:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 12 ตุลาคม 2564

  • 12 October, 2021
ที่นี่ไต้หวัน
ชีวิตสุนัขดมกลิ่นหลังเกษียณอายุ

SandyและShelly สุนัขดมกลิ่นหลังเกษียณอายุกับครอบครัวใหม่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

วันนี้มีเรื่องราวของสุนัขดมกลิ่นที่เกษียณอายุ เป็นสุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ จำนวน 2 ตัว ตัวหนึ่งชื่อ Sandy อีกตัวหนึ่งชื่อ Shelly แม้สุนัขทั้งสองตัวจะเกิดจากคอกเดียวกันและเป็นตัวเมียเหมือนกัน แต่ตัวหนึ่งเป็นสีขาว อีกตัวหนึ่งเป็นสีดำ ทำงานเป็นสุนัขดมกลิ่นที่สนามบินมานาน 7 ปี ปัจจุบันมีอายุ 9 ปีแล้ว ถ้าเทียบกับอายุของคนแล้วก็ประมาณ 50 กว่าปีแล้ว  ซึ่งสุนัขเกษียณอายุทั้ง 2 ตัว ไปอยู่ในครอบครัวที่ต่างกัน แต่ทั้งสองครอบครัวล้วนเป็นเจ้าหน้าที่จูงสุนัขที่สนามบิน เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากเจ้าหน้าที่จูง กลายเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของครอบครัว เพราะฉะนั้น ชีวิตหลังเกษียณของสุนัขดมกลิ่นทั้ง 2 จึงมีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจมากมาย มีทั้งความน่ารัก ความซุกซน ความสุขอีกแบบ นอกจากอาหารการกินบางอย่างไม่ถูกจำกัด ไม่ว่าผัก เนื้อ ปลา ไข่ ถั่ว ผลไม้ หลังเกษียณแล้วสามารถกินได้หมด

Sandy(ซ้าย) และShelly(ขวา) สุนัขดมกลิ่นที่เกษียณอายุและไปอยู่กับครอบครัวใหม่

ก่อนอื่นขอเริ่มเรื่องของสุนัขดมกลิ่น Sandy ก่อน ซึ่งผู้ที่รับเลี้ยงคือคุณติงเฉาหลิง(丁潮苓) เนื่องจากคุณติงทำงานที่สนามบินร่วมกับสุนัขดมกลิ่น Sandy มานาน 5 ปี มีความผูกพันและรู้สึกอาลัยที่สุนัขดมกลิ่นต้องเกษียณอายุการทำงาน ในช่วงแรกคุณติงยังคงสองจิตสองใจว่าจะรับเลี้ยง Sandyหรือไม่ เนื่องจากตัวเองมีครอบครัว มีลูก 1 คน และยังเลี้ยงแมวไว้ที่บ้านอีก 1 ตัว คุณติงรู้สึกกังวลว่าจะดูแลได้ดีหรือไม่ เมื่อสามีเห็นเธอตัดสินใจไม่ได้ ในที่สุดจึงตัดสินใจแทนเพื่อรับเลี้ยง  หลังจากที่ Sandy เข้าไปอยู่ในบ้านของคุณติงแล้ว บรรยากาศของครอบครัวมีความครึกครื้นมาก  มีเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นทุกวัน เนื่องจากในอดีต Sandy คือผู้ร่วมงาน แต่หลังจากที่รับเลี้ยงแล้วได้กลายเป็นสมาชิกของครอบครัว คุณติงบอกว่า  Sandyเหมือนเด็กน้อยมาก ชอบอยู่ใกล้คน เหมือนลูกน้อยของตัวเอง และชอบเด็กด้วย มันจะเลียหน้าลูกจนหน้าเปียกด้วยน้ำลาย ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างแมวต่างฝ่ายต่างแสดงความเป็นใหญ่ และเมื่อออกไปเที่ยวนอกบ้าน คุณติงก็จะไม่ลืมจัดหาสถานที่สำหรับ Sandy เสมอ เวลาทานอาหารหรือเลือกที่พักก็มักจะเลือกร้านและโรงแรมที่สามารถนำสุนัขเข้าไปได้ด้วย คุณติงสังเกตเห็น Sandy มีชีวิตชีวามากขึ้น ชอบเล่นน้ำในสระ ชอบวิ่งเล่นบนสนามหญ้า ให้ความรู้สึกว่าหลังเกษียณอายุแล้วกระชากวัยดูเหมือนเด็กมากขึ้น มีความคล่องแคล่วว่องไว อยู่ไม่นิ่ง ชอบเล่นของเล่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเลียจานที่ใส่อาหาร คุณติงชอบเอาช็อกโกแลต โยเกิร์ต แยมถั่วลิสงป้ายที่จาน เพื่อให้เลีย เพื่อให้สัมผัสและรับรู้รสชาติ อีกทั้งยังช่วยผ่อนคลายอารมณ์ และยังพบว่า Sandyมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น เมื่อเห็นคนในบ้านทานข้าว น้ำลายจะสอ และยังชอบแทะขอบโต๊ะ จนขอบโต๊ะหายไปข้างหนึ่ง น้ำลายยืดตลอด เมื่อเช็ดน้ำลายให้ก็จะกระดิกหางและนัวเนียเข้าใกล้คน แม้จะซุกซนแต่ก็หลงรักมันจนเต็มหัวใจ แม้นช่วงก่อนหน้านี้เกิดกระบาดที่รุนแรงจนพาออกไปข้างนอกไม่ได้ แต่ Sandyก็จะเล่นกับลูกที่บ้าน เมื่อเหนื่อยแล้วก็จะพิงจนหลับไปด้วยกัน ทำให้บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความสุข

Sandy เกษียณตอนอายุตอน 9 ขวบ ยังแข็งแรง สดใส

 ส่วน Shelly สุนัขลาบราดอร์ที่เกษียณอายุอีกตัว ผู้รับเลี้ยงคือคุณเหยาสูฮุ่ย(姚淑惠) ในช่วงแรกที่Shellyเข้าไปอยู่ในบ้าน ดูเหมือนว่ามันยังทำหน้าที่ของสุนัขดมกลิ่น จะเดินไปเดินมาสำรวจทุกซอกมุมของบ้าน ชอบสำรวจสิ่งใหม่ๆ เหมือนตอนทำงาน สมัยที่ทำงานแม้เปลี่ยนสถานที่ทำงานทุกวัน แต่ก็ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ง่าย แม้จะพามานอนอยู่ใกล้ๆก็ตาม แต่นอนไปสักพัก จะลุกขึ้นมาสำรวจดูว่ามีใครอยู่บ้างไหม เนื่องจากShellyเป็นสุนัขดมกลิ่นที่ขยัน เกษียณอายุแล้วก็ดูเหมือนยังอยากทำงาน ดังนั้น คุณเหยาสูฮุ่ยจึงวางแผนไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ พาเข้าแคมป์ พาไปเที่ยวทะเล เล่นน้ำ เล่นลูกบอล และจะถ่ายภาพเก็บเอาไว้ จากการสังเกตพบว่ามันเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น นอนหลับอย่างสงบมากขึ้น และชอบหลับบนรถเพื่อเก็บพลังงานเอาไว้สำหรับวิ่งเล่น

Shelly สุนัขที่เกษียณอายุแล้ว แต่ยังชอบกิจกรรมทางน้ำ

จากการเป็นสุนัขที่ทำหน้าที่ดมกลิ่น เปลี่ยนมาเป็นสุนัขที่เลี้ยงในบ้าน ไม่เพียงแต่สุนัขต้องปรับตัวเท่านั้น คนเลี้ยงก็เช่นกัน จะต้องวางแผนที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า ในช่วงแรกที่รับเลี้ยงShellyเข้ามาอยู่ในบ้าน คุณเหยาสูฮุ่ยมักกังวลว่า ถ้าคนนบ้านออกไปทำงานนอกบ้าน Shellyอาจซุกซน ทำลายข้าวของ จึงจำกัดขอบเขตที่อยู่ แต่ต่อมาพบว่า ตัวเองอาจจะวิตกกังวลมากเกินไป จะต้องมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ด้วยนิสัยของสุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ที่เข้ากับคนง่าย จึงปรับตัวได้เร็ว ทั้งๆ ที่แต่ก่อนทำงานร่วมกันจะเป็นสุนัขที่มีการปกป้องตัวเองสูง หลังเข้ามาอยู่เป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของบ้านแล้ว เริ่มขี้อ้อน และชอบอยู่ใกล้กับคน ทำตัวสบายๆ ดูทีวีพร้อมกับคนในบ้าน เหนื่อยก็หลับ บางทีนอนหลับจนท้องหงาย ทั้งๆที่ตอนเป็นสุนัขดมกลิ่น ทุกครั้งที่พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เวลาที่ต้องเอ็กซเรย์ ยังต้องใช้กำลังคนถึง 3 คนจึงจับหงายท้องทำการเอ็กซเรย์ได้

สุนัขเกษียณอายุปรับตัวเข้ากับสมาชิกในครอบครัวใหม่ได้อย่างดี

สำหรับผู้ที่สามารถรับเลี้ยงสุนัขดมกลิ่นที่เกษียณอายุในไต้หวันนั้นจะต้องเป็นกลุ่มคนดังต่อไปนี้ กลุ่มคนที่ 1คือ ผู้ที่บริจาคสุนัขจะต้องเป็นอันดับแรกที่ได้รับการรับเลี้ยง กลุ่มคนที่ 2 คือ เจ้าหน้าที่ที่จูงสุนัขที่ทำงานอยู่คู่กับสุนัขดมกลิ่น และกลุ่มคนอันดับที่ 3 คือ เพื่อนร่วมงานที่อยู่หน่วยกักกันโรคพืชและสัตว์ที่สนามบิน และกลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายคือประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการจัดลำดับการรับเลี้ยงก็เพื่อความผาสุกและปกป้องสุนัขดมกลิ่นหลังเกษียณอายุ นอกจากนี้ ผู้รับเลี้ยงจะต้องผ่านการทดลองเลี้ยง 2 สัปดาห์ก่อน เพื่อดูว่าสุนัขดมกลิ่นนั้นปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้เหรือไม่ และยังเป็นการยืนยันว่าคนที่รับเลี้ยงสุนัขนั้นดูแลเอาใจใส่ดีหรือไม่ ซึ่งในช่วงเวลาที่ทดลองเลี้ยง 2 สัปดาห์ จะมีเจ้าหน้าที่ของสมาคมที่รับผิดชอบโทรศัพท์ไปสอบถามหรือไม่ก็ไปเยี่ยมถึงที่บ้านของคนที่รับเลี้ยงสุนัขดมกลิ่น หลังจากที่ผ่านการยืนยันขั้นแรกแล้ว จากนั้นจะต้องไปลงทะเบียนกับหน่วยงานรับรองด้วย และจะต้องเลี้ยงดูตามกฏหมายคุ้มครองสัตว์ ห้ามทรมานและห้ามปล่อยปละละเลยหรือทอดทิ้งการเลี้ยงดู และที่สำคัญคือห้ามนำสุนัขดมกลิ่นเกษียณอายุทำงานเพื่อผลประโยชน์หรือหาผลกำไร โดยทางสมาคมจะโทรศัพท์หรือไปเยี่ยมที่บ้านรับเลี้ยงสุนัขอย่างน้อยปีละครั้ง

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง