:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2564

  • 13 November, 2021
สโมสรผู้ฟัง
จุดพักรถชิงสุ่ย ได้ชื่อว่าจุดพักผ่อนของคนขับรถที่สวยงามที่สุดในไต้หวัน (ภาพจาก [email protected])

1. ชวนไปเก็บแอปเปิลและดูเทคนิคการทาบกิ่งที่ฟาร์มฝูโซ่วซาน เคยเห็นไหม? แอปเปิลมหัศจรรย์ออกผล 43 พันธุ์ในต้นเดียวกัน

          เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วดิฉันมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวฟาร์มฝูโซ่วซาน ซึ่งเป็นฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยวแห่งหนึ่งบนภูเขาหลีซาน (梨山) ตั้งอยู่ที่เขตเหอผิง นครไทจง ทางภาคกลางของไต้หวัน สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,200 เมตร เนื่องจากเส้นทางที่คดเคี้ยวทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางจากทางขึ้นเขาไปถึงฟาร์มแห่งนี้ซึ่งอยู่ใกล้ยอดดอย ระยะทาง 70 กว่ากิโลเมตร ใช้เวลานานประมาณ 2.5 ชม. นี่หมายถึงรถยนต์ส่วนตัวนะคะ ถ้าเป็นรถบัสก็ต้องบวกเพิ่มไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ทางขึ้นเขามีหลายทางแต่ปัจจุบันที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด คือไปจากทางตำบลต้าถงเมืองอี๋หลาน ตลอดทางจะได้ชมทิวทัศน์ภูเขาเขียวขจีมีใบไม้ผลัดสีแซมบ้างเล็กน้อย สวยงามมาก บางช่วงเป็นไร่กระหล่ำปลี ซึ่งกระหล่ำปลีจากภูเขาหลีซานมีรสชาติหวาน กรอบอร่อย ทำให้มีราคาแพงกว่ากระหล่ำปลีที่ปลูกบนพื้นราบ แต่เป้าหมายของการเดินทางในทริปนี้ ไม่ได้อยู่ที่กระหล่ำปลี อยู่ที่การเก็บแอปเปิลในฟาร์มฝูโซ่วซาน ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมและเก็บได้แค่ปีละครั้ง

ต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่ฟาร์มฝูโซ่วซานเปิดให้ไปเก็บแอปเปิลไร้สารเคมีจากต้น

          เพราะกลัวว่าจะเจอคลื่นนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด ดิฉันเลือกลางานไปในวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่แล้ว ออกจากบ้านตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ฟ้ายังไม่แจ้ง ประมาณตี 3 กว่าๆ กะว่าไปถึงในช่วง 8-9 โมงเช้า เข้าไปเก็บแอปเปิลในช่วงที่ยังมีน้ำค้างเกาะอยู่บนต้น ใบและผลแอปเปิล คาดว่าเช้าๆคนคงจะยังไม่เยอะเท่าไหร่ จะได้ถ่ายรูปได้สบายๆ ไม่ต้องคอยหลบคน แต่ที่ไหนได้ขึ้นไปถึงฟาร์มตอน 9 โมงนิดๆ เพราะระหว่างทางแวะอ๊วก 1 รอบ ทนไม่ไหวจริงๆ ค่ะ มันเวียนหัวมาก  ขนาดยาดมยาหม่องพกไปเต็มอัตราศึก ก็ยังเอาไม่อยู่ ขนาดโด๊ปกาแฟดำไปหนึ่งแก้วกับขนมปังครึ่งแผ่นเองนะคะ ไปถึงทางเข้าจ่ายค่าบัตรผ่านประตู 80 เหรียญสำหรับวันธรรมดา (วันหยุด 100 เหรียญ) ค่าจอดรถ 50 เหรียญ เกือบไม่มีที่จอดแล้วค่ะ จอดรถได้ก็รีบดิ่งไปยังสวนแอปเปิลทันที เพราะช่วงนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แห่ไปชมใบเมเปิลที่สวนริมสระน้ำ ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของฟาร์ม

อัญชันไปเก็บแอปเปิลจากต้นสดๆ ที่ฟาร์มฝูโซ่วซาน บนภูเขาหลีซาน นครไทจง

         เข้าไปถึงสวนแอปเปิลเค้ามีให้เลือกว่า จะเข้าไปเก็บแอปเปิลซึ่งต้องจ่ายค่าเก็บคนละ 600 เหรียญ จะได้แอปเปิลหนึ่งตะกร้าเล็กๆ กลับบ้านไป หรือใครไม่อยากเสียตังต้องการแค่ถ่ายรูปกับต้นแอปเปิลเฉยๆ ก็ได้ โซนที่ให้เข้าไปถ่ายรูปจะมีรั้วลวดหนามกั้นไว้ ดิฉันอยากสัมผัสประสบการณ์การเก็บแอปเปิลด้วยตนเอง ยอมจ่าย เพราะไหนๆ ก็นั่งรถมาตั้งไกล ได้เข้าไปเก็บแอปเปิลที่ดกเต็มต้นกะมือตัวเอง มันเป็นอะไรที่ฟินอย่างบอกไม่ถูก แอปเปิลเหล่านี้เป็นพันธุ์ฟูจิ (Fuji) ซึ่งมีรสชาติกรอบและหวาน แต่หากคุณเลือกลูกที่ไม่ใหญ่มากจะมีรสเปรี้ยวนิดๆ ยิ่งอร่อย ที่นี่ไม่ฉีดยาฆ่าแมลง เด็ดจากต้นล้างน้ำแล้วกัดกินได้เลย ฟินมากๆ เลยขอบอก

ฟาร์มฝูโซ่วซานมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศไทย เคยส่งผู้เชี่ยวชาญไปร่วมโครงการหลวง ในฟาร์มมีอนุสรณ์สถานการแลกเปลี่ยนด้านการเกษตรไทย-กลุ่มคนเชื้อสายจีน

          สวนแอปเปิลในฟาร์มฝูโซ่วซานมีหลายพันธุ์ อย่างเช่น แอปเปิลแดง แอปเปิลเขียว ฟูจิ (Fuji) โฮกุโตะ ( Hokuto) และเมกุมิ (megumi ) เป็นต้น ที่ปลูกมากที่สุดคือพันธุ์ฟูจิ ซึ่งให้ผลผลิตดีมาก ดกเต็มต้นและรสชาติอร่อย ที่สำคัญแอปเปิลที่ปลูกบนภูเขาหลีซาน ซึ่งหมายรวมถึงแอปเปิลที่ปลูกในฟาร์มอื่นๆ ซึ่งเป็นฟาร์มขนาดเล็กบนภูเขาหลีซาน มีชื่อเสียงโด่งดังมาก เพราะไม่ใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลง แถมจะไม่มีการเคลือบแว็กซ์บนผิวแอปเปิล เนื่องจากผลผลิตไม่มากนักต้องปลูกบนภูเขาสูงตั้งแต่ 1,600 เมตรขึ้นไป ทำให้แหล่งผลิตแอปเปิลในไต้หวันมีอยู่ไม่มาก ส่วนใหญ่อยู่บนภูเขาในนครไทจง เช่น หลีซาน อู่หลิง ฝูโซ่วซานและต้าอวี่หลิ่งเป็นต้น และจะมีผลผลิตออกมาในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงถึงต้นฤดูหนาวคือในช่วงนี้ ดังนั้นจึงหาซื้อแอปเปิลที่ไต้หวันผลิตเองตามตลาดทั่วไปไม่ได้ ต้องขึ้นไปซื้อที่แหล่งผลิตเท่านั้น และราคาก็ไม่ธรรมดา เริ่มต้นที่ กก.ละ 200 เหรียญขึ้นไป ถ้าลูกใหญ่หน่อยแพงถึง 500 เหรียญ/กก.  มีข่าวว่า เพราะราคาดีจึงมีพ่อค้าขี้โกงบางรายนำเข้าแอปเปิลพันธุ์ฟูจิจากแอฟริกาใต้ที่ราคาถูกกว่ามาก แล้วเอามาหลอกขายว่าเป็นแอปเปิลจากภูเขาหลีซาน แต่แอปเปิลที่นำเข้าจะมีการเคลือบแว๊กซ์และรสชาติสู้ที่ปลูกในไต้หวันไม่ได้

สวนแอปเปิลในฟาร์มฝูโซ่วซานมีหลายพันธุ์ อาทิ แอปเปิลแดง แอปเปิลเขียว ฟูจิ (Fuji) โฮกุโตะ ( Hokuto) และเมกุมิ (megumi ) เป็นต้น

          ฟาร์มฝูโซ่วซาน เป็น 1 ใน 5 ฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยว ภายใต้สังกัดของคณะกรรมการกิจการทหารผ่านศึก (Veterans Affairs Council,VAC) กระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ดังนั้นพนักงานหรือคนงานในฟาร์มส่วนใหญ่จะเป็นนายทหารและพลทหารที่เกษียณราชการแล้ว ที่นี่ปลูกผักผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจราคาแพง  เช่น ชา โสม คะน้า ผักโปยเล้ง แอปเปิล สาลี่ ลูกท้อและลูกพีซ เป็นต้น และได้มีการนำเทคนิคการเกษตรที่ก้าวหน้ามาประยุกต์ใช้ ทำให้ผักผลไม้ที่นี่มีผลผลิตดีมาก ที่อยากจะแนะนำเป็นพิเศษคือเทคนิคการทาบกิ่ง โดยในฟาร์มแห่งนี้มีต้นแอปเปิล ต้นสาลี่ และต้นท้อที่ได้รับสมญานามว่า ราชาแห่งแอปเปิล ราชาแห่งสาลี่ และราชาแห่งท้อ เรียกรวมกันว่า 3 ราชา (三大王) หรือ ราชาแห่งขุนเขา (山大王) โดยต้นราชาแห่งแอปเปิล อายุ 60 กว่าปีต้นนี้ ให้ผลผลิตแอปเปิลรวมทั้งสิ้น 43 พันธุ์ในต้นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลงานของนักวิจัยประจำฟาร์มได้นำเอาแอปเปิลพันธุ์ต่างๆมาทาบกิ่ง ทำให้ต้นแอปเปิลต้นเดียวมีผลแอปเปิลหลากสีหลายพันธุ์ น่าตื่นตาตื่นใจมาก เช่นเดียวกับ ต้นราชาแห่งแห่งสาลี่ และราชาแห่งท้อก็ใช้เทคนิคเดียวกันนี้ ทำให้ได้ผลสาลี่และลูกท้อหลากหลายพันธุ์เต็มต้น

ต้นราชาแห่งแอปเปิล อายุกว่า 60 ปีต้นนี้ ให้ผลผลิตแอปเปิลรวมทั้งสิ้น 43 พันธุ์ในต้นเดียวกัน

          ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของฟาร์มฝูโซ่วซานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็คือ การชมเมเปิลผลัดใบเปลี่ยนสี ซึ่งสวยงามมาก เพราะที่นี่อุณหภูมิช่วงกลางวันกับกลางคืนแตกต่างกันมาก หากเข้าไปเดินชมทัศนียภาพและบรรยากาศในสวนเมเปิลไม่ต่างจากกำลังอยู่ที่สวนเมเปิลในเกียวโตของญี่ปุ่นเลยทีเดียวค่ะ

ต้นราชาแห่งแอปเปิล อายุกว่า 60 ปีต้นนี้ ให้ผลผลิตแอปเปิลรวมทั้งสิ้น 43 พันธุ์ในต้นเดียวกัน

          ในความเป็นจริงแล้ว สามารถไปเที่ยวฟาร์มฝูโซ่วซานได้ทุกฤดู ไม่เพียงฤดูใบไม้ร่วงที่มีทัศนียภาพสวยงาม ช่วงฤดูหนาวของที่นี่จะมีทะเลหมอกที่สวยงาม และฤดูใบไม้ผลิมีดอกซากุระ ดอกท้อ และดอกแอปเปิลให้ได้ชม ส่วนฤดูร้อนก็เปิดให้เข้ามาเก็บใบชา เก็บลูกท้อ และชมแสงดาวบนยอดดอยได้ เพราะอากาศเป็นใจฟ้าโปร่ง แสงระยิบระยับของดวงดาวจะสวยงามเป็นพิเศษ ที่นีมีบริการห้องพักด้วย สนนราคาเริ่มต้นที่ห้องละ 2,800 เหรียญขึ้นไป

ต้นราชาแห่งสาลี่

          สอบถามรายละเอียดหรือสำรองห้องพักได้ที่ Tel : 0800-073999, 04-25989202, 04-25989205

          วิธีเดินทาง :รถโดยสารประจำทางของ บ. KUO-KUANG eBus (國光客運)

          สาย 1751 ขึ้นที่สถานีขนส่งเมืองอี๋หลาน

          สาย 1764 ขึ้นที่สถานีหลัวตง

2. จุดพักรถชิงสุ่ยบนทางด่วนสาย 3 สวยงามที่สุดในไต้หวัน ไม่เพียงเป็นที่พักผ่อนของคนขับรถ ยังกลายเป็นจุดท่องเที่ยวด้วย

          ทางด่วนในไต้หวันมีมากกมายหลายสาย ทั้งเส้นทางแนวนอนเชื่อมระหว่างทิศตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งไม่ค่อยยาวนัก ตั้งชื่อเป็นเลขคู่ และทางด่วนแนวตั้งที่มีความยาวมากจากเหนือไปใต้ ตั้งชื่อเป็นเลขคี่ ซึ่งมี 3 สาย ได้แก่ทางด่วนสาย 1 สาย 3 และสาย 5 เนื่องจากระยะทางยาว ระหว่างทางจะมีจุดพักรถหลายจุด โดยทางด่วนสาย 1 มีจุดพักรถ 6 จุด ทางด่วนสาย 3 มีจุดพักรถ 7 แห่ง ทางด่วนสาย 5 ซึ่งมีระยะทางสั้นกว่า ระหว่างไทเปถึงอี๋หลาน ดังนั้นจึงมีจุดพักรถเพียงแห่งเดียว

จุดพักรถชิงสุ่ย ได้ชื่อว่าจุดพักผ่อนของคนขับรถที่สวยงามที่สุดในไต้หวัน (ภาพจาก [email protected])

          จุดพักรถบนทางด่วนทุกแห่ง จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีลานจอดรถและห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ เตียงนอน เกาอี้นวดไฟฟ้าให้บริการ เพื่อให้คนขับรถได้งีบพักผ่อนหรืออาบน้ำให้สดชื่นแล้วค่อยขับต่อไป แน่นอนทุกแห่งจะมีร้านขายขนม ร้านกิ๊ฟช็อป ร้านอาหารมากมายและที่ขาดไม่ได้คือปั๊มน้ำมันและอู่ซ่อมรถ แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป

บรรยากาศยามค่ำคืนของจุดพักรถชิงสุ่ย ซึ่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

          ในวันนี้จะแนะนำจุดพักรถที่สวยงามที่สุดในบรรดาจุดพักรถ 14 แห่งในไต้หวัน ได้แก่จุดพักรถชิงสุ่ย บนทางด่วนสาย 3 หลักกิโลเมตรที่ 172 นอกจากมีบริการทุกอย่างที่จุดพักรถควรมีแล้ว ยังมีจุดเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ อาทิ นาฬิกาแห่งความสุข อควาเรียม นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวอาทิตย์อัสดงและทิวทัศน์ยามค่ำคืนของนครไทจงด้วย

ภายในมีร้าอาหารมากมาย ที่พิเศษมีร้านอาหารชื่อดังจากญี่ปุ่นมาเปิดสาขาที่นี่หลายร้าน

          แน่นอน ร้านขายขนม ร้านกาแฟและร้านอาหารชื่อดัง ตั้งเรียงรายเต็มไปหมด ที่พิเศษคือมีขนมและอาหารทั้งของไต้หวันและจากญี่ปุ่นโดยตรง มาตั้งสาขาที่จุดพักรถแห่งนี้หลายร้าน

มีจุดเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ อาทิ นาฬิกาแห่งความสุข อควาเรียม นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวอาทิตย์อัสดงและทิวทัศน์ยามค่ำคืนของนครไทจงด้วย

          หากมีโอกาสนั่งรถผ่านทางด่วนสาย 3 ช่วงไทจง บอกคนขับแวะพักจุดพักรถชิงสุ่ย ยืดเส้นยืดสาย รับประทานอาหารหรืออาบน้ำแล้วค่อนเดินทางต่อไป นอกจากปลอดภัยในการเดินรถแล้ว ยังได้ประสบการณ์ดีๆ จากจุดพักรถแห่งนี้ด้วย

มีห้องอาบน้ำ และห้องพักผ่อนแบบรวมให้คนขับรถได้งีบเอาแรง

ยังมีห้องเดียวเตียงพิเศษราคากว่า 200,000 เหรียญให้บริการ แต่เนื่องจากมีไม่กี่ห้อง ต้องนัดหมายล่วงหน้า

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง