ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 21 เมษายน 2564

  • 21 April, 2021
หน้าสถานีรถไฟจงลี่ เป็นแหล่งชุมนุมของแรงงานไทย เป็นที่ตั้งร้านอาหารไทยจำนวนมาก

1. เตือน! แรงงานไทยที่เตรียมเดินทางไปทำงานไต้หวัน ควรพกมือถือและซิมของไต้หวันติดตัวไปด้วย หากไม่มีให้เตรียมเงิน 600-1,000 เหรียญ เพื่อซื้อซิมการ์ดในสนามบินเถาหยวน ใช้ลงทะเบียนระบบกักตัวออนไลน์

          กระทรวงแรงงานไต้หวันส่งหนังสือแจ้งเตือนนายจ้างและบริษัทจัดหางาน ก่อนนำเข้าแรงงานต่างชาติ จะต้องช่วยแรงงานต่างชาติกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ก่อนการเดินทาง 48 ชั่วโมง พร้อมทั้งแจ้งให้บริษัทจัดหางานต่างประเทศที่เป็นคู่ค้า ต้องแจ้งเตือนให้แรงงานต่างชาติ หากมีโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดเลขหมายโทรศัพท์ของไต้หวัน ต้องพกติดตัวมาด้วย หากไม่มีต้องพกเงิน 600-1,000 เหรียญติดตัว เพื่อซื้อซิมการ์ดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ขณะเข้าเมือง สำหรับลงทะเบียนระบบกักตัวออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการติดตามตรวจสอบระหว่างการกักตัว

แรงงานฟิลิปปินส์กลุ่มหนึ่งกำลังลงจากเครื่องเข้าสู่สนามบินเถาหยวน

2. ไม่ได้ถูกยักยอก! เดินทางเข้าไต้หวันขอเงินชดเชยกักตัวไม่ได้ คิดว่าถูกล่ามอม ทางการระบุ ผู้เดินทางออกจากไต้หวันหลัง 17 มี.ค. 63 แล้วกลับเข้ามาใหม่ ไม่มีสิทธิ์ขอรับเงินชดเชยขาดรายได้ระหว่างกักตัว 14 วัน

          ช่วงนี้มีแรงงานไทยหลายรายร้องเรียนว่า เดินทางเข้าไต้หวันใหม่พร้อมกับเพื่อนโรงงานเดียวกัน คนอื่นได้รับเงินชดเชยวันละ 1,000 เหรียญไต้หวันเป็นเวลา 10 วัน หรือ 10,000 เหรียญไต้หวันเรียบร้อยแล้ว โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัว แต่ตนยังไม่ได้รับ ล่ามบอกว่า ทางการปฏิเสธที่จะจ่าย เกรงว่าจะถูกล่ามยักยอก ขอให้ช่วยตรวจสอบ หลังสำนักงานแรงงานไทยตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันแล้วพบว่า แรงงานไทยที่ไม่ได้รับเงินชดเชย เป็นเพราะพึ่งเดินทางออกจากไต้หวันหลัง 17 มี.ค. 63 แล้วกลับเข้ามาใหม่ ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันเคยออกประกาศเตือนภัยการเดินทางไปประเทศที่เป็นเขตพื้นเสี่ยงระดับ 3 ขึ้นไป (รวมทุกประเทศ) จะไม่มีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือขาดรายได้ในระหว่างกักตัว 14 วัน

แรงงานไทยบางคนร้องเรียนไม่มีสิทธิ์รับเงินชดเชยระหว่างกักตัว เพราะขัดคำสั่งของศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวันที่ประกาศเตือน หลีกเลี่ยงเดินทางไปประเทศที่ถูกจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงระดับ 3 ขึ้นไป ซึ่งรวมทุกประเทศ หลังวันที่ 17 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา

          แรงงานไทยที่ร้องเรียนดังกล่าว ไม่ทราบว่าตนฝ่าฝืนคำสั่งของศูนย์ฯ ทำให้หมดสิทธิ์รับเงินชดเชย ไม่ใช่ถูกล่ามยักยอกอย่างที่เข้าใจ จึงขอย้ำเตือนแรงงานไทยที่จะเดินทางกลับบ้านไปพักร้อน ไปเยี่ยมญาติหรือไปทำธุระส่วนตัวในช่วงนี้ ต้องระวังสิทธิประโยชน์ข้อนี้ด้วย

ผู้เดินทางออกจากไต้หวันหลังวันที่ 17 มีนาคม 2563 แล้วเดินทางกลับมาทำงานใหม่ ไม่มีสิทธิ์รับเงินชดเชยขาดรายได้ระหว่างกักตัว 14 วัน

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน ประกาศเมื่อ 1 เมษายน 2564 เปิดให้แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางออกนอกไต้หวัน ยื่นขออนุญาตเดินทางกลับเข้ามาใหม่ได้อีกครั้ง (Re-Entry) ตั้งแต่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นแรงงานอินโดนีเซียที่ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคยังไม่ได้ยกเลิกคำสั่งระงับการเดินทางเข้าไต้หวันชั่วคราว แต่แนะนำว่า หากไม่มีธุระเร่งด่วนจำเป็นจริงๆ อย่างเพิ่งลากลับบ้าน ยกเว้นจะลากลับไปเลย เพราะนอกจากขาเข้าประเทศไทย ต้องกักตัวเป็นเวลา 10 วันแล้ว ที่ยุ่งยากคือขากลับเข้าไต้หวัน นอกจากต้องไปตรวจเชื้อโควิด มีใบรับรองผลตรวจเป็นลบแล้ว นายจ้างจะต้องช่วยลงทะเบียนต่อกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ เพื่อขอจองห้องพักจากสถานที่กักตัวรวมของรัฐ ซึ่งมีจำนวนจำกัด จะใช้บริการโรงแรมกักโรคเหมือนอย่างมารอบแรกไม่ได้ ต้องกักตัว 14 วัน เสร็จแล้ว ไปตรวจเชื้อโควิด ในส่วนนี้ รัฐบาลออกค่าตรวจให้ และต้องสังเกตอาการตนเองต่ออีก 7 วัน รวมระยะเวลากักตัวทั้งไทยและไต้หวันนานเป็นเดือนเลยทีเดียว การลากลับบ้านต้องลาอย่างน้อย 40 วันขึ้นไป ไม่เพียงแต่ขาดรายได้ไปกว่าเดือน แถมช่วงระหว่างกักตัว 14 วัน ยังไม่มีสิทธิ์ยื่นขอเงินชดเชยขาดรายได้ ทั้งนี้เพราะคำสั่งของศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวันที่ประกาศให้ชาวต่างชาติและชาวไต้หวัน หากเดินทางออกนอกไต้หวันไปยังประเทศที่ถูกจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงระดับ 3 ขึ้นไป ซึ่งรวมทุกประเทศ หลังวันที่ 17 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา ไม่มีสิทธิ์ยื่นขอเงินชดเชยขาดรายได้ระหว่างกักตัว 14 วัน

ผู้เดินทางออกจากไต้หวันหลังวันที่ 17 มีนาคม 2563 แล้วเดินทางกลับมาทำงานใหม่ ไม่มีสิทธิ์รับเงินชดเชยขาดรายได้ระหว่างกักตัว 14 วัน

3. ระวัง! ตำรวจไต้หวันฉลาด ใช้กล้องติดเลนส์ซูมถ่ายคลิปทางไกล จับแรงงานต่างชาติทำงานผิดกฎหมาย แรงงานไทยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารหน้าสถานีรถไฟจงลี่ อ้างเป็นลูกค้าแต่ดิ้นไม่หลุดถูกจับส่งกลับประเทศ

          เนื่องจากแรงงานต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การทำผิดกฎหมายก็มีมากขึ้นตามไปด้วย มีแรงงานต่างชาติจำนวนหนึ่งไปทำงานหารายได้เสริม ไม่ว่าจะเป็นไซต์งานก่อสร้างหรือตามร้านอาหารในวันหยุด ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ที่ผ่านมา ตำรวจเข้าไปตรวจในร้านอาหาร แม้จะจับแรงงานต่างชาติที่ทำงานหารายได้เสริมด้วยการเสิร์ฟอาหารได้คาหนังคาเขา แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐาน และแรงงานต่างชาติมักอ้างว่าตนเป็นลูกค้า เมื่อถึงขั้นตอนการสอบสวนของอัยการ จึงมักจะถูกยกฟ้อง

หน้าสถานีรถไฟจงลี่ เป็นแหล่งชุมนุมของแรงงานไทย เป็นที่ตั้งร้านอาหารไทยจำนวนมาก

          ตำรวจจึงใช้กล้องติดเลนส์ซูมถ่ายคลิปทางไกลอยู่นอกร้าน เมื่อได้หลักฐานแล้วค่อยเข้าไปจับ แรงงานไทยรายหนึ่ง ไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารหน้าสถานีรถไฟจงลี่ในวันหยุดเป็นประจำ ถูกตำรวจดักถ่ายคลิปเป็นครึ่งชั่วโมง เห็นเสิร์ฟอาหารตามโต๊ะต่างๆ ตำรวจเข้าไปจับ แรงงานไทยรายนี้อ้างว่าเป็นลูกค้า ลุกไปเอาอาหารเอง แต่ดิ้นไม่หลุด ตำรวจเรีกให้มาคลิปบริการเสิร์ฟอาหารนานเป็นครึ่งชั่วโมง ถูกปรับ 30,000 เหรียญและถูกส่งกลับประเทศ ส่วนเจ้าของร้านถูกปรับ 150,000 เหรียญไต้หวัน รายงานไทยรายนี้หลังถูกส่งกลับไทยแล้ว เปลี่ยนชื่อเดินเรื่องจะกลับเข้ามาใหม่ทันที แต่ขอวีซ่าไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่ สตม. ไต้หวันเผย กรณีของแรงงานไทยรายนี้ ถูกจำกัดเข้าไต้หวันอย่างน้อย 5-8 ปี

สถานีรถไฟจงลี่ ขณะนี้ถูกรื้อถอนไปแล้ว กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างสถานีใหม่เอี่ยม ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2572

          นอกจากนี้ ยังมีตำรวจบางพื้นที่ ไปดักรออยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ เมื่อเห็นแรงงานต่างชาติท่าทางเมาขี่จักรยานไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์กลับหอพัก จะเข้าไปตรวจสอบทันที ปรากฎว่า โอกาสจับแรงงานต่างชาติเมาแล้วขับสูงถึง 90%  

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง