:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2564

  • 26 November, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
แรงงานเวียดนามแทงอดีตนายจ้างเสียชีวิต ศาลตัดสินจำคุก 15 ปี

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเผย กำลังรอการอนุมัติเปิดให้นำเข้าแรงงานไทย คาดจะมีข่าวดีในสัปดาห์หน้า ส่วนการนำเข้าแรงงานไทยในกรณีพิเศษเดินทางเข้ามาแล้ว 330 คน อีก 580 คนกำลังอยู่ระหว่างรอการเดินทาง

      หลังจากที่กระทรวงแรงงานประกาศเปิดให้นำเข้าแรงงานอินโดนีเซียเป็นชาติแรกตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา อีก 3 ชาติได้แก่แรงงานไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์จะสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้เมื่อไหร่ กลายเป็นประเด็นที่นายจ้าง บริษัทจัดหางานและแรงงานอีก 3 ชาติกำลังรอคอยข่าวคืบหน้าอย่างใจจดใจจ่อ กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า หน่วยงานไทยได้มีการประชุมหารือกับฝ่ายไต้หวัน ยอมให้ความร่วมมือเกี่ยวกับมาตรการป้องกันโรคของประเทศต้นทางตามที่ฝ่ายไต้หวันกำหนด และได้เสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและศูนย์บัญชาการควบคุมโรคแล้ว หากทุกอย่างราบรื่น น่าจะมีผลคืบหน้าในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างชาติที่จะเดินทางมาทำงานในไต้หวันรอบใหม่ในช่วงก่อน 14 ธันวาคม 2564 จะต้องรับการกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐ ซึ่งได้รับการจัดสรรเพียง 1,700 เตียง และหลังเปิดให้นำเข้าแรงงานอินโดนีเซีย 2 สัปดาห์ มีการนัดหมายและใช้บริการสถานที่กักตัวของรัฐไปแล้วกว่า 800 เตียง  จำนวนแรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางเข้ามาจริง 610 คน แบ่งเป็นผู้อนุบาล 495 คน และแรงงานในภาคการผลิต 115 คน

แรงงานไทยชุดแรก 111 คน ได้รับอนุญาตเดินทางมาทำงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นกรณีพิเศษเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 64 ในภาพเป็นบรรยากาศกอนออกเดินทางที่ท่าอากาศยานสุรรณภูมิ (ภาพจาก บจง.Thai Allright)

      แม้แรงงานไทยจะยังไม่ได้รับการประกาศเปิดให้เดินทางมาทำงานรอบใหม่ได้ แต่ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคได้อนุมัติหน่วยงานเจ้าของโครงการเมกะโปรเจกต์ อย่างโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถาน ได้แก่การไฟฟ้าไต้หวัน หรือ Tai Power นำเข้าแรงงานไทยมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถานในเถาหยวนจำนวนกว่า 400 คน โดยชุดแรก 111 คน เดินทางเข้ามาแล้วเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ชุดที่ 2 จำนวน 89 คนเดินทางเข้าไต้หวันเมื่อ 14 พ.ย. ชุดที่ 3 จำนวน 129 คน เดินทางเข้าไต้หวันในวันที่ 26 พ.ย. นี้ ที่เหลืออีก 100 คนเศษมีกำหนดจะเดินทางในวันที่ 3 ธันวาคมศกนี้ นอกจากนี้ ยังอนุมัติโครงการก่อสร้างสะพานตั้นเจียง ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำตั้นสุ่ยที่สวยงามและเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของไต้หวันในอนาคตอีก 175 คน จากที่ปัจจุบันแรงงานไทยทำงานอยู่แล้วกว่า 100 คน และยังมีโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 หรือเทอร์มินัล 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวนของกระทรวงคมนาคม ได้รับอนุมัตินำเข้าแรงงานไทยและเวียดนามเป็นกรณีพิเศษประมาณ 1,000 คน เบื้องต้นจะนำเข้าแรงงานไทย 400 คน โดยมีกำหนดจะนำเข้าชุดแรก 200 คนในวันที่ 14 ธ.ค. 64

ภาพจำลองสะพานตั้นเจียง ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำตั้นสุ่ยที่สวยงามและจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของไต้หวันในอนาคต ได้รับอนุญาตนำเข้าแรงงานไทยเป็นกรณีพิเศษอีก 175 คน จากที่ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่แล้วกว่า 100 คน

      นอกจากแรงงานไทยแล้ว โครงการก่อสร้างศูนย์นิทรรศการนครเถาหยวน ซึ่งล่าช้าในการก่อสร้างมาเป็นเวลานาน ได้รับอนุญาตนำเข้าแรงงานเวียดนาม 40 คน

      แรงงานไทยและเวียดนามที่ได้รับอนุญาตนำเข้าเป็นกรณีพิเศษข้างต้น ไม่ต้องไปกักตัวหรือไปแย่งเตียงของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ นายจ้างสามารถจองโรงแรมกักตัวให้ต่างหาก จึงไม่มีปัญหาเรื่องการจองห้องกักตัวของรัฐแต่อย่างใด

แรงงานไทยชุดที่ 2 จำนวน 89 คน ก่อนออกเดินทางมาทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถานในนครเถาหยวน (ภาพจาก บจง.Thai Allright)

2. ไม่กระทบนโยบายเปิดนำเข้าแรงงานรอบใหม่! ตรวจพบแรงงานอินโดนีเซียเดินทางเข้าไต้หวันใหม่ติดเชื้อโควิดหลายราย CECC ไต้หวันยืนยัน จะไม่มีผลต่อการเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติรอบใหม่

      เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายจวงเหรินเสียง โฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวันหรือ CECC ประกาศผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ติดต่อกันเป็นวันที่ 22 แล้ว มีเพียงผู้ป่วยติดเชื้อจากต่างประเทศ โดยในวันที่ 25 พ.ย. พบผู้ป่วยยืนยันที่ติดเชื้อโควิด-19 จากต่างประเทศ 10 ราย ในจำนวนนี้ มี 5 ราย เป็นผู้ฉีดวัคซีนโควิดครบโดสแล้วแต่ยังติดเชื้อ วันที่เดินทางเข้าไต้หวันอยู่ช่วงระหว่าง 10-23 พ.ย. ที่น่าสนใจคือมีผู้ติดเชื้อจากอินโดนีเซีย 4 ราย ในจำนวนนี้เป็นแรงงานอินโดนีเซียที่เพิ่งจะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าสู่ไต้หวันรอบใหม่ จึงมีการเกรงกันว่า หากแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาใหม่ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จะกระทบต่อนโยบายการเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติรอบใหม่หรือไม่

แรงงานอินโดนีเซียชุดแรก 7 คนเดินทางถึงไต้หวันแล้วเมื่อค่ำวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

      เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายหลัวอี๋จวิน รองหัวหน้าฝ่ายรับมือทางการแพทย์ของศูนย์บัญชาการควบคุมโรคกล่าวว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อจากอินโดนีเซีย 4 รายที่ถูกตรวจพบ เป็นแรงงานอินโดนีเซียเดินทางมาใหม่ถึง 2 ราย อย่างไรก็ตาม จะไม่กระทบต่อนโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติแต่อย่างใด โดยช่วงเข้าหน้าหนาวเมื่อปีที่แล้ว ก็พบแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาใหม่ติดเชื้อค่อนข้างมาก บางวันปรากฎ 10-20 รายก็มี

      นายหลัวอี๋จวินกล่าวว่า CECC มีกฎระเบียบที่เข้มงวดสำหรับการเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติรอบใหม่ แรงงานต่างชาติทุกรายสามารถตรวจสอบประวัติการติดเชื้อได้ จึงไม่ต้องกังวลว่า จะเกิดการแพร่ระบาดจนเป็นเหตุให้กำลังการรองรับทางการแพทย์ไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้ต้องระงับการเดินทางอีกรอบ และจะไม่มีการระงับการเดินทางอันเนื่องมาจากตรวจพบแรงงานต่างชาติบางประเทศติดเชื้อหลายราย

ตรวจพบแรงงานอินโดนีเซียเดินทางเข้าไต้หวันใหม่ติดเชื้อโควิดหลายราย CECC ไต้หวันยืนยัน ไม่กระทบนโยบายเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติรอบใหม่

      นายหลัวอี๋จวินกล่าวอีกว่า แรงงานต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นภาคครัวเรือนหรือภาคการผลิต ล้วนมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษกิจและสังคมของไต้หวันเป็นอย่างมาก ประกอบกับแรงงานต่างชาติที่เปิดให้นำเข้ารอบใหม่ ส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม แม้จะติดเชื้อ แต่อาการไม่รุนแรง และภาระในการรักษาพยาบาลไม่มาก จึงเรียกร้องไม่ควรแตกตื่น

ตรวจพบแรงงานอินโดนีเซียเดินทางเข้าไต้หวันใหม่ติดเชื้อโควิดหลายราย CECC ไต้หวันยืนยัน ไม่กระทบนโยบายเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติรอบใหม่

      ทั้งนี้ ไต้หวันกำหนดให้นายจ้างจะต้องซื้อประกันสุขภาพต่างหากในวงเงินคุ้มครอง 500,000 เหรียญให้กับแรงงานต่างชาติที่นำเข้าทุกคน เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล กรณีแรงงานต่างชาติที่ตนนำเข้าติดเชื้อโควิด-19 จากประเทศต้นทาง ระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน เบี้ยประกัน 1,000 เหรียญเศษ กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่อเป็นการลดภาระทางการเงินแก่รัฐบาล หากแรงงานต่างชาติได้รับการยืนยันติดเชื้อโควิดจากประเทศต้นทาง ค่ารักษาพยาบาลในวงเงินไม่เกิน 500,000 เหรียญ เบิกจากบริษัทประกันภัย ส่วนที่เกินกว่า 500,000 เหรียญ รัฐบาลยังคงช่วยจ่ายให้เหมือนเดิม

ตรวจพบแรงงานอินโดนีเซียเดินทางเข้าไต้หวันใหม่ติดเชื้อโควิดหลายราย CECC ไต้หวันยืนยัน ไม่กระทบนโยบายเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติรอบใหม่

      ช่วงปลายปี 2563 และต้นปี 2564 มีแรงงานอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่เดินทางมาใหม่กว่า 544 คน แม้จะมีใบรับรองผลตรวจโควิดเป็นลบ ถูกตรวจพบติดเชื้อระหว่างกักตัว 14 วัน ไต้หวันช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปแล้วร่วม 100 ล้านเหรียญไต้หวัน ค่ารักษาพยาบาลแต่ละคนเฉลี่ยอยู่ที่  182,000 เหรียญไต้หวัน  

3. อารมณ์ชั่ววูบแทงเพื่อนร่วมงานดับ แรงงานไทยถูกศาลไต้หวันตัดสินจำคุก 8 ปี

      เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ ที่นิคมอุตสาหกรรมลิ่วตู่ในเมืองจีหลง เกิดคดีแทงกันตายระหว่างแรงงานไทยคดีหนึ่ง คู่กรณีมีเรื่องระหองระแหงกันมาก่อนอยู่แล้ว วันเกิดเหตุมีเรื่องทะเลาะกันอีก คนแทงไม่พอใจผู้ตายต่อยและยั่วยุตน ใช้มีดปอกผลไม้แทงหน้าอกตัดขั้วหัวใจทำให้เสียชีวิตคาที่ และเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นจีหลงตัดสินจำคุกจำเลย 8 ปี ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ชีวิต    

หลังแทงเพื่อนเสียชีวิต นายบัญชาตกใจจนพูดจาไม่ออก นั่งอยู่บนเตียงจนตำรวจมาถึง

      คดีฆาตกรรมนี้ เกิดขึ้นวันที่ 14 พ.ค. ปีนี้ เวลาประมาณ 21.00 น. คนแทงคือนายบัญชา บุ้งต่อบัว อายุ 55 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดนครสวรรค์ ส่วนผู้ตายคือนายสามารถ สนิมคล้ำ อายุ 36 ปี จากอุดรธานี ทั้งสองเดินทางมาทำงานในโรงงานเดียวกัน ได้แก่ Taimatsu Tech โรงงานผลิตแบตเตอรี่ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมลิ่วตู่ ในเมืองจีหลง ปกติขัดแย้งเหมือนไม้เบื่อไม้เมาอยู่แล้ว วันที่เกิดเหตุ นายบัญชาถูกนายสามารถต่อยจนล้ม 2 ครั้ง เกิดความแค้น ชักมีดปอกผลไม้ที่เหน็บไว้ที่เอวสำหรับป้องกันตัวออกมา จ้วงแทงที่หน้าอกด้านซ้ายของนายสามารถอย่างแรงจนตัดขั้วหัวใจ หลังถูกแทง นายสามารถยังวิ่งออกมาจากห้องขอความช่วยเหลือ แต่เนื่องจากบาดแผลลึกและเสียเลือดมาก วิ่งออกมานอกหอพักแล้วล้มลงกับพื้น เพื่อนแรงงานไทยคนอื่นๆ รีบแจ้งหัวหน้างานโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจและรถพยาบาลมาถึงนำนายสามารถส่งรักษาที่โรงพยาบาล แต่เสียชีวิตระหว่างทางก่อนถึงโรงพยาบาล

ตำรวจจากสถานีตำรวจจีหลงเดินทางไปตรวจสอบคดีแรงงานไทยแทงเพื่อนตายในโรงงาน

      หลังก่อเหตุ นายบัญชาตกใจจนพูดจาไม่ออก นั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงจนตำรวจมาถึง จับกุมและส่งดำเนินคดี ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่านายบัญชาไม่มีเจตนาจะฆ่านายสามารถถึงตาย เนื่องจากกำลังวังชาสู้ผู้ตายที่หนุ่มกว่าไม่ได้ และเคยถูกผู้ตายชกต่อยทำร้ายร่างกายหลายครั้ง จึงพกมีดไว้ป้องกันตัว แต่พลาดท่าแทงนายสามารถถึงแก่ชีวิต ไม่ได้ฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป ประกอบกับจำเลยให้ความร่วมมือและรับสารภาพ จึงตัดสินจำคุก 8 ปี  ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ชีวิต    

      คำพิพากษาของศาลระบุว่า คืนเกิดเหตุ นายบัญชาขี่จักรยานกลับเข้ามาหอพัก แต่ถูกนายสามารถต่อยที่หัวจนสลบโดยไม่รู้สาเหตุ หลังได้สติ ลุกขึ้นเดินกลับที่หอพัก คิดจะเข้าไปต่อว่า แต่ไม่กล้า เพราะคู่กรณีหนุ่มและมีพละกำลังดีกว่า จึงซ่อนมีดปอกผลไม้เหน็บไว้ที่เอวป้องกันตัว แต่ขณะเดินออกจากหอพักเจอกับผู้ตายอีก จึงต่อว่าทำไมต่อยตน ผู้ตายสวนด้วยหมัด จึงชักมีดออกมาต่อสู้ ทั้งคู่กอดปล้ำและยื้อแย่งมีดอยู่นานจนอ่อนแรง นายบัญชาถูกมีดตัวเองแทงที่ขาได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายสามารถวิ่งหนีไป นายบัญชาจึงเดินกลับไปนอนที่ห้องพัก แต่ผู้ตายและเพื่อนคุยกันเสียงดังทำให้นอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นออกไปต่อว่า ทั้งสองเกิดการชกต่อยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ นายบัญชาควักมีดปอกผลไม้ออกมาต่อสู้อีก ทั้งสองยื้อแย่งกันและมีดแทงเข้าที่หน้าอกของนายสามารถจนเสียชีวิต นายบัญชารับสารภาพต่อศาลว่าเป็นคนแทงนายสามารถ ทำไปเพราะบันดาลโทสะ แต่เพียงใช้มีดป้องกันตัวแล้วพลาด ไม่มีเจตนาแทงผู้ตายถึงแก่ชีวิต โดยคิดว่า เมื่อถูกแทงผู้ตายจะหยุดทำร้ายตน หลังเกิดเหตุรู้สึกเสียใจที่เกิดอารมณ์ชั่ววูบแทงเพื่อนจนตาย

มีดที่ใช้ก่อเหตุ

      คำพิพากษาของศาลระบุว่า จากภาพถ่ายและรายงานบาดแผลของนิติเวช ไม่สามารถยืนยันได้ว่า นายบัญชามีเจตนาแทงที่จุดอันตราย ประกอบพยานหลักฐานอื่นๆ รวมทั้งการให้ความร่วมมือโดยดีของจำเลย จึงตัดสินจำคุก 8 ปี ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ชีวิต แต่ไม่ใช้ข้อหาฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป

      แม้ศาลจะปรานีตัดสินในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ชีวิต แต่แทนที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่น เช่นร้องเรียนต่อนายจ้าง หรือต่อหน่วยงาน กลับใช้วิธีประจันหน้ากัน และอารมณ์ชั่ววูบ ต้องถูกจำคุกถึง 8 ปี เป็นเรื่องไม่คุ้มจริงๆ

4. แทงอดีตนายจ้างดับ ศาลตัดสินจำคุกแรงงานเวียดนาม 15 ปี

      นายเล แรงงานเวียดนามอายุ 43 ปี สันนิษฐานว่า สื่อสารกับนายหลี่ อดีตนายจ้างไม่รู้เรื่อง เกิดเหตุทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนลาออกจากงานย้ายนายจ้างใหม่ แต่เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ทั้งสองเผชิญหน้ากันอีกในร้านอาหารเวียดนามแห่งหนึ่งในตำบลเน่ยผู่ เมืองผิงตง เกิดการทะเลาะอีก นายเลหลังดื่มสุรา คว้ามีดปลายแหลมความยาว 23.5 ซม. จากในครัวของร้านอาหารแท่งไปด้านหลังของนายหลี่อย่างแรง ทำให้นายหลี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ล้มฟุบจมกองเลือด จากนั้นหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในห้องส้วมของร้านอาหาร เจ้าของร้านรีบโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงส่งนายหลี่ไปรักษาฉุกเฉิน แต่เนื่องจากเสียเลือดมาก แพทย์ไม่สามารถช่วยกู้ชีวิตได้ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล

แรงงานเวียดนามแทงอดีตนายจ้างเสียชีวิต ศาลตัดสินจำคุก 15 ปี

      ส่วนนายเลถูกตำรวจจับคาห้องส้วม ส่งดำเนินคดี เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นเมืองผิงตงตัดสินจำคุกนายเล 15 ปี ข้อหาฆ่าคน คำพิพากษาระบุว่า จำเลยและผู้ตายแม้จะเคยทะเลาะกัน แต่ไม่ถึงขั้นอาฆาตแค้น ที่สำคัญคือหลังเกิดเหตุหลบหนีไม่ได้โทรแจ้งรถพยาบาลช่วยเหลือผู้ตาย อีกทั้งปฏิเสธทุกข้อหา ทั้งที่มีพยานหลักฐานชัดเจน จึงตัดสินจำคุก 15 ปี พ้นโทษแล้วให้เนรเทศกลับประเทศ ห้ามเดินทางเข้าไต้หวันตลอดไป   

แรงงานเวียดนามแทงอดีตนายจ้างเสียชีวิต ศาลตัดสินจำคุก 15 ปี

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง