:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 21 กรกฎาคม 2564

  • 21 July, 2021
ไขปัญหาแรงงาน
บรรยากาศการทำงานในโรงงานปั้มเหล็ก

1.  เห็นด้วยไหม? ฉีดวัคซีนให้แรงงานต่างชาติตามชื่อโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรม แทนการปล่อยให้ลงทะเบียนกันเอง เพราะส่วนใหญ่ลงทะเบียนไม่เป็น

          ไต้หวันเปิดให้ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งรวมชาวต่างชาติที่มีบัตรประกันสุขภาพทุกคน ไปลงทะเบียนแสดงความประสงค์และนัดหมายการรับวัคซีนที่รัฐบาลจัดมาให้ฟรีได้ตั้งแต่วันที่ 13 กรฎาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องจากการแจ้งความประสงค์และนัดหมายสถานที่และวันเวลาฉีดวัคซีน จะต้องเข้าเว็บลงทะเบียนกันเอง ซึ่งระบบเป็นภาษาจีน แม้กระทรวงแรงงานได้จัดทำขั้นตอนการลงทะเบียนฉบับภาษาแม่ ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ ไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม อำนวยความสะดวกแก่แรงงานต่างชาติ สามารถนำไปกำกับเปรียบเทียบขณะลงทะเบียนด้วยตนเองได้ แต่สำหรับแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่แล้ว ลำพังเรื่องการลงทะเบียนก็เป็นเรื่องซับซ้อนอยู่แล้ว แถมยังเป็นระบบภาษาจีนอีกต่างหาก จัดเป็นเรื่องลำบากอย่างยิ่ง

แรงงานไทยของบริษัท I HSIN MACHINE CO.,LTD ที่ไทจง นายจ้างและบจง. ช่วยลงทะเบียนและพาไปรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว (ภาพจาก บจง.TOPDRAGON ENTERPRISE CO.,LTD.)

          จึงมีผู้เสนอให้พิจารณาให้ฉีดวัคซีนตามรายชื่อโรงงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานมีชื่อโรงงานอยู่แล้ว โดยให้แต่ละสถานประกอบการจัดทำรายชื่อแรงงานของตนที่ประสงค์จะรับวัคซีนให้สมาคมการจัดหางานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนัดหมายวันเวลาฉีด ซึ่งจะทำให้โรงงานสามารถวางแผนวันเวลาฉีดวัคซีนและแผนการผลิตได้ง่าย หรือฉีดตามนิคมอุตสาหกรรม แทนที่จะปล่อยให้ลงทะเบียนไปฉีดกันเอง นอกจากเข้าระบบลงทะเบียนไม่เป็นแล้ว ยังสร้างความลำบากใจแก่ผู้ประกอบการในการวางแผนการผลิตและการให้บริการของล่ามบริษัทจัดหางานด้วย เพราะเวลาไปรับการฉีดวัคซีนแตกต่างกัน อีกทั้งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาล่ามพาไปส่ง

แรงงานไทยของบริษัท I HSIN MACHINE CO.,LTD ที่ไทจง นายจ้างและบจง. ช่วยลงทะเบียนและพาไปรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว (ภาพจาก บจง.TOPDRAGON ENTERPRISE CO.,LTD.)

          อย่างไรก็ตาม มีโรงงานและบริษัทจัดหางานจำนวนมากที่ห่วงใยแรงงานของตน ตัดปัญหาโดยให้หัวหน้างานหรือบริษัทจัดหางานช่วยลงทะเบียนให้แรงงานต่างชาติเป็นชุดๆ ตามความประสงค์ของแรงงาน จากนั้นพาไปรับวัคซีนตามวันเวลาและสถานที่นัดหมาย ขณะที่บางโรงงานกำลังรอคิวไปรับวัคซีน อย่างบริษัทจัดหางาน TOPDRAGON ENTERPRISE CO.,LTD. ซึ่งนำเข้าแรงงานไทยเป็นหลักตั้งอยู่ที่อยู่ในไทจง ได้ประสานกับนายจ้างช่วยแรงงานไทยลงทะเบียนนัดหมาย และทยอยพาแรงงานไทยไปรับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. เป็นต้นมา คาดจนถึงสัปดาห์หน้า จะพาแรงงานไทยไปรับวัคซีนยี่ห้อนี้อีกกว่า 100 คน อย่างไรก็ตาม มีแรงงานไทยในความดูแลประมาณ 2 ใน 3 ประสงค์จะรอฉีดวัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นา ซึ่งอาจต้องรอนานหน่อย

หลังฉีดวัคซีนแล้ว นั่งพักในห้องเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 30 นาที (ภาพจาก บจง.TOPDRAGON ENTERPRISE CO.,LTD.)

2. แนะตั้งใจทำงานกับนายจ้างเดิมดีกว่า ย้ายงานมีความเสี่ยง นายจ้างใหม่ฉลาดขึ้นสืบประวัติการทำงานก่อนรับ หลังพบแรงงานย้ายมาใหม่กว่าครึ่งมีปัญหา ระวังยกเลิกสัญญาแล้วนายจ้างใหม่ไม่เอา สุดท้ายต้องกลับบ้าน

          ไต้หวันอนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายงานย้ายนายจ้างได้ และมีแรงงานไทยจำนวนหนึ่งย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่ แต่เมื่อทำงานไประยะหนึ่ง ตัวคนงานเองหรือไม่คุ้นสถานที่ทำงานแห่งใหม่ มีนายจ้างและบริษัทจัดหางานหลายรายบ่นว่า แรงงานไทยที่ย้ายมาใหม่ มีสัดส่วนกว่าครึ่งทำงานไม่ดี ไม่เคารพกฎระเบียบ ไม่ตั้งใจทำงานและไม่ให้ความร่วมมือกับโรงงาน ทำให้ต้องทบทวนนโยบายการรับโอนย้ายแรงงานในประเทศเสียใหม่ โดยใช้วิธีสืบข้อมูลและประวัติการทำงานก่อนรับ เพื่อเฟ้นหาแรงงานที่มีคุณภาพเข้าทำงาน

บรรยากาศการทำงานในโรงงานปั้มเหล็ก

          ตามกฎหมายของไต้หวัน แรงงานต่างชาติสามารถย้ายนายจ้างได้ในลักษณะดังนี้

          1. ย้ายนายจ้างใหม่เนื่องจากปัญหาของนายจ้างเดิม เช่น ผู้อนุบาลที่ผู้ถูกดูแลเสียชีวิต นายจ้างลดขนาดหรือปิดกิจการ

          2. ย้ายงานเมื่อครบกำหนดสัญญา 3 ปี

          3. ย้ายงานระหว่างสัญญา อาจเกิดจากข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยนายจ้างเก่า นายจ้างใหม่และตัวคนงานตกลงย้ายงานโดยความสมัครใจ

          บริษัทจัดหางานที่ช่วยนายจ้างรับโอนย้ายแรงงานจำนวนมากรายหนึ่งกล่าวว่า แรงงานไทยที่ไม่ค่อยมีปัญหาคือการย้ายนายจ้างในประเภทแรก ได้แก่ย้ายเพราะนายจ้างเดิมลดขนาดหรือปิดกิจการ ส่วนคนงานที่ย้ายนายจ้างเมื่อครบกำหนดสัญญา มีปัญหาปานกลาง กล่าวคือตัวคนงานอาจมีปัญหาหรือไม่มีก็ได้ ต้องการจะย้ายนายจ้างเพราะเบื่องานเก่าหรือเห็นว่างานเก่าไม่ค่อยมีโอทีทำ คนงานกลุ่มนี้ ย้ายไปทำงานกับนายจ้างใหม่ประมาณครึ่งหนึ่งมีปัญหา ส่วนกลุ่มที่มีปัญหามากสุด บจง.ย้ำว่าไม่ควรรับเลย คือคนงานไทยที่ย้ายงานกลางสัญญา โดยมากเป็นคนงานที่มีปัญหา นายจ้างไม่ยอมให้ทำงานต่อหรือมีเรื่องกับคนในที่ทำงาน นายจ้างจะส่งกลับ แต่เจ้าตัวขอย้าย เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของคนงาน นายจ้างยินยอมให้ย้าย ทั้งที่ต้องเสียโควตา คนงานประเภทนี้ร้อยละ 80-90 มีปัญหา เพราะขนาดนายจ้างเก่ายังไม่อยากได้ และในจำนวนนี้ หลายรายติดยาเสพติด เมื่อย้ายไปที่ใหม่ ก็ไปทำความเสียหายและสร้างความลำบากใจแก่นายจ้างใหม่

แรงงานไทยในโรงงานย้อมผ้าและตกแต่งสำเร็จ

           ดังนั้น ขณะนี้ นายจ้างส่วนใหญ่เริ่มรู้ปัญหา ต่างมีการสืบประวัติคนงานก่อนรับโอนย้าย เพราะฉะนั้น ในช่วงที่สถานการณ์โควิดรุนแรง กระทรวงแรงงานไต้หวันมีคำสั่งห้ามย้ายนายจ้างชั่วคราว มีแรงงานไทยหลาบสิบรายรอการโอนย้าย และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง กระทรวงแรงงานประกาศให้ย้ายได้ตามปกติแล้ว มีแรงงานไทยกว่า 1 ใน 3 ได้รับแจ้งจาก บจง. ว่า นายจ้างใหม่ไม่เอาแล้ว ทำให้แรงงานไทยตั้งตัวไม่ทัน เท่าที่รู้ สาเหตุก็เพราะช่วงระหว่างนั้น บจง.และนายจ้างใหม่ มีการหาข้อมูลคนงานที่จะรับโอนย้ายจากนายจ้างและบจง.รายเดิม ยิ่งกระทรวงแรงงานกำหนดกฎระเบียบการย้ายงาน บังคับนายจ้างใหม่ต้องพาแรงงานไปตรวจโควิดด้วยวิธี PCR และนายจ้างต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ยิ่งทำให้นายจ้างเพิ่มความระมัดระวังในการรับโอนย้ายคนงานใหม่มากขึ้น

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรางรถไฟฟ้า

          จึงแนะนำว่า ทำงานอยู่กับนายจ้างเดิมนั่นแหละดีที่สุดแล้ว การย้ายงานมีความไม่แน่นอนและเสี่ยงสูง ขอให้ตั้งใจทำงาน เอาใจใส่ ให้ความร่วมมือ พยายามเรียนรู้เรื่องงานและปฏิบัติหน้าที่เป็นที่พึงพอใจของหัวหน้างานและนายจ้าง ท่านจะทำงานในไต้หวันอย่างมีความสุขและสามารถทำงานได้ต่อเนื่องไปตลอด

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง