:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564

  • 03 December, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
ตำรวจตามไปจับหนุ่มเวียดนามถึงหอพัก พบนอนในห้องและขัดขืนการจับกุม

1. ข่าวดี! กระทรวงแรงงานเตรียมอนุญาตในปีหน้า ให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานดีอยู่ทำงานและตั้งถิ่นฐานในไต้หวันได้ตลอดไป เน้นว่า หากไม่ทำ อาจส่งผลให้แรงงานไต้หวันตกงานตามด้วย

      ท่ามกลางที่ประเทศคู่แข่งอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานด้วยการเสนอเงื่อนไขที่น่าสนใจดึงดูดแรงงานจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไปทำงาน ไต้หวันซึ่งมีข้อด้อยคือค่าจ้างต่ำกว่า จะรับมือสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร? ประเด็นนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันไม่เพิกเฉยอีกต่อไป กำลังทำแผนใหม่คาดประกาศใช้ครึ่งแรกของปีหน้า เผยใช้เงื่อนไขที่ง่ายกว่าญี่ปุ่นและเกาหลี เพื่อดึงดูดให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานดีมีฝีมือ สามารถอยู่ทำงานและตั้งถิ่นฐานในไต้หวันได้ตลอดไป โดยไม่ถูกจำกัดแค่ 12 ปีหรือ 14 ปีอย่างในปัจจุบัน

ภาพแรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว นครเถาหยวน

      แม้ว่าไต้หวันจะเริ่มเปิดให้แรงงานต่างชาติทยอยเดินทางมาทำงานได้ใหม่อีกครั้งตั้งแต่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่แทบจะช่วยแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานอะไรไม่ได้เลย และที่ทำให้ไต้หวันต้องผวาคือ ญี่ปุ่น ซึ่งจ่ายค่าจ้างสูงกว่า เตรียมประกาศดึงดูดแรงงานต่างชาติเข้าประเทศด้วยมาตรการที่น่าสนใจ ยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานของไต้หวันซึ่งอยู่ในภาวะรุนแรงเป็นไปด้วยความลำบากมากขึ้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายไช่ม่งเหลียง อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า กำลังร่างแผนดึงดูดแรงงานต่างชาติที่ทำงานดี มีอายุงานครบ 6 ปีขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ สามารถอยู่ทำงานและตั้งถิ่นฐานในไต้หวันต่อไปได้โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลาทำงานอีกต่อไป แต่เฉพาะแรงงานภาคการผลิตและภาคสวัสดิการสังคมที่อนุญาตเปิดให้นำเข้าได้เท่านั้น ไม่อนุญาตเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติในภาคบริการ

ภาพแรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว นครเถาหยวน

      นายไช่ม่งเหลียงกล่าวว่า โครงสร้างประชากรไต้หวันแปรเปลี่ยนไป นโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติก็ต้องทบทวนเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เพื่อที่แก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน ไต้หวันจะไม่ใช้ระบบควบคุมเพดานจำนวนแรงงานต่างชาติอีกต่อไป แต่จะใช้ดัชนีเตือนภัยด้านแรงงานมาแทนที่ เพื่อให้การบริหารแรงงานต่างชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนี้ เพื่อจะดึงดูดแรงงานต่างชาติที่ทำงานดี มีฝีมือและสื่อสารกับนายจ้างได้ ให้อยู่ทำงานและตั้งถิ่นฐานในไต้หวันได้ตลอดไป จะเลียนแบบประเทศญี่ปุ่น แต่จะมีเงื่อนไขง่ายกว่า กล่าวคือแรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับข้อกำหนด อาทิ ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป ทำงานดี มีฝีมือ ผ่านระบบทดสอบฝีมือหรือสอบวัดภาษาและนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างที่สูงกว่าตามกำหนด สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้ เมื่อทำงานครบ 5 ปีขึ้นไป ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้  

นายไช่ม่งเหลียง อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า เครื่องจักรที่ทันสมัยขนาดไหน ก็มิอาจทดแทนมนุษย์ได้ บางคนกล่าวว่า เพิ่มค่าจ้างให้สูงขึ้น ก็จะหาแรงงานท้องถิ่นได้เอง แต่ข้อเท็จจริงคือบางกิจการเพิ่มค่าจ้างสูงขนาดไหนก็มิอาจหาคนงานท้องถิ่นเข้าทำงานได้ อีกทั้งผู้ประกอบการในไต้หวันร้อยละ 98 เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กำลังความสามารถในการเพิ่มค่าจ้างสู้ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ โดยเฉพาะงานที่ที่ขาดแคลนคนงานในปัจจุบัน ล้วนเป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย หนุ่มสาวไต้หวันไม่ประสงค์จะทำกัน ขณะที่แรงงานอายุสูงก็ไร้กำลังวังชาที่จะทำงานประเภทนี้ หากหาคนงานเข้าทำงานไม่ได้ ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ ถึงเวลานั้น จะทำให้แรงงานท้องถิ่นเดือดร้อนตกงานไปด้วย

ภาพแรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว นครเถาหยวน

      อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงานผู้นี้กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน เมื่อเทียบกับแรงงานท้องถิ่น ถือว่ามีอัตราส่วนที่น้อยมาก กล่าวคือ แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตครองสัดส่วนเพียง 3.76% ของแรงงานท้องถิ่น ส่วนแรงงานภาคสวัสดิการสังคมครองสัดส่วน 1.94% ดังนั้นการเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้น จึงไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องคำนึงว่าจะแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานได้หรือไม่ และไม่ส่งผลกระทบต่อโอกาสการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเป็นหลัก โดยกระทรวงแรงงานจะเปลี่ยนนโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติจากการนำเข้าเพื่อทดแทนภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยการควบคุมเพดานจำนวนแรงงานต่างชาติ ใช้ดัชนีเตือนภัยด้านแรงงานมาเป็นเครื่องมือควบคุม

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง

      เมื่อปี 2561 คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติของไต้หวัน ได้ผลักดันร่างกฎหมายคนเข้าเมืองและเศรษฐกิจใหม่ ให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 6 ปี มีฝีมือและนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างโดยเฉลี่ยต่อเดือน 41,393 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ จะไม่ถูกจำกัดระยะเวลาทำงานเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้เนื่องจากครอบคลุมกว้างเกินไป มีบางประเด็นที่สมาชิกสภานิติบัญญัติไม่เห็นด้วย ทำให้ไม่ผ่านสภา ปัจจุบัน ภาวะขาดแคลนแรงงานนับวันรุนแรงและต้องเผชิญกับการแข่งขันจากประเทศอื่น กระทรวงแรงงานจึงผลักดันใหม่ โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย เป็นคำสั่งบริหาร โดยเปลี่ยนแรงงานต่างชาติไร้ฝีมือตามที่กำหนดในกฎหมายการจ้างงานมาตรา 46 ข้อที่ 8-10 ได้แก่ลูกเรือประมง แรงงานในภาคครัวเรือนและแรงงานในภาคการผลิต ซึ่งถูกจำกัดระยะเวลาทำงานไม่เกิน 12 ปี และ 14 ปี เปลี่ยนเป็นแรงงานต่างชาติในมาตราเดียวกัน แต่เป็นข้อที่ 11 ซึ่งไม่จำกัดระยะเวลาทำงาน เป็นตำแหน่งงานที่มีลักษณะพิเศษ เป็นบุคลากรที่ขาดแคลนในประเทศ และมีความจำเป็นต้องว่าจ้างเข้าทำงาน

ในอนาคต แรงงานต่างชาติที่ทำงานดี มีฝีมือ มีโอกาสทำงานและตั้งถิ่นฐานในไต้หวันโดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลา

      กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า ในอนาคต แรงงานต่างชาติที่ทำงานดี อายุงานครบ 6 ปี ผ่านการทดสอบฝีมือแรงงานและนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด หลังได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานแล้ว สามารถเปลี่ยนเป็นแรงงานข้อที่ 11 มาตรา 46 กฎหมายการจ้างงานได้ ซึ่งก็คือแรงงานกึ่งฝีมือนั่นเอง ไม่ถูกจำกัดระยะเวลาทำงานอีกต่อไป หากทำงานครบ 5 ปี มีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร ไม่เพียงแต่มีเงินบำนาญ ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ยังสามารถมาทำงานที่ไต้หวันได้โดยไม่จำกัดว่าทำงานในภาคการผลิตหรือภาคสวัสดิการสังคม โดยในขณะนี้ กระทรวงแรงงานกำลังอยู่ระหว่างร่างกฎระเบียบปลีกย่อย อาทิ กำหนดเงื่อนไขด้านค่าจ้างและทักษะการทำงาน เนื่องจากไม่ต้องแก้กฎหมาย สามารถออกเป็นคำสั่งบริหาร ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะประกาศมีผลบังคับใช้ได้ก่อนกลางปี 2565

ในอนาคต แรงงานต่างชาติที่ทำงานดี มีฝีมือ มีโอกาสทำงานและตั้งถิ่นฐานในไต้หวันโดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลา

2. ไต้หวันฉีดวัคซีนโควิดแก่แรงงานหลบหนีและชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า เน้นไม่ตรวจสอบ ไม่จับกุม ไม่ติดแบล็คลิสต์และฉีดฟรี ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 ม.ค. 65

      ปริมาณวัคซีนโควิด-19 ที่ไต้หวันสั่งซื้อทยอยส่งมาถึง ทำให้มีเพียงพอที่จะฉีดให้ประชาชนตามกำหนดเวลา ส่งผลให้อัตราการฉีดวัคซีนเข็มแรก 78% เข็มที่ 2 ครอบคลุม 57% แต่เนื่องจากสถานการณ์ในต่างประเทศยังคงรุนแรง ประกอบกับมีเซื้อโควิดกลายพันธุ์ที่ร้ายแรงกว่า ชื่อว่า โอมิครอน แพร่ระบาดในหลายประเทศ นายซูเจินชาง นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมสภาบริหาร ขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ และกระทรวงยุติธรรม จัดตั้งเครือข่ายคุ้มครองและป้องกันแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยเน้นว่า ช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เป็นช่วงตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย แต่ต้องการให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเหล่านี้ออกมารับการฉีดวัคซีนด้วยความสบายใจ

แรงงานหลบหนีและชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า เข้ารับการฉีดวัคซีนฟรีได้ โดยไม่ถูกตรวจสอบ ไม่จับกุม และไม่แปล็คลิสต์ ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 ม.ค. 65

      ซูเจินชางกล่าวว่า ปัจจุบัน ในไต้หวันมีวัคซีนที่เพียงพอ ทั้งในด้านของปริมาณและยี่ห้อ โดยวัคซีนที่ส่งมาถึงไต้หวันแล้ว มีจำนวน 37 ล้านโดส แต่ยังฉีดไม่หมด 9.5 ล้านโดส โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งไม่กล้าออกมารับวัคซีน เนื่องจากเกรงจะถูกจับ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ป้องกันมิให้เกิดช่องโหว่ จึงควรฉีดวัคซีนให้แก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายทั้งหมด ส.ส. พรรคพีเพิลปาร์ตี้ กล่าวในสภาว่า ไม่ใช่แค่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจำนวนกว่า 50,000 คนเท่านั้น ยังควรขยายการฉีดไปถึงชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าอีกกว่า 30,000 คนด้วย

แรงงานหลบหนีและชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า เข้ารับการฉีดวัคซีนฟรีได้ โดยไม่ถูกตรวจสอบ ไม่จับกุม และไม่แปล็คลิสต์ ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 ม.ค. 65

      ด้านกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประกาศโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ชาวต่างชาติผิดกฎหมายในไต้หวันที่ประสงค์จะขอรับการฉีดวัคซีนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึง 31 ม.ค. ปีหน้า โดยเน้นว่า ไม่ตรวจสอบ ไม่จับกุมและไม่เก็บค่าใช้จ่าย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันแล้วอยู่เลยกำหนดวีซ่า สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดได้ฟรี โดยติดต่อผ่านองค์กร NGO และสำนักงานแรงงานประเทศผู้ส่งออกแรงงาน ทั้งนี้ ในระหว่างการฉีดจะไม่มีการตรวจสอบหรือจับกุมใดๆ ทั้งสิ้น หากมีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ จะอำนวยความสะดวกและจำกัดการเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน ขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนด้วยความสบายใจได้ ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของชาวต่างชาติเองและเพื่อนๆ

      จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2564 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย มี 54,275 คน ในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียหลบหนีมากที่สุด 25,933 คน รองลงมาเป็นแรงงานเวียดนาม 24,788 คน อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์หลบหนี 2,436 คน ส่วนคนงานไทยแม้จะมีจำนวนหลบหนีน้อยสุด แต่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทะลุหลักพันแล้ว โดยมี 1,117 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 937 คน เพศหญิง 180 คน

เมืองหนานโถวฉีดวัคซีนให้แก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

3. กระทรวงแรงงานถูกสภาตรวจสอบติติงระบบป้องกันและตรวจสอบการอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติบกพร่อง ปล่อยสาวเวียดนามค้ามนุษย์ ตั้ง 19 บริษัทนอมินีนำเข้าแรงงานชาติเดียวกัน 126 คน โกยเงินกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน

      กรณีที่มีการจัดตั้งบริษัทจัดหางานและบริษัทนอมินียื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ แล้วจัดส่งไปทำงานในไซต์งานก่อสร้าง ขูดรีดแรงงานด้วยการหักค่าจ้างในรายการต่างๆ เข้ากระเป๋าบริษัท ถูกสภาตรวจสอบติติงว่าบกพร่องในหน้าที่ด้านการป้องกันและตรวจสอบการอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติ ปล่อยให้กลุ่มมิจฉาชีพหากินกับแรงงานต่างชาติ และต้องปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน เพื่อป้องกันเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีก ด้านกระทรวงแรงงานกล่าวว่า มีการทบทวนและหารือกับหน่วยงานต่างๆ แก้ไขปรับปรุงระบบการป้องกันและตรวจสอบดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งกองแรงงานลงโทษปรับบริษัทจัดหางานกระทำผิดกฎหมายการจ้างงานจำนวน 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่วนคดีฉ้อโกงและค้ามนุษย์ อัยการส่งศาลท้องถิ่นไทจงดำเนินคดีตามกฎหมาย

จับแก๊งค้ามนุษย์ โดยมีสาวเวียดนามเป็นหัวโจก ขูดรีดแรงงานชาติชาติเดียวกัน 126 คน

      คดีนี้ เกิดขึ้นที่นครไทจง นางเตียว อายุ 42 ปี หญิงชาวเวียดนามที่มาแต่งงานและได้บัตรประชาชนของไต้หวัน พร้อมพวก เนื่องจากเล็งเห็นภาคการก่อสร้างของไต้หวันขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จึงตั้งบริษัทจัดหางานและบริษัทนอมินี 19 บริษัท โดยให้คนรู้จักสลับกันเป็นผู้บริหาร เช่าบ้านชาวบ้านเป็นที่ตั้งโรงงาน ทำเอกสารปลอมและบัญชีรายชื่อพนักงานปลอม ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่อกระทรวงแรงงาน นอกจากนี้ ยังฉวยโอกาสขณะช่วยนายจ้างยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ ปลอมแปลงข้อมูล เพิ่มโควตานำเข้าแรงงานต่างชาติโดยพลการ โดยที่นายจ้างไม่ทราบ โควตาส่วนที่เกินรวมกับที่นำเข้าเองในช่วง 3 ปีที่ผ่าน รวม 126 คน ใช้วิธีข่มขู่บังคับให้แรงงานเวียดนามที่นำเข้าไปทำงานตามไซต์งานก่อสร้างต่างๆ โดยหักค่าจ้าง 50% ทุกคน ขูดรีดเงินทองจากหยาดเหงื่อแรงงานชาติเดียวกันไปแล้วกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน นางเตียวถูกตำรวจจับรวมกับพวก 35 คน ส่งดำเนินคดี ข้อหาฉ้อโกง ตั้งองค์กรอาชญากรรมและค้ามนุษย์

สาวเวียดนามตั้ง 19 บริษัทว่างเปล่าที่มีแต่ชื่อ แต่ไม่มีสินทรัพย์ เพื่อยื่นขอนำเข้าแรงงานเวียดนาม

      สำนักงานอัยการนครไทจงแถลงว่า นางเตียวอวี้หง หญิงชาวเวียดนามที่มาแต่งานและตั้งรกรากอยู่ที่นครไทจง และเป็นผู้กว้างขวางในกลุ่มชาวเวียดนามด้วยกัน หลังจากโอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวันแล้ว เมื่อปี 2560 เคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภานครไทจง ชูนโยบายช่วยแก้ปัญหา และเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติผู้ด้อยโอกาส แต่สอบตกไม่ได้รับเลือกตั้ง นางเตียว ซึ่งทำมาหากินกับแรงงานชาติเดียวกันอยู่แล้ว เล็งเห็นภาคการก่อสร้างขาดแคลนแรงงานรุนแรง จึงเบนเข็มนำเข้าแรงงานเวียดนาม

ตำรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก

4. พิษรักแรงหึง! แรงงานเวียดนามวัย 40 ปีสงสัยเมียสาว 25 ปีมีชู้ ใช้มีดปอกผลไม้แทงดับ หนีไปกบดานที่หอพักฮึดสู้ตำรวจโดนจับ

      เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.30 น. ที่เขตซี่จื่อในนครนิวไทเป เกิดเหตุฆาตกรรมคดีหนึ่ง ผู้ตายเป็นแรงงานหญิงเวียดนามอายุ 25 ปี ส่วนคนฆ่าคือนายฝ่ามผู้เป็นสามี อายุ 40 ปี นายฝ่ามสงสัยภรรยาสาวไปมีชู้กับชายอื่น ใช้มีดปอกผลไม้แทงที่อกของภรรยาอย่างไม่ยั้ง จนผู้หญิงล้มนอนจมกองเลือดเสียชีวิต จากนั้นหลบหนีกลับไปนอนที่หอพักโรงงาน ถูกตำรวจตามไปจับกุมดำเนินคดีข้อหาฆ่าคน

ตำรวจปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุและมีดที่ใช้ก่อคดี

      ตำรวจซี่จื่อกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากแรงงานเวียดนามที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า เกิดคดีฆาตกรรมในบ้านพักตู้คอนเทนเนอร์แห่งหนึ่งในซอยถนนฝูเต๋อ ตำรวจรุดไปที่เกิดเหตุ พบหญิงเวียดนามนอนหงายอยู่ในบ้านพักที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ที่อกถูกมีดแทงหลายแผลเสียชีวิตแล้ว ตำรวจปิดกั้นที่เกิดเหตุ และเรียกเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันสอบปากคำแรงงานเวียดนามที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า มือมีดคือนายฝ่าม ทำงานอยู่ในเขตซี่จื่อ เนื่องจากสงสัยภรรยาสาวชาติเดียวกัน มีชู้กับชายอื่น ทะเลาะกันเสียงดังและเกิดอาการหึงหวงสุดขีด ใช้มีดปอกผลไม้จ้วงแทงหน้าอกภรรยาอย่างไม่ยั้งหลายแผล จนล้มฟุบกองกับพื้นจึงหลบหนีไป ตำรวจโทรแจ้งนายจ้างพาไปจับที่หอพักโรงงาน

ตำรวจตามไปจับหนุ่มเวียดนามถึงหอพัก พบนอนในห้องและขัดขืนการจับกุม

      เมื่อตำรวจเข้าไปในหอพัก พบนายฝ่ามนอนบนเตียงที่มีมุ้งกางและเหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นสุรา ตำรวจแหวกมุ้งเรียกให้นายฝ่ามลุกขึ้นจากที่นอน นายฝ่ามขัดขืนฮึดสู้ตำรวจ แถมยังมือถือมีดฟันไปที่คอของตัวเองทำท่าฆ่าตัวตาย ถูกตำรวจสกัดไว้ทันส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์พบรอยแผลที่คอยาวประมาณ 10 ซม. แต่ไม่ลึกไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต หลังทำแผลเสร็จตำรวจควบคุมตัวนายฝ่ามกลับโรงพักสอบปากคำ นายฝ่ามให้การว่า ตนเสียใจมากที่ดื่มสุราจนมีอาการเมาและคุมสติไม่ได้ ฆ่าภรรยาที่รักจนเสียชีวิต แต่สายไปเสียแล้ว หลังสอบปากคำ ตำรวจควบคุมตัวส่งให้อัยการที่สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นซื่อหลินดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคน  

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง