ช่วยหล่อเลี้ยงกำลังใจ และยังช่วยเหลือเกษตรผู้ปลูกด้วย

ซูอี๋หรู(蘇怡如) ผู้ประกอบการขายส่งดอกไม้ และยังเปิดร้านขายดอกไม้เองอยู่ที่เมืองเจียอี้บอกว่า ที่เมืองเจียอี้ส่วนใหญ่นิยมนำดอกไม้ไปไหว้เจ้าตามศาลเจ้า ตามวัด หรือใช้ในโบสถ์ และในช่วงเดือนมิ.ย.เป็นช่วงฉลองจบการศึกษาของนักเรียนนักศึกษา มีความต้องการดอกไม้สูง แต่มาปีนี้ กิจกรรมต่างๆ ล้วนถูกยกเลิก วัด ศาลเจ้าก็ไม่เปิด เหลือเพียงการใช้ดอกไม้ไหว้พระในบ้านและคนที่คุ้นเคยกับการเอาดอกไม้ประดับบ้านมีไม่มาก อย่างยอดขายปีก่อนๆ เฉพาะวันพระจีนคือวันที่ 1 และวันที่ 15 ตามปฏิทินจีน ยังมีรายได้ 70,000-80,000 เหรียญไต้หวัน/วัน แต่มาตอนนี้มียอดขายเหลือแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น ซูอี๋หรูจึงอยากจะแนะนำรัฐบาลทำเหมือนปีที่แล้ว คือให้จัดดอกไม้มอบให้กับเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล ช่วยกันระบายดอกไม้ เพราะว่าดอกไม้ช่วยรักษาจิตใจ ดอกไม้ช่วยหล่อเลี้ยงกำลังใจและสร้างความสุขให้กับหลายๆ คนได้ และทางที่ดีที่สุดควรให้เงินอุดหนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการดอกไม้โดยตรง

ราคาขายส่งของดอกไลเซนทัสเหลือช่อละ 10-20 เหรียญไต้หวัน

เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค.ดอกไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกทานตะวัน ดอกหน้าวัว ดอกคาลล่าลิลลี่ ดอกเยอบีรา ดอกไลเซนทัส เป็นต้น เป็นที่ต้องการสูง เพราะว่าสามารถนำมาจัดช่อดอกสำหรับงานรับปริญญา แต่ปีนี้งดจัดงานรับปริญญา ราคาขายส่งของดอกไลเซนทัสเมืองเจียอี้ตกเหลือช่อละ 10-20 เหรียญไต้หวัน เกษตรกรที่ปลูก แม้แต่ต้นทุนของเมล็ดพันธุ์ก็ยังไม่ได้คืนมา หลินปี้ถิง(林璧亭) เกษตรกรผู้ปลูกดอกไม้เขตกั่งผิงเมืองเจียอี้บอกว่า ปีที่แล้วการระบาดของโควิด 19 ในไต้หวันไม่รุนแรงมาก เมื่อถึงปีนี้จึงได้ขยายการปลูกดอกไม้ให้มากขึ้น โดยลงทุนทยอยปลูกดอกทานตะวันตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. คาดว่าสามารถเก็บเกี่ยวดอกทานตะวันได้ 25,000 ดอก เพื่อให้ทันใช้ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงฉลองจบการศึกษา แต่แล้วสิ่งที่คาดคิด ถึงกับต้องล่มสลาย เพราะว่าในช่วงกลางเดือนพ.ค.ปีนี้ ทั่วไต้หวันเข้าสู่มาตรการป้องกันโควิดระดับ 3 เพราะฉะนั้นดอกทานตะวันที่ปลูกได้ไม่รู้ว่าจะเอาขายที่ไหนดี หลินปี้ถิงยังบอกด้วยว่า ดอกทานตะวันส่งไปขายตลาดค้าส่งดอกไม้ขนาดใหญ่ในประเทศ 5 แห่ง ล้วนขายไม่ได้ ค่าขนส่งตกส่งลังละ 50 เหรียญไต้หวัน( 1 ลังมี 150 ดอก) เมื่อส่งไปขายที่ตลาดค้าส่งแล้ว ถ้าขายไม่ได้ก็จะไม่มีการตีกลับ ได้แต่ทำลายทิ้ง เฉพาะในวันที่ 31 พ.ค. เธอตัดดอกไม้จากสวนได้ 4,000 กว่าดอก ต้องใช้วิธีขายให้กับร้านขายดอกไม้ใกล้เคียง รวมทั้งขายทางเฟซบุ๊ก หรือว่าให้เพื่อนช่วยแนะนำ รวมๆ กันแล้วก็ยังขายได้แค่ครึ่งหนึ่งก็คือประมาณ 2,000 ดอกเท่านั้น แต่สำหรับปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ราคาของดอกทานตะวันขายได้ดี ช่อหนึ่งประมาณ 10 ดอก ขายส่งยังได้ 180 เหรียญไต้หวัน แต่มาในปีนี้ เหลือแค่ 15 เหรียญไต้หวัน เท่ากับว่าราคาของดอกทานตะวันเหลือเพียงดอกละ 1.5 เหรียญไต้หวัน หลินปี้ถิง เกษตรกรผู้ปลูกทานตะวันบอกว่า แค่เมล็ดพันธุ์ของดอกทานตะวันก็ปาเข้าไปเกือบ 20,000 เหรียญไต้หวัน และยังต้องจ่ายค่าจ้างคนงานอีก 5,000 เหรียญไต้หวัน ขณะนี้ ดอกทานตะวันที่มีขนาดเล็ก ล้วนเหลือไว้ทำปุ๋ยในสวน หากดอกทานตะวันที่ขายปลีกแล้วยังเหลืออีก ก็จะลองส่งขายตลาดค้าส่งเพื่อเสี่ยงดวงดูว่าจะขายได้หรือไม่ ก็ได้แต่คิดว่า ขอให้ได้ต้นทุนคืนก็เพียงพอแล้ว

ดอกทานตะวันที่ยังไม่บานเต็มที่ เก็บรักษาความสดได้นาน 2 สัปดาห์

ตำบลเถียนเหว่ย เมืองจางฮั่ว ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน มีพื้นที่เพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับเกือบ 400 เฮกตาร์ ไม้ดอกไม้ประดับตามถนนหนทางล้วนมาจากตำบลเถียนเหว่ย ถือเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรชาวเถียนเหว่ย อู๋เจิ้งเสี้ยน(吳政憲) ประธานสมาคมเกษตรเถียนเหว่ยบอกว่า เนื่องจากช่วงนี้ความต้องการดอกไม้ลดลง เกษตรกรตัดดอกไม้แล้วส่งไปขายที่ตลาดค้าส่งพบว่า ไม่ใช่ราคาต่ำเกินไป ก็ขายไม่ได้ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องค่าขนส่งและค่าลังที่ใช้บรรจุดอกไม้ ที่ยิ่งไปกว่านี้ ค่าเมล็ดพันธุ์ยังไม่ได้คืน ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องกลบฝังทำปุ๋ย คิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 20% ที่ ถ้าหากไม่คิดหาวิธีการแก้ไข อนาคตคงจะสูญเสียมากกว่านี้แน่ อู๋เจิ้งเสี้ยนยังบอกด้วยว่า การขอร้องให้ประชาชนช่วยกันสั่งซื้อดอกไม้ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล หน่วยงานป้องกันโรค ไม่ใช่เป็นการขอรับบริจาคเงิน แต่คาดหวังให้โอกาสกับเกษตรกรผู้ปลูกดอกไม้ เป็นการส่งมอบความรักความห่วงใยให้กับเจ้าหน้าที่ที่เป็นแนวหน้าการป้องกันโรค เนื่องจากการส่งสินค้าไปที่บ้านรวดเร็ว เกษตรกรแพคดอกไม้รักษาความสด ดอกไม้สามารถเก็บรักษาความสดได้นาน 2 สัปดาห์ เหยียนเหวินหลิง ผอ.กองภายใต้กรมการเกษตรและอาหารยังบอกด้วยว่า ในอนาคตหากการระบาดของโควิด 19 ลดลงจากมาตรการป้องกันระดับ 3 ผู้คนเริ่มเดินทางไปมาหาสู่กันได้สะดวกขึ้น ทางกรมการเกษตรและอาหารจะผลักดันโครงการต่างๆ ให้มีการใช้ดอกไม้มากขึ้น ขยายตลาดไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต หน่วยงานด้านศาสนา ธุรกิจโรงแรม เป็นต้น

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง