:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2564

  • 03 September, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
แรงงานเวียดนามเมาขี่จักรยานไฟฟ้าชนคนขี่มอเตอร์ไซค์บาดเจ็บ จำคุก 3 เดือน ชดใช้ค่าเสียหาย 338,000 เหรียญ เท่ากับทำงานฟรีเกือบ 1 ปีครึ่ง (ในภาพไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ)

1.  ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมีลุ้น! รมว.กระทรวงแรงงานชี้ ปีที่แล้วปรับขึ้นเพียง 0.84% ปีนี้เศรษฐกิจโตสวนกระแส หวังว่าจะมีการปรับขึ้น

      กระทรวงแรงงานเตรียมการจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำไตรมาสที่ 3 ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อพิจารณาว่าปีนี้จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำหรือไม่ เท่าไหร่ แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะจัดขึ้นในวันไหน? เกี่ยวกับประเด็นนี้ ซึ่งเป็นที่สนใจของผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างมาก นางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เมื่อปี 2563 ขณะที่จัดการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ในขณะนั้นสถานการณ์โรคโควิด-19 ยังอึมครึม ฝ่ายแรงงานยอมให้ความร่วมมือ ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพียง 0.84% กล่าวคือค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนปรับขึ้นเพียง 200 เหรียญ ค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับผู้ทำงานรายชั่วโมงปรับขึ้น 2 เหรียญ จัดเป็นอัตราการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่ต่ำสุดนับแต่รัฐบาลประธานาธิบดีไช่อิงเหวินขึ้นบริหารประเทศเป็นต้นมา และไม่คาดคิดว่าภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้วเติบโตสวนกระแส อยู่ที่ 3.2% ขณะที่ประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ติดลบ และต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเศรษฐกิจสูงถึง 5.88% แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดรอบใหม่บ้างตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้เป็นต้นมา แต่ในจุดยืนของกระทรวงแรงงานแล้ว ต้องการจะดูแลสิทธิประโยชน์และความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน จึงหวังว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ จะเป็นไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

กลุ่มสหภาพแรงงานไต้หวันเรียกร้องปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและคัดค้านแยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กลุ่มนายจ้างเสนอ

      รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี ต้องให้ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำตัดสิน โดยทุกปีจะจัดการประชุมไตรมาสที่ 3 ในเดือนสิงหาคม แต่ปีนี้เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด จึงมีการเลื่อนการประชุมออกไปเป็นเดือนกันยายน สวี่หมิงชุนกล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของปีนี้ค่อนข้างพิเศษ การส่งออกสินค้าเติบโตต่อเนื่องมาตลอด ขณะที่การบริโภคภายในประเทศซบเซา ทำให้ธุรกิจภาคบริการอย่างร้านอาหาร ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งประสบภาวะลำบาก อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 3.2% ปีนี้สูงกว่า อยู่ที่ 5.88% และผลจากรายได้ทางเศรษฐกิจดังกล่าว ควรจะแบ่งปันให้ผู้ใช้แรงงานมีส่วนรับผลประโยชน์นี้ด้วย

นางสวี่หมิงชุน (ขวามือ) รมว. กระทรวงแรงงาน ขณะประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อปีที่แล้ว

      กระทรวงแรงงานเตรียมจัดการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะฟื้นฟู การส่งออกของไต้หวันเติบโตต่อเนื่องกัน 17 เดือน แม้ตลาดภายในจะซบเซาอันเนื่องมาจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด แต่สำนักงานสถิติและบัญชีกลาง สภาบริหารปรับขึ้นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้เป็น 5.88% สูงสุดในรอบ 11 ปี กรรมการฝ่ายรัฐบาลของคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำจึงมีความเห็นว่า ปีนี้มีโอกาสสูงที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดยประมาณการว่า อัตราการปรับขึ้นจะอยู่ที่ประมาณ 3% พอๆ กับของญี่ปุ่น หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนของผู้ใช้แรงงานทั่วไต้หวัน ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติภาคการผลิตร่วม 500,000 คน จะได้รับการปรับขึ้นจาก 24,000 เหรียญในปัจจุบันเป็น 24,720 เหรียญไต้หวัน และอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับผู้ทำงานเป็นรายชั่วโมง จะปรับขึ้นจากปัจจุบันชั่วโมงละ 160 เหรียญเป็น 165 เหรียญต่อชั่วโมง

กลุ่มสหภาพแรงงานเรียกร้องหน้าที่ทำการสภาอุตสาหกรรมไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ขอให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 26,000 เหรียญไต้หวัน

2. กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศระเบียบการย้ายนายจ้างใหม่ เพิ่มเงื่อนไขให้นายจ้างงานประเภทเดียวกันมีสิทธิ์รับย้ายเป็นลำดับแรกก่อน

      ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ไต้หวันล็อกดาวน์พรมแดน ทำให้แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันไม่ได้ นายจ้างทุกภาคส่วนหันมาว่าจ้างแรงงานต่างชาติด้วยการรับโอนย้ายภายในประเทศ ส่งผลให้แรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนย้ายไปโรงงานที่มีเวลาทำงานแน่นอน ค่าจ้างสูงกว่าและมีสวัสดิการดีกว่าจำนวนมาก ส่งผลนายจ้างที่มีผู้ป่วยต้องดูแลเดือดร้อน

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียยื่นขอย้ายงานไปทำที่โรงงานมากที่สุด

      กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศกฎระเบียบและเงื่อนไขในการย้ายนายจ้างของแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 64 เป็นต้นไป กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะย้ายนายจ้าง จะต้องให้นายจ้างงานประเภทเดียวกันมีสิทธิ์รับโอนย้ายเป็นลำดับแรก เมื่อประกาศแล้วหากเลยเวลาต่อเนื่องกัน 14 ไม่มีนายจ้างงานประเภทเดียวกันมาลงทะเบียนรับการย้ายงาน จึงจะอนุญาตให้ย้ายงานข้ามประเภทได้ กระทรวงแรงงานย้ำว่า ไม่ได้ห้ามแรงงานต่างชาติย้ายงานข้ามประเภททั้งหมด เพียงแต่มีการเพิ่มเงื่อนไขของการโอนย้ายนายจ้างใหม่ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของนายจ้างและลูกจ้าง และแรงงานต่างชาติยังคงมีสิทธิ์เลือกนายจ้างใหม่ได้เองตามเดิม

สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องการย้ายงานของกระทรวงแรงงาน

      ทั้งนี้ ตามกฎระเบียบการย้ายนายจ้างของแรงงานต่างชาติ สามารถย้ายนายจ้างได้เป็นเวลา 60 วัน เมื่อครบกำหนดแล้ว หากไม่มีนายจ้างมาลงทะเบียนรับการโอนย้าย แรงงานต่างชาติมีสิทธิ์ยื่นขอต่ออายุอีก 1 ครั้ง หากยังไม่สามารถย้ายงานได้สำเร็จ นายจ้างเดิมต้องดำเนินการจัดส่งแรงงานต่างชาติผู้นั้นเดินทางกลับประเทศ

ระเบียบย้ายงานฉบับใหม่ส่งผลกระทบต่อผู้อนุบาลมากที่สุด

      จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานไต้หวันพบว่า 5 เดือนแรกของปีนี้ มีผู้อนุบาลย้ายไปทำงานในโรงงานหรือที่เรียกกันว่าฟอกงานแล้ว 1,751 ราย มากว่าปีก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว ทำให้นายจ้างภาคครัวเรือนเดือดร้อน เพราะผู้อนุบาลในบ้านขอย้ายงาน ไม่อนุญาตก็ใช้วิธีอู้งาน จะนำเข้าคนใหม่ก็ไม่ได้ จึงร้องเรียนให้หน่วยงานรัฐหาทางช่วยแก้ปัญหา กระทรวงแรงงานจึงได้ประกาศมาตรการจำกัดการโอนย้ายงานข้ามประเภทกิจการข้างต้น ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 29 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

ระเบียบย้ายงานฉบับใหม่ส่งผลกระทบต่อผู้อนุบาลมากที่สุด

3. สกัดเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกรเข้าไต้หวัน ตำรวจกว่า 70,000 นาย ปูพรมตรวจร้านอาหารและหอพักแรงงานเวียดนามสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เนื้อหมูทางออนไลน์จากบ้านเกิด

      ไต้หวันตรวจพบมีบริษัทเวียดนามลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อหมูที่ติดเชื้ออาหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) จากเวียดนามปริมาณมากเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ประกอบด้วยไส้กรอกเวียดนาม แหนม หมูยอ หมูหยอง หมูแผ่นและขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมู สันนิษฐานว่าไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่นำเข้า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วไต้หวันกว่า 70,000 นายปูพรมตรวจสอบทั่วไต้หวัน 21 เมือง เน้นที่ร้านค้าที่ให้บริการลูกค้าที่เป็นชาวเวียดนาม ยึดผลิตภัณฑ์เนื้อหมู่จำนวนมาก ซึ่งพบว่ากว่าครึ่งมีเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร

ตำรวจกว่า 70,000 นาย ตรวจร้านอาหารและหอพักแรงงานเวียดนาม พบสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เนื้อหมูทางออนไลน์จากบ้านเกิดจำนวนมาก

      นอกจากมีบริษัทลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์จากเวียดนาม ส่งขายตามร้านค้าที่ให้บริการผู้ตั้งถิ่นฐานและแรงงานเวียดนาม 1,302 แห่งแล้ว ยังพบว่ามีแรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามจำนวนมากสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เนื้อหมูทางชอปปิงออนไลน์ กระจายตามเมืองต่างๆ อาทิ นครนิวไทเป เถาหยวน ซินจู๋ ไทจงและจางฮั่ว อย่างที่นครนิวไทเปตรวจพบโกดังเก็บสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากเวียดนาม 71.7 กก. ขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมูกว่า 100 ก้อน ทั้งหมดถูกนำไปเผาทำลาย ส่วนที่นครไทจง พบผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนาม 2 แม่ลูก ช่วยลูกค้าชาติเดียวกันกว่า 1,000 คน สั่งซื้อสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อหมูที่ติดเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกรจากบ้านเกิด ในบ้านของหญิงเวียดนามที่แต่งงานมาตั้งรกรากที่หนานโถวรายหนึ่ง ถูกตรวจพบมีกระป๋องหมูหยองจากเวียดนาม 1 ลัง น้ำหนัก 8 กก. อ้างว่าแม่ส่งมาให้

ตำรวจกว่า 70,000 นาย ตรวจร้านอาหารและหอพักแรงงานเวียดนาม พบสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เนื้อหมูทางออนไลน์จากบ้านเกิดจำนวนมาก

      ในไต้หวันมีแรงงานเวียดนามกว่า 230,000 คน และผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามกว่า 200,000 คน จึงมีอาชีพรับจ้างซื้อสินค้า โดยใช้สื่อออนไลน์ WECHAT ตั้งเป็นกลุ่มช่วยซื้อสินค้า อยากกินอาหารที่บ้านเกิดชนิดไหน? สามารถสั่งซื้อได้ จะส่งมาให้เป็นพัสดุทางอากาศ และช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งเวียดนามได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน มีวันไหว้พระจันทร์เหมือนอย่างกับประเพณีจีน ดังนั้นจึงมีการสั่งซื้ออาหารจากบ้านเกิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ของเนื้อหมูและขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมูมากเป็นพิเศษ

ชาวเวียดนามนิยมสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์จากบ้านเกิด

      ในเอเชียมี 5 ประเทศที่ถูกจัดเป็นเขตพื้นที่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ได้แก่จีนแผ่นดินใหญ่ มองโกเลีย เวียดนามลาวและกัมพูชา แม้ไทยจะไม่ใช่เป็นเขตพื้นที่ระบาด แต่อยู่ติดกับประเทศที่เป็นเขตพื้นที่ระบาดและเป็นทางผ่าน ผู้โดยสารจากไทย จะถูกตรวจเข้มเช่นกัน หากเผลอนำเข้าโปรดทิ้งลงถังขยะโดยเฉพาะ ก่อนผ่านด่าน ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 1 ล้านเหรียญไต้หวัน หากเคยถูกปรับแต่ค้างจ่ายค่าปรับ และได้เดินทางเข้าสู่ไต้หวันรอบใหม่ จะถูกห้ามเข้าประเทศ ส่งผลกระทบต่อสิทธิการทำงานในไต้หวันของท่าน

ตามร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารสำหรับชาวเวียดนาม พบมีผลิตภัณฑ์เนื่อหมูจากเวียดนามวางขายเป็นจำนวนมาก ประมาณครึ่งหนึ่งตรวจพบมีเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร

4. ดูไว้เป็นอุทาหรณ์! แรงงานเวียดนามเมาขี่จักรยานไฟฟ้าชนคนขี่มอเตอร์ไซค์บาดเจ็บ จำคุก 3 เดือน ต้องชดใช้ค่าเสียหาย 338,000 เหรียญ เท่ากับทำงานฟรีเกือบ 1 ปีครึ่ง

      นาย THAI BA QUAN แรงงานเวียดนาม อายุ 40 ปีทำงานอยู่ที่ตำบลเซินกั่ง เมืองจางฮั่ว เมาขี่รถจักรยานไฟฟ้าแล้วยังสวนเลน พุ่งชนชาวไต้หวันขี่รถมอเตอร์ไซค์ ถูกศาลท้องถิ่นจางฮั่วตัดสินต้องชดใช้ค่าเสียหายฝ่ายตรงข้ามจำนวน 338,000 เหรียญไต้หวัน เท่ากับทำงานฟรีเกือบ 1 ปีครึ่ง

แรงงานเวียดนามเมาขี่จักรยานไฟฟ้าชนคนขี่มอเตอร์ไซค์บาดเจ็บ ถูกศาลตัดสินจำคุก 3 เดือน และชดใช้ค่าเสียหาย 338,000 เหรียญ เท่ากับทำงานฟรีเกือบ 1 ปีครึ่ง

      คำพิพากษาของศาลท้องถิ่นจางฮั่วชี้ว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ นาย THAI BA QUAN ดื่มเบียร์ที่บ้านเพื่อนจนมีอาการมึนเมา ขณะขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับหอพักในช่วงเย็น ขี่สวนเลนบนถนน ชนกับกับชาวไต้หวันรายหนึ่งที่ขี่มอเตอร์ไซค์โดยไม่มีใบขับขี่ เป็นเหตุให้คนขี่มอเตอร์ไซค์เสียหลักล้มและได้รับบาดเจ็บ ซี่โครงและกระดูกฝ่ามือหัก ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนแรงงานเวียดนามรายนี้ แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ตำรวจจับเป่าลม พบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 0.77 มิลลิกรัมต่อลิตร แถมยังขี่จรกยานไฟฟ้าสวนเลน เป็นเหตุให้คนขี่มอเตอร์ไซค์ชาวไต้หวันรายหนึ่งหลบไม่ทันเกิดเหตุชนกันกลางถนน แม้จะพบว่าคนขี่มอเตอร์ไซค์ไม่มีใบขับขี่ถูกปรับตามกฎระเบียบ แต่พฤติกรรมเมาแล้วขับและไม่เคารพกฎจราจรของแรงงานเวียดนามรายนี้ นอกจากถูกตัดสินจำคุก 3 เดือนแล้ว ยังต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่คู่กรณีเป็นเงิน 338,000 เหรียญ ด้วยการผ่อนส่งเป็นงวดๆ เท่ากับทำงานฟรี 1 ปีครึ่ง

ที่ทำการศาลท้องถิ่นจางฮั่ว

      ในส่วนของโทษจำคุก แรงงานเวียดนามรายนี้อ้อนว่า ตนเป็นคนยากจน ที่บ้านยังมีแม่อายุมากและลูกน้อยตาดำๆ ต้องส่งเสียเลี้ยงดูอีก 3 คน และรับประกันว่าจะไม่ทำผิดอีก ผู้พิพากษาเห็นว่า ให้ความร่วมมือดี และมีความจริงใจที่จะชดใช้ค่าเสียหาย ได้ยอมความกับผู้เสียหายแล้ว จึงตัดสินให้จำคุก 3 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี หรือไม่ต้องรับโทษจำคุก แต่หากภายใน 2 ปี ทำผิดซ้ำ จะถูกลงโทษทั้งโทษเก่าและโทษใหม่พร้อมกัน

แรงงานไทยต้องระวัง โทษเมาแล้วขับหนักมาก ค่าปรับแพงแล้วยังจะถูกส่งกลับประเทศ ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้อีก

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง