:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2564

  • 08 October, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
ตำรวจจางฮั่วปลอมตัวเป็นชาวนาเก็บข้อมูล จู่โจมโรงงานขัดผิวโลหะ รวบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 35 คน

1. แรงงานได้เฮ! ไต้หวันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 25,250 เหรียญ ปรับขึ้น 1,250 เหรียญ หรือปรับขึ้นในสัดส่วน 5.21% มีผล 1 ม.ค. 65

      กระทรวงแรงงานไต้หวันเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อหารืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำของปีหน้า ที่ประชุมมีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในปีหน้า 1,250 เหรียญไต้หวัน เป็น 25,250 เหรียญ หรือปรับขึ้นในอัตรส่วน 5.21% ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงสำหรับแรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมงปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 160 เหรียญเป็น 168 เหรียญ มีแรงงานที่ได้รับอานิสงส์ทั้งหมด 1.94 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานท้องถิ่น 1.46 ล้านคน แรงงานต่างชาติ 475,400 คน

บรรยากาศที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ มีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 24,000 เหรียญเป็น 25,250 เหรียญไต้หวัน

      เนื่องจากสำนักงานสถิติและบัญชีกลาง สภาบริหารคาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันปีนี้ จะเพิ่มขึ้น5.88% ตัวเลขของคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติยิ่งสูงถึง 6% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบหลายปี ดังนั้น นายซูเจินชาง นายกรัฐมนตรี นางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควรแบ่งปันให้แรงงานด้วย ก่อนการประชุมหลายฝ่ายมั่นใจว่า จะต้องปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าจะปรับในอัตราส่วนเท่าไหร่? กระทรวงแรงงานกล่าวว่าไม่ต่ำกว่า 3% สหพันธ์แรงงาน ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มแรงงานกล่าวว่า ควรปรับขึ้น 8-10% เป็น 26,400 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ตัวแทนฝ่ายนายจ้างบอกว่าแบกรับไม่ไหว เพราะไม่เพียงแค่ปรับขึ้นค่าจ้างเท่านั้น เบี้ยประกันภัยแรงงานที่นายจ้างต้องแบกรับ 70% เบี้ยประกันสุขภาพ 60% ค่าโอที รวมถึงเงินบำนาญที่ต้องสมทบเข้ากองทุนให้ลูกจ้าง ก็ต้องปรับขึ้นตามไปด้วย ในที่สุดที่ประชุมตกลงปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในอัตราส่วน 5.21% หรือปรับขึ้น 1,250 เหรียญ เป็น 25,250 เหรียญ ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงสำหรับแรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมงปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 160 เหรียญเป็น 168 เหรียญ มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 65

นางสวี่หมิงชุน รมว.รง. แถลงข่าวหลังมติที่ประชุมให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปีใหม่เป็น 25,250 เหรียญไต้หวัน

      ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ซึ่งครอบคลุมผู้ใช้แรงงานทั้งหมด ทั้งแรงงานท้องถิ่นและต่างชาติ ยกเว้นผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านในครัวเรือน และนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำติดต่อกัน 5 ปีแล้ว โดยในปี 2557 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำยังอยู่ที่เดือนละ 19,273 เหรียญ ต่อมาในปี 2559 ปรับขึ้น 3.81% เป็น 20,008 เหรียญ ปี 2560 ปรับขึ้นเป็น 21,009 เหรียญ ปี 2561 ปรับเป็น 22,000 เหรียญ ปี 2562 ที่ผ่านมา ปรับเป็น 23,100 เหรียญ ปี 2563 ปรับขึ้นเป็น 23,800 เหรียญไต้หวัน ปี 2564 ปรับขึ้นเป็น 24,000 เหรียญไต้หวัน ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมาขึ้นไปแล้ว 4,727 เหรียญหรือปรับขึ้นไปแล้ว 24%

สหพันธ์แรงงานประท้วงก่อนการประชุมฯ ว่า ค่าจ้างที่ต่ำเกินไปเป็นความอัปยศอย่างหนึ่งของประเทศชาติ

      สำหรับคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจาก 4 ฝ่าย จำนวน 22 คน ได้แก่ฝ่ายนายจ้าง 7 คน ฝ่ายลูกจ้าง 7 คน เจ้าหน้าที่รัฐบาล 3 คน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ 4 คน ส่วน รมว. กระทรวงแรงงานเป็นประธานโดยตำแหน่ง มีกำหนดจัดการประชุมพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกไตรมาสที่ 3 ของปี เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีถัดไป โดยยึดดัชนีผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เป็นหลัก และจะพิจารณาจากดัชนีรายการอื่นๆ อีก 17 รายการ

คณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำมีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 24,000 เหรียญเป็น 25,250 เหรียญไต้หวัน

2. แก้ปัญหาแรงงานต่างชาติถูกเอาเปรียบ กระทรวงแรงงานไต้หวันดันแผนให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว แก่แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาใหม่ เริ่มได้ปีหน้า ทดลองกับแรงงานต่างชาติในครัวเรือนก่อน

      สืบเนื่องจากแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการสื่อสาร ไม่ทราบระเบียบกฎหมายและสิทธิประโยชน์ของตน ช่องทางในการร้องทุกข์ มีปัญหาสถานที่พักระหว่างรอการตรวจโรคที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้มักจะเกิดปัญหาหลังจากที่เข้าทำงานแล้ว เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการจัดทำเอกสารสำคัญ อาทิ ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ใบถิ่นที่อยู่ การตรวจโรค การเข้ากองทุนประกันภัยแรงงานและกองทุนประกันสุขภาพเป็นต้น กระทรวงแรงงานกำลังวางแผนให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service) แก่แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาใหม่ โดยใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ระหว่างนี้ ถือว่าอยู่ในช่วงทำงาน นายจ้างเริ่มจ่ายค่าจ้าง หลังจากนั้น จึงอนุญาตให้นายจ้างรับไปยังสถานที่ทำงานต่อไป

เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการแรงงานต่างชาติประจำท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน หลังรับสัมภาระแล้ว พาแรงงานต่างชาติไปผ่านด่านศุลกากร

      นายซูอวี้กั๋ว รองผอ. สนง.บริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า ปัจจุบัน แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาใหม่ ขณะเดินทางถึงท่าอากาศยานไต้หวัน จะแจกคู่มือแรงงานต่างชาติและพาเข้ารับการอบรมระเบียบกฎหมายและสิทธิประโยชน์ที่พึงรู้เป็นเวลา 30 นาที ซึ่งไม่เพียงพอ ประกอบกับนายจ้างต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ใบถิ่นที่อยู่ เข้ากองทุนประกันภัยแรงงาน ประกันสุขภาพและพาไปตรวจโรค ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงวางแผนให้การบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เวลาในการเข้ารับการอบรม 8 ชั่วโมง ก่อนจะให้ตัวแทนหรือนายจ้างรับไปยังสถานที่ทำงาน โดยจะหาสถานที่บริเวณใกล้สนามบิน เพื่อใช้ในโครงการดังกล่าว ส่วนค่าใช้จ่าย กระทรวงแรงงานจะจัดสรรงบประมาณจากกองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ซึ่งนายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนฯ เป็นประจำทุกเดือนๆ ละ 2,000 เหรียญต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน รองผอ. สนง.บริหารแรงงานข้ามชาติกล่าวว่า แผนการดังล่าว คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปี 2565 ทั้งนี้ ในเบื้องต้น จะทดลองใช้กับแรงงานต่างชาติในครัวเรือนก่อน หากทุกอย่างราบรื่นและเป็นไปตามที่วางแผน จึงค่อยขยายไปยังแรงงานภาคการผลิตและอื่นๆ ต่อไป

แรงงานต่างชาติขณะเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน จะเข้ารับการอบรมและชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของตนเป็นเวลา 15 นาที

      หวังว่า แผนการนี้จะเริ่มใช้และขยายครอบคลุมไปยังแรงงานต่างชาติภาคต่างๆ จะได้ช่วยแก้ปัญหาหอพักคืนแรกในไต้หวันที่ทำให้แรงงานต่างชาติฝันร้ายไปตามๆ กัน เพราะก่อนปี 2564 แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันแทบทุกคน ต้องพบกับประสบการคืนแรกในไต้หวันที่ทุกข์ทรมาน เมื่อถูกบริษัทรับส่งพาไปค้างคืนที่หอพัก เพื่อรอการตรวจโรคที่โรงพยาบาล ก่อนจะเข้ารายงานตัวยังสถานที่ทำงาน แต่สภาพแวดล้อมของหอพักคืนแรกแออัด สกปรกและไม่มีห้องสุขาที่เพียงพอ เรื่องนี้มีแรงงานต่างชาติร้องเรียนกันจำนวนมาก จนกระทั่งปลายปี 2563 กระทรวงแรงงานประกาศจัดระเบียบใหม่หอพักบริษัทรับส่งแรงงานต่างชาติ หลังพบว่า แรงงานอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ที่รับการกักตัวครบ 14 วันแล้ว ก่อนจะเดินทางไปรายตัวและสังเกตอาการยังสถานที่ทำงานหรือที่อื่น ถูกบริษัทรับส่งพาไปพักค้างคืนปะปนกันเพื่อรอการตรวจโรค ในหอพักมีสภาพที่แออัด สกปรกและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นช่องโหว่ของการป้องกันโรค

ภาพบรรยากาศเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานรับแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาใหม่ที่สนามบินเถาหยวนเมื่อปี 2563

      หลังสื่อรายงานสภาพหอพักเหล่านี้แล้ว กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และประกาศจัดระเบียบใหม่ ให้บริษัทรับส่งแรงงานต่างชาติระหว่างสนามบิน โรงพยาบาลและสถานที่ทำงาน ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายจ้างและบริษัทจัดหางาน จะต้องจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หอพักที่จัดให้แรงงานต่างชาติพักค้างคืน จะต้องได้มาตรฐานหอพักตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด โดยต้องมีห้องพักคนละห้อง หรืออย่างน้อยสุดต้องมีพื้นที่สำหรับเว้นระยะห่างทางสังคม 1.5 เมตร ติดตั้งระบบฆ่าเชื้อและมีระบบสุขาภิบาลที่ได้มาตรฐาน หากฝ่าฝืนกฎระเบียบ นอกจากปรับบริษัทรับส่งแล้ว นายจ้างและบริษัทจัดหางานที่มอบหมายให้ไปรับแรงงานต่างชาติของตน จะถูกปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

ก่อนปีที่แล้ว แรงงานต่างชาติจำนวนมาก ขณะเดินทางถึงไต้หวัน จะถูกบริษัทรับส่งแรงงานพาไปนอนค้างคืนแรกที่หอพักไม่ได้มาตรฐาน เพื่อรอตรวจโรคก่อนจะส่งไปรายงานตัวที่นายจ้าง

      เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นมา กระทรวงแรงงานจึงประกาศตั้งแต่ให้นายจ้างและบริษัทจัดหางาน ขณะนำเข้าแรงงานต่างชาติ ซึ่งต้องแจ้งรายชื่อ รวมทั้งเที่ยวบินของแรงงานต่างชาติก่อนการเดินทาง ต้องลงทะเบียนในระบบออนไลน์ของศูนย์บริการแรงงานต่างชาติประจำสนามบิน หากมีการใช้บริการของบริษัทรับส่งแรงงานต่างชาติ จะต้องเพิ่มข้อมูลชื่อบริษัทที่รับส่งและสถานที่ตั้งของหอพัก ซึ่งต้องเป็นบริษัทรับส่งที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสภาพแวดล้อมของหอพักต้องได้มาตรฐาน พื้นที่เฉลี่ยต่อคนต้องไม่ต่ำกว่า 3.2 ตร.ม. มีการติดตั้งอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสุขภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน หากไม่แจ้ง หรือมอบหมายให้บริษัทรับส่งที่ให้บริการไม่ถูกกฎหมายหรือไม่ได้มาตรฐาน นายจ้างจะถูกปรับ 3,000-15,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนบริษัทจัดหางานจะถูกลงโทษ ในฐานะที่เป็นผู้รับมอบหมายจากนายจ้าง แต่ไม่ได้ดำเนินการตามหน้าที่ของบริษัทจัดหางานที่ดี ส่งผลเสียหายต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตรา 40 และ 67 ต้องระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

สภาพความแออัดของหอพักบริษัทรับส่งแรงงานต่างชาติระหว่างรอส่งตรวจโรคที่โรงพยาบาล ก่อนส่งไปสถานที่ทำงาน (ภาพจากแรงงานไทยเมื่อปีก่อน)

3. จับมโหฬาร! ตำรวจจางฮั่วปลอมตัวเป็นชาวนาเก็บข้อมูล จู่โจมโรงงานขัดผิวโลหะ รวบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 35 คน

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่จางฮั่วได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า โรงงานขัดผิวโลหะที่ตำบลเหอเหม่ย เมืองจางฮั่ว ว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงานจำนวนมาก เพื่อหาหลักฐานและเก็บข้อมูล โดยไม่ทำให้ทางโรงงานรู้ตัว ตำรวจต้องปลอมตัวเป็นชาวนา ทำการสอดส่อง เมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว ได้สนธิกำลังกับตำรวจนครไทจงประมาณ 50 นาย บุกล้อมและจู่โจมโรงงานดังกล่าว ตรวจพบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายได้ถึง 35 คน เนื่องจากจำนวนมาก ตำรวจต้องเช่ารถบัสพาคนงานเวียดนามเหล่านี้ ไปยังโรงพยาบาลซิ่วฉวนเพื่อตรวจโควิดด้วยเทคนิค PCR ยังดีที่ผลตรวจทั้งหมดเป็นลบ

ตำรวจจางฮั่วปลอมตัวเป็นชาวนาเก็บข้อมูล จู่โจมโรงงานขัดผิวโลหะ รวบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 35 คน

      โฆษกตำรวจกล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งข้อมูลว่าโรงงานขัดผิวโลหะขนาดใหญ่แห่งในตำบลเหอเหม่ยว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงาน แต่เนื่องจากโรงงานดังกล่าวอยู่กลางทุ่งนา หากคนทั่วไปเข้าใกล้อาจทำให้เกิดความสงสัย และเป็นการตีหญ้าให้งูตื่น ตำรวจจึงต้องปลอมตัวเป็นชาวนา ทำทีถอนหญ้าในนาข้าว แท้ที่จริงแล้วตรวจดูลาดราวก่อนเข้าจับกุม เมื่อพบข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจางฮั่ว ร่วมกับตำรวจไทจง จู่โจมเข้าจับกุมแรงงานผิดกฎหมายได้ทั้งหมด 35 คน ถือได้ว่าเป็นปฏิบัติการจับกุมครั้งที่มีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายทำงานอยู่ที่เดียวกันมากที่สุดในเมืองจางฮั่ว

มีภาพสอนการทำงานเป็นภาษาเวียดนามติดตามแผนกต่างๆ

      ตำรวจกล่าวว่า เหตุที่มีชาวบ้านร้องเรียน เพราะแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายจำนวนมากเหล่านี้ เข้าออกโรงงานมักจะส่งเสียงดัง วันหยุดยังพาเพื่อนนอกโรงงานมากินเลี้ยงสังสรรค์ รบกวนความสงบสุขของชาวบ้าน และยังถ่ายปัสสาวะ อุจจาระเรี่ยราดบนที่นาทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ จึงแจ้งความให้ตำรวจมาตรวจจับ

ตำรวจจางฮั่วปลอมตัวเป็นชาวนาเก็บข้อมูล จู่โจมโรงงานขัดผิวโลหะ รวบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 35 คน

      โฆษกตำรวจกล่าวเตือนว่า นายจ้างว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมายจะถูกปรับสูงสุด 750,000 เหรียญ หากทำผิดซ้ำใน 5 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับเงิน 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตำรวจจางฮั่วปลอมตัวเป็นชาวนาเก็บข้อมูล จู่โจมโรงงานขัดผิวโลหะ รวบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 35 คน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง