RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2564

  • 04 June, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
ตำรวจฟงหยวนในนครไทจงทำป้ายทะเบียนพิเศษ ช่วยป้องกันรถจักรยานไฟฟ้าของแรงงานต่างชาติหายได้ผลชะงัด

1. โควิดมาแรง NGO แนะรัฐบาลควรจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องและได้ผล หวั่นแรงงานต่างชาติ 7 แสนคนจะกลายเป็นช่องโหว่ในการป้องกันโรคช่องต่อไป

          ท่ามกลางสถานการณ์โควิดที่ระบาดรุนแรง แต่ยังพบว่ามีแรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยฝ่าฝืนกฎระเบียบและมาตรการป้องกันโรคถูกปรับหลายคดี นางสาวสวี่รุ่ยซี กรรมการสามัญของสมาคมพัฒนาแรงงานต่างชาติไต้หวัน หรือ GWO (Global Workers Organization) ชี้ว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญและปรับปรุงวิธีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารฉบับภาษาแม่ที่ได้ผล เพื่อให้แรงงานต่างชาติเข้าถึง ทำให้แรงงานต่างชาติรับทราบและเข้าใจ จนร่วมแรงร่วมใจกันป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ มาตรการที่รัฐบาลผลักดันให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคและรับการรักษาจะได้ผลขนาดไหน ยังคงต้องรอดูกันต่อไป

แนะรัฐบาลควรจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องและได้ผล หวั่นแรงงานต่างชาติ 7 แสนคนจะกลายเป็นช่องโหว่ในการป้องกันโรค

          นางสาวสวี่รุ่ยซีกล่าวว่า สถานการณ์โควิดในไต้หวันรุนแรงขึ้น มีการประกาศยกระดับมาตรการป้องกันโควิดทั่วประเทศเป็นระดับ 3 รัฐบาลมีมาตรการป้องกันโรคที่สำคัญประกาศออกมาต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งของกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข รัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงาน NGO จะมีการแปลข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการสำคัญเหล่านี้ให้แรงงานต่างชาติทราบในรูปแบบของภาษาแม่ แต่ในรายละเอียดของมาตรการเหล่านี้ ไม่ได้คำนึงถึงสถานะความเป็นอยู่และการทำงานของแรงงานต่างชาติ อาทิ ห้ามรวมกลุ่มในห้องเกิน 5 คน แต่หอพักโรงงานจำนวนมาก นอนกันห้องละกว่า 5 คน อีกทั้งมีพื้นที่คับแคบ ไม่สามารถจะสอดคล้องกับกฎระเบียบในการป้องกันโรค แรงงานต่างชาติที่วันปกติมักจะแบ่งกะการทำงาน เมื่อถึงวันหยุดไม่สามารถออกนอกโรงงานได้ สภาพการรวมกลุ่มจะหนักกว่าปกติ มีนายจ้างบางรายแก้ปัญหาด้วยการให้แรงงานต่างชาติทำโอที แต่ติดขัดที่กฎหมายมาตรฐานแรงงานมีการจำกัดชั่วโมงทำงานล่วงเวลาหรือโอทีในแต่ละเดือน

คลัสเตอร์โรงงาน KYEC ที่เมืองเหมียวลี่มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มเป็น 77 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์

          นอกจากนี้ สถานพยาบาลเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์และพยาบาลเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนด้านการป้องกันโรคมาเป็นอย่างดี แต่สำหรับแรงงานต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล ต้องเข้าออกสถานพยาบาลประจำ แนะว่ารัฐบาลควรจัดทำคู่มือป้องกันโรคหรือเน้นการประชาสัมพันธ์วิธีป้องกันโรคมากขึ้น เช่นควรสวมหน้ากากอนามัยสองชั้นหรือไม่ ต้องสวมถุงมือยางหรือถุงมือแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเป็นต้น

คลัสเตอร์โรงงานอิเล็กทรอนิคส์ในเมืองเหมียวลี่มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว 77 ราย แรงงานอีกกว่า 7,000 รายเข้ารับการตรวจเชื้อโควิดแบบราพิด เทสต์ (Rapid Test) 

          ส่วนมาตรการให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่มีอาการไอและเป็นไข้ ซึ่งเป็นอาการของโรคโควิดเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือรับการรักษา กรรมการสามัญของสมาคมพัฒนาแรงงานต่างชาติไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า คงไม่มีผลมากนัก และที่น่าเป็นห่วงคือแรงงานต่างชาติเพศหญิงที่หลบหนีนายจ้างและไปทำงานค้าบริการ กลุ่มนี้น่าเป็นห่วงมากที่สุด เรียกร้องรัฐบาลควรหามาตรการจูงใจที่ได้ผล เพื่อให้แรงงานต่างชาติกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ยินยอมออกมารับการตรวจและรักษามากขึ้น ก่อนที่จะกลายเป็นรูรั่วสำหรับการป้องกันโควิดและเกิดการระบาดรุนแรงในรอบต่อไป

คลัสเตอร์โรงงานอิเล็กทรอนิคส์ในเมืองเหมียวลี่มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว 77 ราย แรงงานอีกกว่า 7,000 รายเข้ารับการตรวจเชื้อโควิดแบบราพิด เทสต์ (Rapid Test) โดยไม่เว้นระยะห่าง

          ปัจจุบัน มีหลากหลายหน่วยงานจัดทำการ์ดหรือสื่อประชาสัมพันธ์ฉบับภาษาแม่สำหรับแรงงานต่างชาติ แต่เป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ ไม่มีการรวมเป็นเนื้อหาเดียวกัน และออกมามากมายจนลายตา อย่างสื่อภาษาไทย บางหน่วยงานแปลพอเข้าใจ ขณะที่บางหน่วยงานแปลผิดๆ ถูกๆ ทำให้ไม่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่เปลืองงบประมาณ ยังทำให้ไม่น่าเชื่อถือ เป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

โรงพิมพ์ที่เขตจงเหอ นครนิวไทเป มีแรงงานเวียดนามติดเชื้อโควิดแล้ว 8 ราย

2. เจอ 2 เด้ง! บุกจับอดีตแรงงานไทยที่ผิงตงกับพวก 6 คน ปลูกกัญชาและไม่ใส่หน้ากากอนามัย อ้างใช้ทำเครื่องปรุงอาหาร ยึดต้นกัญชาสดและบุหรี่กัญชา มูลค่าตลาดกว่า 5 ล้านเหรียญไต้หวัน

          ท่ามกลางสถานการณ์โควิดที่ลุกลามบานปลาย แต่มีแรงงานต่างชาติเข้าออกบ้านไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยและดูมีพิรุธ ชาวบ้านแจ้งความ ตำรวจตรวจสอบพบแอบปลูกกัญชาแซมกับพืชผลอื่น บุกจับตั้งข้อหาปลูกและมียาเสพติดประเภท 2 ไว้ในครอบครองแล้ว ยังสั่งปรับฐานไม่ใส่หน้ากากอนามัย ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโรค

อดีตแรงงานไทยที่ผิงตงกับพวก 6 คน ปลูกกัญชาและไม่ใส่หน้ากากอนามัยถูกจับ เจอ 2 ข้อหา

          สถานีตำรวจหลีกั่งในเมืองผิงตง ใต้สุดของเกาะไต้หวัน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า มีกลุ่มแรงงานต่างชาติเข้าๆ ออกๆ บ้านพักหลังหนึ่ง ซึ่งมีที่ตั้งค่อนข้างมิดชิด และดูมีอาการพิรุธ ที่สำคัญคือไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบ พบเป็นแรงงานต่างชาติและสันนิษฐานว่าแอบปลูกต้นกัญชา หลังจากได้หลักฐานชัดเจนแล้ว เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา กำลังตำรวจ 18 นาย สวมใส่เครื่องป้องกันโควิดเต็มชุด บุกเข้าบ้านหลังดังกล่าว จับแรงงานต่างชาติได้ 6 คน ทั้งหมดไม่ใสหน้ากากอนามัย ในจำนวนนี้เป็นชาวไทย 5 คน เวียดนาม 1 คน หัวโจกเป็นอดีตแรงงานไทยที่แต่งงานกับหญิงไต้หวันและกลับเข้ามาไต้หวันรอบใหม่ในฐานะผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และแรงงานไทยอีก 3 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยหลบหนีนายจ้างจากภาคเหนือ 1 คน หญิงไทย 1 คน แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายอีก 1 คน

อดีตแรงงานไทยที่ผิงตงกับพวก 6 คน ปลูกกัญชาและไม่ใส่หน้ากากอนามัยถูกจับเจอ 2 ข้อหา

ภายในสวนบริเวณบ้านพัก ปลูกผักและผลไม้ไว้หลากหลายชนิด เมื่อสังเกตดีๆ จะพบต้นกัญชาปลูกแซมอยู่ ตรวจนับได้ 13 ต้น นอกจากนี้ในบ้านพักยังพบกัญชาแห้งและบุหรี่กัญชาอีกจำนวนหนึ่ง รวมกัญชาที่จับได้ในครั้งนี้ คิดตามมูลค่าตลาดสูงกว่า 5 ล้านเหรียญไต้หวัน อดีตแรงงานไทยที่เป็นผู้ต้องหาหลักรายนี้ให้การว่า ต้นกัญชาที่พบไม่ใช่ตนเป็นคนปลูก โยนไปให้แรงงานไทยอีกรายที่อ้างว่าเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว และบอกว่า ไม่ได้จะนำไปขาย แต่ปลูกไว้ทำเป็นเครื่องปรุงแกงไทย อย่างไรก็ตาม อดีตแรงงานไทยรายนี้ ไม่ได้อธิบายว่า ทำไมถึงมีบุหรี่กัญชา สำหรับบ้านพัก อดีตแรงงานไทยรายนี้ให้การว่าภรรยาซื้อให้ แต่ภรรยากล่าวกับตำรวจว่า ไม่รู้มีการปลูกต้นกัญชา

อดีตแรงงานไทยอ้างต้นกัญชาที่ปลูกแซมพื้ชอื่นในบ้านของตนเป็นของแรงงานไทยอีกคนที่เดินทางกลับประเทศแล้ว

ตำรวจกล่าวว่า ต้นกัญชาที่พบทั้ง 13 ต้น แต่ละต้นเป็นพุ่มใหญ่ สูงกว่าคนเสียอีก สันนิษฐานว่าต้องปลูกมาแล้วร่วม 1 ปี จึงจะได้ต้นสูงขนาดนี้ และแต่ละต้นปลูกกระจายแซมกับพืชอื่น ตั้งใจไม่ให้ตรวจพบหรือสังเกตเห็นง่ายๆ หากไม่ได้ตั้งใจดูกันจริงๆ ยากที่จะตรวจพบ ตำรวจยึดของกลางทั้งหมด ทำการวัดอุณหภูมิและแจกหน้ากากให้ใส่ เขียนใบสั่งปรับ 3,000 เหรียญให้คนละ 1 ใบ ก่อนจะควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาปลูกและมีกัญชาไว้ในครอบครอง

ต้นกัญชาที่ตรวจพบ 13 ต้น แต่ละต้นเป็นพุ่มใหญ่ สูงกว่าคนเสียอีก สันนิษฐานว่าต้องปลูกมาแล้วร่วม 1 ปี

แม้ว่าที่ประเทศไทย จะอนุญาตให้รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตร โดยร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อขออนุญาตปลูกกัญชาได้ แต่ในไต้หวันจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทสอง การลักลอบปลูก มีไว้เพื่อเสพและจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุก 7 ปีขึ้นไป จนถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับไม่เกิน 7 ล้านเหรียญไต้หวัน ขณะเดียวกัน กัญชาเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์หลายอย่างต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ ทั้งกระตุ้นประสาท กดและหลอนประสาท ทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด หัวเราะตลอดเวลา นอกจากนี้ยังจะมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อน ๆ เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ จะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้ ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใด ๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน ความคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งจะมีลักษณะ หมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉย ๆ ไปวัน ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการทำงานเป็นอย่างมาก จึงเตือนแรงงานไทยอย่าริลองเป็นอันขาด

อดีตแรงงานไทยที่ผิงตงกับพวก 6 คน ปลูกกัญชาและไม่ใส่หน้ากากอนามัยถูกจับเจอ 2 ข้อหา

3. ไอเดียเจ๋ง! ตำรวจทำป้ายทะเบียนพิเศษ ได้รับความร่วมมือจากนายจ้าง ช่วยป้องกันรถจักรยานไฟฟ้าของแรงงานต่างชาติหายได้ผลชะงัด

          นับวันแรงงานต่างชาติในไต้หวันจะนิยมซื้อรถจักรยานไฟฟ้ามามาขับขี่เป็นยานพาหนะมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หนึ่งในปัญหาที่ตามมาคือ รถจักรยานไฟฟ้ามักจะหายและตามคืนมายาก เนื่องจากมีการขโมยกันเองในกลุ่มแรงงานต่างชาติ และโอกาสจะตามคืนกลับมาไม่มากนัก เพราะกฎหมายยังไม่ได้กำหนดว่ารถจักรยานไฟฟ้าจะต้องมีป้ายทะเบียนรถ แม้จะมีการแจ้งความ ตำรวจแยกแยะได้ยากว่าคันไหนที่เจ้าของแจ้งหาย แม้จะตามคืนมาได้แล้วก็ยากที่จะยืนยันได้ว่า เป็นรถจักรยานไฟฟ้าของคนแจ้งหายจริง

ตำรวจฟงหยวนในนครไทจงทำป้ายทะเบียนพิเศษ ได้รับความร่วมมือจากนายจ้าง ช่วยป้องกันรถจักรยานไฟฟ้าของแรงงานต่างชาติหายได้ผลชะงัด

          เพื่อที่จะแก้ปัญหาข้างต้น สถานีตำรวจฟงหยวนในนครไทจง ซึ่งดูแลความสงบเรียบร้อยในเขตเสินกังที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่จำนวนมาก ผุดไอเดียใหม่ ทำป้ายทะเบียนพิเศษสำหรับรถจักรยานไฟฟ้าและรถจักรยานขึ้นเอง และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากนายจ้างรายใหญ่ในพื้นที่ 28 โรงงาน ซึ่งว่าจ้างแรงงานต่างชาติกว่า 1,100 คน จ่ายเงินต้นทุนทำป้ายทะเบียนพิเศษนี้แผ่นละ 60 เหรียญไต้หวัน ติดตั้งไว้ท้ายรถจักรยานไฟฟ้าและจักรยานทั่วไป เหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์ โดยใช้เลขทะเบียน 4 หลัก บ่งบอกถึงพื้นที่รับผิดชอบของโรงพัก โรงงานและตัวแรงงานต่างชาติ ปรากฎว่า ได้ผลอย่างดี แรงงานต่างชาติที่แจ้งความรถหายลดลงทันตาเห็น ขณะที่อัตราส่วนการตามคืนรถจักรยานและจักรยานไฟฟ้าถูกขโมยเพิ่มสูงขึ้นมาก สถานีตำรวจพื้นที่อื่นๆ เตรียมดำเนินการตาม

ตำรวจฟงหยวนในนครไทจงทำป้ายทะเบียนพิเศษ ได้รับความร่วมมือจากนายจ้าง ช่วยป้องกันรถจักรยานไฟฟ้าของแรงงานต่างชาติหายได้ผลชะงัด

          โฆษกสถานีตำรวจฟงหยวนแถลงว่า เนื่องจากยังไม่มีการแก้กฎหมาย จัดให้รถจักรยานไฟฟ้าต้องติดป้ายทะเบียนเหมือนรถจักยานยนต์ จึงมีการออกแบบป้ายทะเบียนพิเศษดังกล่าว ง่ายต่อการตรวจสอบและตามคืนรถจักรยานไฟฟ้าที่ถูกขโมย รวมทั้งสะดวกต่อการรับคืนของเจ้าของด้วย นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยให้แรงงานต่างชาติมีความตระหนักและเคารพในกฎหมาย ขณะที่ราคาค่าป้ายทะเบียนแผ่นละ 60 เหรียญ ไม่ได้สร้างภาระให้กับนายจ้าง ผลดีที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้มาตรการติดป้ายทะเบียนรถจักรยานไฟฟ้าของแรงงานต่างชาติ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 ได้ผลเป็นอย่างยิ่งอัตราการแจ้งความรถหายลดลง การตามคืนรถที่ถูกขโมยง่ายและรวดเร็วมากขึ้น จึงได้รับความร่วมมือจากนายจ้างเข้าร่วมโครงการนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน มีโรงงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ซึ่งว่าจ้างแรงงานต่างชาติกว่า 1,100 คน ได้เข้าร่วมโครงการนี้

          ขอปรบมือให้กับไอเดียที่ดี ในขณะที่กฎหมายยังไม่ได้รับการแก้ไข สถานีตำรวจฟงหยวนทำงานในเชิงรุก ช่วยป้องกันรถจักรยานไฟฟ้าถูกขโมย ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนให้กับแรงงานต่างชาติหลายคน ที่เพิ่งจะซื้อรถจักรยานไฟฟ้าใหม่มาหมาดๆ ถูกขโมยเสียแล้ว เป็นการลดปัญหาอาชญากรรมลงได้ด้วย ต่อไปแรงงานต่างชาติในเขตนี้ คงไม่ต้องกังวลรถจักรยานไฟฟ้าหายอีกแล้ว

ตำรวจฟงหยวนในนครไทจงทำป้ายทะเบียนพิเศษ ได้รับความร่วมมือจากนายจ้าง ช่วยป้องกันรถจักรยานไฟฟ้าของแรงงานต่างชาติหายได้ผลชะงัด

          ทั้งนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมบริหาร ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียทั้งในทรัพย์สินและชีวิต ได้มีการกำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า จะต้องสวมหมวกกันน็อคและความเร็วรถห้ามเกิน 25 กม./ชม. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562  และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาแก้กฎหมายขยายการควบคุมให้รถจักรยานไฟฟ้าจะต้องมีป้ายทะเบียนรถ แต่ยังไม่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่และไม่ต้องเสียภาษีป้ายทะเบียนรถ คาดจะสามารถแก้กฎหมายและส่งให้สภานิติบัญญัติพิจารณาอนุมัติ และประกาศใช้ได้ก่อนสิ้นปีนี้

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง