RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564

  • 11 June, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
เฟซบุ๊ก 1955 ของกระทรวงแรงงานไต้หวัน

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดไลน์และเฟซบุ๊ก 1955 ให้แรงงานต่างชาติรับข้อมูลข่าวสาร ร้องทุกข์หรือสอบถามสิทธิประโยชน์ได้แล้ว

          แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน มักจะประสบปัญหาเรื่องการสื่อสารมากที่สุด แม้จะมีล่ามโรงงานหรือล่าม บจง. ให้บริการดูแล แต่บางครั้งก็ไม่ทันใจ เพราะในขณะที่ต้องการความช่วยเหลือ ล่ามอาจไม่ว่างกำลังช่วยเหลือแรงงานรายอื่นก็ได้ เนื่องจากล่ามแต่ละคนมีแรงงานต่างชาติในความดูแลจำนวนมาก นอกจากนี้ มีบางเรื่องที่ตัวแรงงานเองอยากถามหรืออยากร้องเรียนโดยไม่ประสงค์จะให้ใครรู้ โดยเฉพาะล่าม ที่ผ่านมา นอกจากขอความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงานประเทศของตนแล้ว ช่องทางร้องทุกข์ยอดนิยมคือ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 โดยใช้วิธีโทรศัพท์กดสายด่วน 1955 สามารถร้องทุกข์หรือขอคำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์

ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์หรือ ไลน์ OA ของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955

          อย่างไรก็ตาม ตามการวิวัฒนาการเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบัน สื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเป็นอย่างมาก แม้แต่แรงงานต่างชาติก็ไม่เว้น การใช้โทรศัพท์พูดคุยหรือสอบถามปัญหาลดน้อยลง ขณะที่ใช้สื่อโซเชียลจำพวกไลน์และเฟซบุ๊กรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือแชทคุยกันมากขึ้น เพื่อให้แรงงานต่างชาติรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สอบถาม ขอรับคำปรึกษาหรือร้องทุกข์ได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวัน จึงตั้งไลน์ออฟฟิเชียลแอคเค้าท์หรือ LINE OA ของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก เพื่อให้แรงงานต่างชาติ นอกจากเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังสามารถสอบถามปัญหา สิทธิประโยชน์และร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือโดยผ่านการแชทข้อความทางไลน์ ซึ่งจะมีล่ามภาษาแม่มาคอยตอบคำถามแบบเรียลไทม์ เป็นการเปิดช่องทางถามปัญหา ขอคำปรึกษาหรือร้องทุกข์ผ่านข้อความเพิ่มอีกช่องทาง นอกเหนือจากโทรศัพท์ไปยังสายด่วย 1955 แล้ว

ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์หรือ ไลน์ OA ของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีแรงงานไทยแอดไลน๋แล้วกว่า 9,000 คน

          กรมพัฒนากำลังแรงงานแถลงว่า 1955 e-Line เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 17 พ.ค. จนถึงวันที่ 10 มิ.ย. มีผู้เข้าร่วมแล้ว กว่า 80,000 คน ในจำนวนนี้ 1955 e-Line ภาษาไทยมีแรงงานไทยเข้าร่วมแล้วกว่า 9,000 คน และเริ่มตั้งแต่ 1 มิ.ย. เป็นต้นมา ได้เพิ่มบริการรับเรื่องร้องทุกข์และถาม-ตอบปัญหาผ่านทางข้อความไลน์ โดยจัดล่ามภาษาต่างๆ มาคอยรับเรื่องและตอบปัญหาของแรงงานต่างชาติทุกวันไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 07.30-23.00 น. ส่วน เวลาอื่นจะใช้วิธีโอนเข้าระบบบริการตอบปัญหาทางโทรศัพท์ของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งยังคงเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าโทรศัพท์ เชิญชวนแรงงานต่างชาติเข้าร่วม โดยการแอดไลน์ด้วยวิธีสแกน QRCode คลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc  หรือคลิกลิงก์เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารสำหรับแรงงานต่างชาติที่ https://fw.wda.gov.tw/wda-employer/home/index?locale=th จะสามารถเข้าร่วมกลุ่มไลน์ 1955 เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 และสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติได้แบบเรียลไทม์ทันที

ตัวอย่างข้อมูลข่าวสารที่ไลน์ 1955 ส่งให้แรงงานไทยที่แอดไลน์ 

          นอกจากบริการทางไลน์แล้ว ยังมีเฟซบุ๊กของ 1955 ด้วย แรงงานต่างชาติสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารและถามปัญหาผ่านช่องทางนี้ได้เช่นกันที่ https://www.facebook.com/1955hotline%E7%A7%BB%E5%B7%A5%E5%B0%88%E7%B7%9A-103449335260905

นอกจากบริการทางไลน์แล้ว ยังมีเฟซบุ๊กของ 1955 ด้วย

          บริการรอบด้านของกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันข้างต้น จะทำให้แรงงานต่างชาติในไต้หวันเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว รวมถึงเพิ่มช่องทางในการร้องทุกข์หรือขอรับความช่วยเหลือสะดวกและหลากหลายช่องทางมากขึ้น

2. แรงงานอินโดนีเซียทำงานดี นายจ้างช่วยฟ้องศาลปกครองระงับคำสั่งส่งกลับประเทศจากคดีเมาแล้วขับของกระทรวงแรงงาน

          ปัญหาเมาแล้วขับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับแรงงานไทย ชาติอื่นก็มีปัญหานี้เช่นกัน เมื่อถูกจับเมาแล้วขับ นอกจากถูกลงโทษปรับเงินจำนวนมากแล้ว ยังจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตถูกส่งกลับประเทศ ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้ตลอดไป แต่มีแรงงานบางรายโชคดี เจอนายจ้างใจดี ที่สำคัญเมาแล้วขับเกินมาตรฐานไม่มากนักและเจ้าตัวทำงานดี นายจ้างยอมเสียเงินจ้างทนายช่วยฟ้องร้องต่อศาลระงับคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตส่งกลับประเทศ

ที่ทำการศาลปกครองชั้นสูงไทเป

          นาย TRIYANTO แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานที่โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จแห่งหนึ่งในนครเถาหยวน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ปี 63 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.00 น. ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับจากร้านอาหารเพื่อกลับหอพัก ถูกตำรวจตั้งด่านสกัดตรวจเมาแล้วขับ ปรากฎว่าระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจของนาย TRIYANTO อยู่ที่ 0.29 มิลลิกรัม/ลิตร เกินมาตรฐาน 0.25 มิลลิกรัม/ลิตรไปเล็กน้อย ถูกดำเนินคดีข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ ศาลลงโทษจำคุก 2 เดือนและปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน โทษจำคุกสามารถจ่ายเป็นค่าปรับทดแทนได้ ในอัตรา 1,000 เหรียญไต้หวันต่อวัน รวมกับค่าปรับเป็นเงิน 71,000 เหรียญ เมื่อแรงงานอินโดนีเซียรายนี้จ่ายค่าปรับตามกำหนดแล้ว ไม่นานก็ได้รับหนังสือเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ต้องเดินทางกลับประเทศภายในเวลา 14 วัน แต่ให้อุทธรณ์ได้ นายจ้างเห็นว่า เกินมาตรฐานไปเพียง 0.04 มิลลิกรัม/ลิตร ถูกปรับไปแล้ว 71,000 เหรียญ แล้วยังจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานถูกส่งกลับประเทศ ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้อีก เป็นการลงโทษที่หนักและไม่สมดุลกับความผิดที่กระทำลงไป ประกอบกับนาย TRIYANTO เป็นแรงงานต่างชาติที่ทำงานดี ให้ความร่วมมือกับนายจ้างและตลอดระยะเวลาการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีประวัติเสีย นายจ้างจึงยื่นอุทธรณ์ต่อกระทรวงแรงงานแต่ได้รับการปฏิเสธ

ที่ทำการศาลปกครองชั้นสูงไทเป

          กระทรวงแรงงานอธิบายเหตุผลปฏิเสธการอุทธรณ์ว่า ตามกฎหมายการจ้างงานระบุชัดเจนว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางทำงานในไต้หวัน จะขัดขวางโอกาสการทำงานของแรงงานท้องถิ่นและมีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมไต้หวันไม่ได้ แต่ใช่ว่าแรงงานต่างชาติทำผิดกฎหมายจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานทุกราย กระทรวงแรงงานจะประเมินความร้างแรงและผลกระทบของคดีต่อสังคม อย่างไรก็ตามพฤติกรรมเมาแล้วขับ หากเกินมาตรฐานของรัฐบาล คือ 0.25 มิลลิกรัม/ลิตร ถือว่าเป็นคดีอาญาและเป็นคดีร้ายแรง นอกจากถูกลงโทษตามกฎหมายการจราจรแล้ว ในส่วนของกระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน เนรเทศกลับประเทศไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้อีก

          นายจ้างจึงยื่นฟ้องศาลท้องถิ่นและศาลปกครอง ขอให้ระงับคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของกระทรวงแรงงาน ด้วยเหตุผลว่า นาย TRIYANTO ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า ซึ่งมีความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. ไม่ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนความผิดเมาแล้วขับเกินมาตรฐานเพียง 0.04 มิลลิกรัม/ลิตร ได้ไปชำระค่าปรับ 71,000 เหรียญเรียบร้อยแล้ว และแรงงานอินโดนีเซียรายนี้ให้ความร่วมมือกับตำรวจโดยดีมาตั้งแต่แรกเกิดคดี

ตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ไถหนานเดินทางไปประชาสัมพันธ์เรื่องเมาแล้วขับและกฎจราจรที่โรงงาน (ในภาพเป็นแรงงานไทยใรงงานผลิตอะหลั่ยรถยนต์ชื่อดังในไถหนาน)

          ผลการตัดสินของศาลปกครองชั้นสูงไทเปและศาลท้องถิ่นเถาหยวนออกมาแล้วเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ ศาลทั้งสองแห่งตัดสินในทำนองเดียวกัน ระงับคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตทำงานขอนาย TRIYANTO แล้วให้ส่งกลับประเทศที่ออกมาจากกระทรวงแรงงาน โดยให้แรงงานอินโดนีเซียรายนี้ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ศาลปกครองแถลงว่า นาย TRIYANTO ไปฉลองวันเกิดกับเพื่อนในผับแห่งหนึ่ง แล้วขับขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับหอพักกลางดึก ถูกตำรวจตรวจพบว่ามีระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงกว่ามาตรฐานกำหนด รับสารภาพและให้ความร่วมมือโดยดีกับตำรวจ ไม่ได่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และความผิดที่กระทำลงไป ได้รับการลงโทษไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่เป็นโทษร้ายแรงถึงขั้นต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและถูกส่งกลับประเทศ อีกทั้งเป็นแรงงานต่างชาติที่ไม่มีประวัติเสียมาก่อน จึงควรระงับคำสั่งเพิกถอนของกระทรวงแรงงานดังกล่าว แต่อนุญาตให้กระทรวงแรงงานอุทธรณ์หรือคัดค้านการตัดสินของศาลได้ภายในเวลากำหนด

          แรงงานอินโดนีเซียรายนี้ นอกจากโชคดีที่เจอนายจ้างดีแล้ว ความดีที่เจ้าตัวทำไว้ คือความขยันขันแข็ง ให้ความร่วมมือกับโรงงาน จนเป็นที่ชื่นชมของนายจ้าง ประกอบกับความผิดไม่ถึงกับร้ายแรงมากนัก เกินมาตรฐานไปเพียง 0.04 มิลลิกรัม/ลิตร และได้ไปชำระค่าปรับ 71,000 เหรียญเรียบร้อยแล้ว ขอให้แรงงานไทยอย่าคิดว่า จะทำแบบนี้บ้าง โดยแรงงานไทยที่ถูกจับเมาแล้วขับเกินมาตรฐานค่อนข้างมาก เช่นบางรายมีระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ 0.8-09 มิลลิกรัม/ลิตร แบบนี้ แม้จะทำงานดี นายจ้างชอบก็คงยากที่อุทธรณ์ได้สำเร็จ ทางที่ดีลดละเลิกในการดื่มสุรา นอกจากเป็นผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังมีส่วนช่วยในความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและอนาคตด้วย

ตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ไถหนานเดินทางไปประชาสัมพันธ์เรื่องเมาแล้วขับและกฎจราจรที่โรงงาน (ในภาพเป็นแรงงานไทยใรงงานผลิตอะหลั่ยรถยนต์ชื่อดังในไถหนาน)

3. กระทรวงแรงงานไต้หวันออกประกาศเตือนแรงงานต่างชาติ ระวังอย่าเมาแล้วขับ เพราะนอกจากจะเสียค่าปรับในอัตราสูง อาจถูกจำคุกและยังจะถูกส่งกลับประเทศห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานตลอดไป

          กระทรวงแรงงานย้ำเตือนว่า ปัญหาเมาแล้วขับในกลุ่มแรงงานต่างชาติอยู่ในสภาพการณ์ที่รุนแรง ในแต่ละเดือนมีแรงงานต่างชาติดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ ประสบอุบัติเหตุหลายคดี โดยแรงงานต่างชาติบางส่วน นิยมใช้ช่วงเลิกงานหรือวันหยุด ชวนเพื่อนฝูงดื่มสุราสังสรรค์ จากนั้นปั่นจักรยานหรือขี่จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์กลับโรงงาน หากถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษในข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ เมื่อถูกดำเนินคดี นอกจากเสียค่าปรับในอัตราสูงแล้ว ยังมีโทษทางอาญา ต้องถูกจำคุก เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 73 วรรค 3 ที่ระบุว่า ชาวต่างชาติหากฝ่าฝืนกฎหมายของไต้หวันในลักษณะรุนแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานอีกตลอดชีพ และตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกเนรเทศส่งกลับกลับประเทศ ติดบัญชีดำห้ามเข้าสู่ไต้หวันตลอดไปกว่า 400 คน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นแรงงานเวียดนาม ส่วนคนงานไทยมีจำนวน 123 คน

แรงงานต่างชาติก่อคดีเมาแล้วขับมากที่สุด ในภาพเป็นแรงงานไทยในเถาหยวน ใส่เสื้อยืดจะไม่ดื่มแล้วขับ แต่เมาเละขี่รถมอเตอร์ไซค์โดนจับ

          กระทรวงแรงงานกล่าวย้ำว่า ไต้หวันดำเนินนโยบายไม่ยอมประนีประนอม หรือนโยบายยอมไม่ได้กับการเมาแล้วขับ และมีการตรวจจับอย่างเข้มงวด รวมทั้งเพิ่มโทษหนักขึ้น แรงงานต่างชาติในไต้หวัน แม้ส่วนใหญ่จะปั่นจักรยาน ขี่จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์ แต่หากเมาแล้วขับ มีโทษหนักเท่ากันหมด ไม่มีกรณียกเว้น กระทรวงแรงงานยกตัวอย่างคดีของแรงงานเวียดนามรายหนึ่งที่ชื่ออาเหลียง เมื่อเร็วๆ นี้ หลังเลิกงานดื่มสุรากับเพื่อนฝูง จากนั้นขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับหอพัก ระหว่างทางถูกตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจเกินมาตรฐาน ถูกส่งดำเนินคดีข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นคดีอาญา ศาลพิพากษาจำคุก 2 เดือน กระทรวงแรงงานเพิกถอนใบอนุญาตทันที หลังพ้นโทษแล้ว ถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันไม่ได้ตลอดชีพ แม้นายจ้างจะอ้อนวอนขอให้ผ่อนหนักเป็นเบา โดยกล่าวว่า อาเหลียงมาทำงานที่ไต้หวัน 10 ปีแล้ว ได้รับการฝึกฝนและมีทักษะฝีมือที่ดีมาก ยังเป็นแรงงานต่างชาติที่ขยันและให้ความร่วมมือในการทำงาน ได้รับความไว้วางใจจากนายจ้างเป็นอย่างมาก วอนกระทรวงแรงงานให้โอกาสแก้ตัวใหม่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนผลิตของบริษัท

          แต่กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ไม่อาจอนุโลมได้ และเตือนผู้ประกอบการว่า หากแรงงานต่างชาติทำผิดกฎหมายถูกเนรเทศกลับประเทศ จะส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตของนายจ้างอย่างแน่นอน เพื่อที่จะปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน จึงขอให้นายจ้างต้องอบรมและให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่แรงงานต่างชาติ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิดกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้น

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง