RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564

  • 07 May, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
นางอาตี้ ผู้อนุบาลอินโดนีเซีย (ชุดสีเขียวอ่อน) หัวโจกแก๊งค้ายาเสพติดคนงานอินโดนีเซียใหญ่สุดในภาคเหนือ ขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ

1. คุ้มครองเพิ่ม 4 เท่า กฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงานฉบับใหม่ แรงงานเสียชีวิตในหน้าที่ ทายาทรับเงินทดแทนรายเดือนจากเดิม 3,000 TWD. เป็นต่ำสุดเดือนละ 12,000 TWD. จนกว่าจะสูญสิ้นคุณสมบัติ มีผล 1 พ.ค. 64

      ไต้หวันผ่านกฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงาน โดยเป็นกฎหมายที่รวมการป้องกัน ชดเชยเยียวยา และบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้แรงงานที่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุจากการทำงานไว้ในฉบับเดียวกัน ครอบคลุมแรงงานทุกคน ประกอบด้วย แรงงานที่เดิมได้รับการคุ้มครองจากกองทุนประกันภัยแรงงานอยู่แล้ว 10.55 ล้านคน แรงงานที่ได้รับการคุ้มครองใหม่ ได้แก่แรงงานในสถานประกอบการที่ต่ำว่า 4 คน จำนวน 3.3 แสนคน และแรงงานต่างชาติในครัวเรือน 2.3 แสนคน รวมทั้งหมด 11.11 ล้านคน เมื่อโชคร้ายประสบอุบัติเหตุเจ็บป่วย ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตจากการทำงาน จะได้รับเงินชดเชยหรือเงินทดแทนมากกว่าเดิม โดยนายจ้างเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันทั้งหมดตั้งแต่ 41-153 เหรียญต่อคนต่อเดือน

กฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงานฉบับใหม่ ให้การคุ้มครองแรงงานมากขึ้น

      เดิมกองทุนประกันภัยแรงงาน มีระบบประกันอุบัติเหตุจากการทำงานอยู่แล้ว โดยนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเบี้ยประกันทั้งหมดคือ 0.17% ของวงเงินที่เอาประกัน แต่สหพันธ์แรงงานและหน่วยงานที่ห่วงใยสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงานเห็นว่า ระบบประกันอุบัติเหตุจากการทำงานในกองทุนประกันภัยแรงงานในปัจจุบัน ยังให้การคุ้มครองไม่เพียงพอ อีกทั้งไม่ได้ครอบคลุมถึงธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างแรงงานต่ำกว่า 4 คนและผู้ใช้แรงงานในครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติ จึงเคลื่อนไหวผลักดันให้มีการบัญญัติกฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงานโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน หากโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุแล้ว แรงงานจะได้รับเงินชดเชยหรือทายาทจะได้รับเงินทดแทนมากขึ้น รวมถึงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายสำหรับแรงงานที่ประสบอุบัติเหตุและทุพพลภาพ เช่นกรณีเสียชีวิต ทายาทของแรงงานที่เสียชีวิต จากเดิมที่รับเงินทดแทนรายเดือนๆ ละ 3,000 เหรียญ จะได้รับอย่างต่ำเป็นเดือนละ 12,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าตัว จนกว่าจะสูญสิ้นคุณสมบัติ

กฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงานฉบับใหม่ ให้การคุ้มครองแรงงานมากขึ้น

      กฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงาน จะให้การคุ้มครองมากกว่ากองทุนประกันภัยแรงงานในปัจจุบันดังนี้

      1) บังคับให้สถานประกอบการทั้งหมดต้องเอาประกันแก่ลูกจ้าง กองทุนประกันภัยแรงงานในปัจจุบัน บังคับเฉพาะสถานประกอบการที่ว่าจ้างแรงงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป สถานประกอบการที่ว่าจ้างลูกจ้างต่ำกว่า 4 คน ใช้วิธีเอาประกันตามความสมัครใจ แต่กฎหมายฉบับใหม่บังคับให้นายจ้างที่มีการว่าจ้างลูกจ้าง ต้องเอาประกันให้ลูกจ้างทุกคน ไม่ว่าจะจำนวนกี่คน

      2) อัตราเบี้ยประกัน 0.17% ของวงเงินที่เอาประกัน นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด และยกระดับวงเงินเอาประกันพื้นฐานและเพดานสูงขึ้น จากปัจจุบันต่ำสุด 11,100 เหรียญ เป็น 24,000 เหรียญ หรือเท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ สูงสุดจากเพดานวงเงินประกันภัยแรงงาน 45,800 เหรียญ เพิ่มเป็น 72,800 เหรียญ

กฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงานฉบับใหม่ ให้การคุ้มครองแรงงานมากขึ้น

      3) เพิ่มเงินชดเชยมากกว่าเดิม ปัจจุบัน แรงงานที่เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน หากไม่สามารถทำงานได้ ปีแรกจะได้รับเงินชดเชยค่าจ้างจากกองทุนประกันภัยแรงงานร้อยละ 70 ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน ปีที่ 2 ลดเหลือ 50% กฎหมายฉบับใหม่กำหนดให้แรงงานที่เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจากการทำงานจนไม่สามารถทำงานได้ จะได้รับเงินชดเชยค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันเต็มจำนวนใน 2 เดือนแรก เดือนที่ 3 เป็นต้นไปจะได้รับ 70% นานสุดไม่เกิน 2 ปี

      4) เปลี่ยนหลักเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยสำหรับแรงงานที่ทุพพลภาพจากการทำงาน จากเดิมที่จ่ายเงินชดเชยตามอายุการเข้ากองทุนประกันภัยแรงงาน กฎหมายใหม่เปลี่ยนเป็นตามระดับทุพพลภาพ ทุพพลภาพระดับรุนแรง สูญเสียสมรรถภาพการทำงานถาวร รับเงินชดเชยรายเดือน 70% ของวงเงินที่แจ้งเอาประกัน สูญเสียสมรรถภาพการทำงานระดับปานกลาง รับเงินชดเชยรายเดือน 50% ของวงเงินที่แจ้งเอาประกัน สูญเสียสมรรถภาพการทำงานบางส่วน รับเงินชดเชยรายเดือน 20% ของวงเงินที่แจ้งเอาประกัน และหากมีเงื่อนไขสอดคล้องกับที่กำหนด ญาติของแรงงานจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้น 10% สูงสุดไม่เกิน 20%

กฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงานฉบับใหม่ ให้การคุ้มครองแรงงานมากขึ้น

      5) กรณีเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ทายาทรับเงินทดแทนเป็นรายเดือน จะไม่นับตามอายุการเข้ากองทุนฯ อีกต่อไป ตัวอย่างแรงงานต่างชาติที่เสียชีวิต ไม่ว่าจากการปฏิบัตหน้าที่หรือเสียชีวิตนอกงาน จะได้รับเงินทดแทนรายเดือนฯ ละ 3,000 เหรียญ กฎหมายใหม่ยกระดับการจ่ายเงินทดแทนรายเดือนแก่ทายาทเป็น 50% ของเงินเดือนที่แจ้งเอาประกัน ทายาทจะได้รับเงินทดแทนรายเดือนต่ำสุด 12,000 เหรียญ จนกว่าจะสูญสิ้นคุณสมบัติ มากกว่าเดิมถึง 4 เท่า นอกจากนี้ ทายาทที่รับเงินทดแทนเป็นรายเดือน หากคุณสมบัติยังไม่ถึง เช่น อายุยังไม่ครบ 55 ปีและไม่มีบุตรอายุไม่บรรลุนิติภาวะต้องเลี้ยงดู ตามระเบียบเดิมต้องรอให้อายุถึงเกณฑ์ก่อน จึงจะมีสิทธิ์รับเงินทดแทนรายเดือน แต่กฎหมายใหม่ กำหนดให้จ่ายเงินทดแทนแก่ทายาทที่คุณสมบัติยังไม่ถึงเป็นก้อนครั้งเดียว 40 เท่าของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน บวกเงินช่วยเหลือค่าทำศพ 5 เท่าของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน

กฎหมายประกันและคุ้มครองอุบัติเหตุจากการทำงานฉบับใหม่ ให้การคุ้มครองแรงงานมากขึ้น

      6) นายจ้างที่ไม่เอาประกันให้แก่ลูกจ้าง ต้องระวางโทษปรับเป็นรายครั้ง ครั้งละ 20,000-100,000 เหรียญไต้หวัน จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมาย และจะประกาศชื่อสถานประกอบการ ตลอดจนผู้รับผิดชอบให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

      7) จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการป้องกันและการเยียวยาอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นเฉพาะ โดยกระทรวงแรงงานเป็นผู้จัดหางบประมาณ

แรงงานไทยกำลังทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้างรางรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน

2. ทลายแก๊งคนงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายใหญ่สุดในภาคเหนือของไต้หวัน ขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ

      กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม กรุงไทเป ทลายขบวนการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ จับนางอาตี้ ผู้อนุบาลอินโดนีเซียผู้เป็นหัวโจก พร้อมสมุนรวม 13 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายเพศชาย 6 คน เพศหญิง 1 คน และผู้ต้องหาชาวไต้หวันอีก 6 คน แก๊งค้ายาเสพติดที่นำโดยนางอาตี้ดังกล่าว จัดเป็นแก๊งขายยาเสพติดให้แก่แรงงานอินโดนีเซียที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของเกาะไต้หวัน โดยรับยามาจากนายเฉิน ชายชาวไต้หวัน จากนั้นนำมาผสมสารเจือปน เพื่อให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ขายต่อให้แรงงานอินโดนีเซีย โดยกลวิธีหลอกให้เสพฟรีก่อน อ้างว่าช่วยลดความอ้วนและทำให้กระปรี้กระเปร่าได้ เบื้องต้นคาดว่า มีแรงงานอินโดนีเซียที่ตกเป็นทาสยาเสพติดแล้วมากกว่า 100 คน

นางอาตี้ ผู้อนุบาลอินโดนีเซีย (ชุดสีเขียวอ่อน) หัวโจกแก๊งค้ายาเสพติดคนงานอินโดนีเซียใหญ่สุดในภาคเหนือ ขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ

      โฆษกกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม กรุงไทเปแถลงว่า ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีกลุ่มแรงงานต่างชาติตั้งแก๊งค้ายาเสพติด จากการตรวจสอบ พบนางอาตี้ สาวอินโดนีเซียวัย 35 ปี เดินทางมาทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลที่กรุงไทเปเมื่อปี 2560 แต่ทำงานได้ไม่ถึง 3 เดือน ก็รู้จักและถูกนายเฉิน อายุ 27 ปี ชายชาวไต้หวันซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติด และมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจยาเสพติดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ ยุยงปลุกปั่นให้หลบหนีจากนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จากนั้นชักชวนให้มาเป็นเอเย่นต์ขายยาเสพติดให้กับแรงงานชาติเดียวกัน นางอาตี้จึงมักจะไปปรากฎตัวในกิจกรรมหรืองานต่างๆ ของแรงงานอินโดนีเซีย โดนเริ่มจากเข้าไปตีสนิท ทำตัวเป็นผู้ห่วงใยคนบ้านเดียวกัน เมื่อได้รับความไว้วางใจแล้ว จากนั้นจะแจกยาเสพติด ซึ่งเป็นยาเคตามีนให้เพื่อนร่วมชาติได้ทดลองเสพฟรีก่อน หากเป้าหมายเป็นเพศหญิงจะอ้างว่า เป็นยาลดความอ้วน ช่วยให้หุ่นดี แต่หากเป็นผู้ชายจะอ้างว่า ช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง กระปรี้กระเปร่าและทำงานขยันไม่ง่วง เมื่อแรงงานอินโดนีเซียติดแล้ว อยากได้ยามาเสพอีกก็ต้องซื้อ ในราคา 3 กรัม 4,000 เหรียญไต้หวัน หากไม่มีเงินซื้อหา ก็สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกขบวนการค้ายา ซึ่งจะได้เสพและได้รับส่วนแบ่งกำไรด้วย โดยนางอาตี้ จะคัดเลือกคนที่พูดจาฉะฉานน่าเชื่อถือเป็นเอเย่นต์รายย่อยรับยาไปปล่อยให้กลุ่มเพื่อนต่อไป ส่วนคนที่พูดจาไม่เก่ง ก็ทำหน้าที่ส่งยาให้ลูกค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์ ลูกค้านอกจากในกรุงไทเปแล้ว ยังครอบคลุมเขตพื้นที่นครนิวไทเปและนครเถาหยวนด้วย ทำให้แก๊งค้ายาเสพติดของนางอาตี้ขยายวงกว้างกลายเป็นเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จับแก๊งคนงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายใหญ่สุดในภาคเหนือของไต้หวัน ขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ

      ตำรวจกล่าวว่า นางอาตี้ใช้กลยุทธ์เดียวกันนี้ บุกเบิกลูกค้ารายใหม่อย่างรวดเร็ว เพียงระยะเวลา 1 ปี มีลูกค้ารายใหม่เพิ่มเป็นร้อย และผู้ที่ตกเป็นทาสยาเสพติดแล้ว จะเป็นลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ที่ต้องซื้อยากับนางอาตี้เป็นประจำ และนอกจากขายยาเสพติดเคตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทสองเป็นหลักแล้ว แก๊งค้ายาของนางอาตี้ ยังปล่อยยาเสพติดชนิดอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้าด้วย เช่น ยาอี หรือยาเอ็กสตาซี่ ยาเสพติดผสมผงกาแฟ ยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง อย่างเฮโรอีน ยาเสพติดให้โทษประเภท 3 จำพวกแฮปปี้ไฟว์หรือเรียกตามยี่ห้อว่าอีริมิน เป็นต้น นางอาตี้ สามารถป้อนให้กับลูกค้าได้ทั้งนั้น แสดงว่า เบื้อหลังต้องมีแก๊งค้ายาเสพติดชาวไต้หวันรายใหญ่ให้การสนับสนุน

ยาเสพติดที่ยึดได้

      หลังได้รับแจ้งข้อมูลแล้ว ตำรวจเริ่มทำการตรวจสอบหลากหลายช่องทาง พบในสื่อโซเชียล โดยเฉพาะในเฟซบุ๊กส่วนตัวของแรงงานอินโดนีเซียจำนวนหนึ่ง โพสต์คลิปและภาพถ่ายของตนขณะกำลังเคลิบเคลิมจากการเสพยาเสพติด จึงมีการติดตามแรงงานอินโดนีเซียเหล่านี้มาสอบสวน ได้ข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งค้ายาของนางอาตี้มากขึ้น จนถึงวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม กรุงไทเป สนธิกำลังจากหลายหน่วยงาน แบ่งเป็นหลายสาย บุกจู่โจมแหล่งค้ายาของนางอาตี้สาขาต่างๆ หลายจุดพร้อมกัน ทั้งที่ไทเปและเถาหยวน จับกุมผู้ต้องหารวมนางอาตี้ ผู้เป็นหัวโจกได้ 13 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย 7 คน เป็นผู้ชาย 6 คน ผู้หญิง 1 คน และชาวไต้หวันอีก 6 คน ยึดของกลางเป็นยาเสพติดประเภทต่างๆ ได้จำนวนมาก รวมทั้งอุปกรณ์เสพ โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อลูกค้า รวมทั้งสมุดบัญชีรายชื่อลูกค้า เป็นต้น แต่ขณะบันทึกปากคำ นางอาตี้ปฏิเสธว่าตนเป็นหัวหน้าแก๊ง โดยอ้างว่า ยาเสพติดที่ยึดได้ ตนไว้ใช้เสพเอง ไม่ได้ขาย แต่คำให้การของลูกสมุนคนอื่นๆ ต่างซัดทอดไปยังนางอาตี้ว่าเป็นผู้บงการเครือข่ายค้ายา หลังสอบปากคำ ตำรวจส่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้อัยการ เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีข้อหาค้ายาเสพติดต่อไป ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มการตรวจสอบเพื่อขยายผลจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไป

อุปกรณ์และเครื่องมือที่ยึดได้

      เคตามีน หรือยาเค เป็นยาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความสนุกจอมปลอม และสิ่งที่ตามมาก็คือปัญหาอันหนักหนาสาหัส ที่อาจถึงกับคร่าชีวิตของคนเสพได้เลย ในขณะที่หลายคนอาจไม่รู้สึกว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใกล้ตัว แต่มันก็อาจไม่ได้อยู่ไกลจากเราอย่างที่คิดก็เป็นได้ เพราะยาเสพติดในปัจจจุบันแปลงโฉมมาหลายรูปแบบ จึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง